Grammys 2026 ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ เมื่อ ‘ดนตรี’ กลายเป็นกระบอกเสียงและรันเวย์
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 16.13 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 09.07 น. • HELLO! Magazine Thailandท่ามกลางแสงไฟสปอร์ตไลท์ที่แอลเอ ค่ำคืนแห่งการประกาศรางวัล Grammy Awards ครั้งที่ 68 ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ทำเอาโลกโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ! เพราะนี่คือปีที่เส้นแบ่งระหว่างศิลปะและการเมืองพร่าเลือนที่สุด เมื่อเหล่าศิลปินระดับเอลิสต์พร้อมใจกันใช้เวทีนี้ส่งเสียงถึงการเปลี่ยนแปลงสังคม
ตั้งแต่ชัยชนะอันทรงพลังของ Bad Bunny ที่พาจังหวะละตินไปครองบัลลังก์สูงสุด ไปจนถึงโมเมนต์ที่โลกต้องหยุดหายใจกับการปรากฏตัวของ Steven Spielberg ในฐานะสมาชิก EGOT คนล่าสุด และที่พลาดไม่ได้คือแฟชั่นพรมแดงที่ “กล้า” กว่าปีไหนๆ
ผลรางวัลสำคัญ (Winners)
Album of the Year: Bad Bunny – จากอัลบั้ม Debí Tirar Más Fotos (เขากล่าวสปีชอย่างซาบซึ้งถึงบ้านเกิดเปอร์โตริโกและให้กำลังใจผู้อพยพทั่วโลก)
Record of the Year: Kendrick Lamar & SZA – จากเพลง “luther” (ชนะคู่แข่งตัวเต็งอย่างเพลง “APT.” ของ Rosé & Bruno Mars)
Song of the Year: Billie Eilish & Finneas – จากเพลง “WILDFLOWER”
Best New Artist: Olivia Dean (เอาชนะผู้เข้าชิงอย่าง KATSEYE, Addison Rae และคนอื่นๆ)
Best Pop Vocal Album: Lady Gaga – จากอัลบั้ม Mayhem
Best Pop Solo Performance: Lola Young – จากเพลง “Messy”
Best Rap Album: Kendrick Lamar – จากอัลบั้ม luther
Best Música Urbana Album: Bad Bunny – จากอัลบั้ม Debí Tirar Más Fotos
สถิติใหม่และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์
EGOT คนใหม่: ผู้กำกับชื่อดัง Steven Spielberg เข้าสู่ทำเนียบ EGOT (ผู้ชนะ Emmy, Grammy, Oscar, Tony) อย่างเป็นทางการ หลังคว้าเครื่องหมายสุดท้ายคือรางวัล Grammy สาขา Best Music Film จากสารคดี Music by John Williams
EGOT คือ “เครื่องหมายแห่งความสำเร็จสูงสุด” ในอุตสาหกรรมบันเทิงของสหรัฐอเมริกาครับ เป็นอักษรย่อที่ใช้เรียกบุคคลที่สามารถคว้าถ้วยรางวัลใหญ่ครบทั้ง 4 สาขา (โทรทัศน์, ดนตรี, ภาพยนตร์ และละครเวที)
อักษรย่อแต่ละตัวมาจาก:
- E – Emmy Awards: รางวัลสำหรับผลงานทาง โทรทัศน์
- G – Grammy Awards: รางวัลสำหรับผลงานทาง ดนตรี/เสียง
- O – Oscar (Academy Awards): รางวัลสำหรับผลงานทาง ภาพยนตร์
- T – Tony Awards: รางวัลสำหรับผลงานทาง ละครเวที (บรอดเวย์)
โมเมนต์ไฮไลต์ในงาน
การแสดงความเคารพ (In Memoriam): มีการรำลึกถึงศิลปินที่จากไปอย่างสมเกียรติ เช่น Reba McEntire รำลึกถึงลูกเลี้ยง, วงร็อกระดับตำนานรำลึกถึง Ozzy Osbourne (ทำเอาครอบครัว Osbourne ถึงกับหลั่งน้ำตา) และการรำลึกถึง Brian Wilson โดย Bruce Springsteen
ประเด็นการเมือง (ICE OUT): ศิลปินหลายคน เช่น Billie Eilish และ Justin Bieber ติดเข็มกลัด “ICE OUT” เพื่อประท้วงนโยบายการเนรเทศผู้อพยพที่รุนแรงของรัฐบาล Donald Trump
ความสวยสะดุดตา: Chappell Roan สร้างความฮือฮาบนพรมแดงด้วยชุดซีทรูสีเบอร์กันดีที่ประดับด้วยจิวเวลรี่เลียนแบบการเจาะหัวนม (faux nipple piercings)
Trevor Noah: รับหน้าที่พิธีกรเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน และประกาศว่าจะเป็นปีสุดท้ายของเขา โดยมีการยิงมุกตลกจิกกัดประธานาธิบดี Trump และ Nicki Minaj อยู่เป็นระยะ
การกลับมาของ Justin Bieber: ขึ้นโชว์เพลง “YUKON” ในชุดกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว สร้างเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์
งานนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางดนตรีและเป็นเวทีที่ศิลปินใช้สื่อสารประเด็นทางสังคมอย่างชัดเจนที่สุด