โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เล่านาทีช็อก แม่ค้าขายเสื้อ เข้าป่าไปปลดทุกข์ ก่อนผงะพบร่างทารก

มุมข่าว

เผยแพร่ 31 ม.ค. เวลา 04.08 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เล่านาทีช็อก แม่ค้าขายเสื้อ เข้าป่าไปปลดทุกข์ ก่อนผงะพบร่างทารก

วันที่ 31 มกราคม 2569 จังหวัดปราจีนบุรีว่า เมื่อเวลา 06.30 น. พ.ต.ท.สุวิทย์ ซุยเจริญ สารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.ระเบาะไผ่ ได้รับแจ้งจาก นางพรศิริ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้าในตลาดนัด ว่าพบร่างเด็กทารกถูกนำมาทิ้งไว้ในป่ายูคาลิปตัส ด้านหลังโรงกระเบื้อง หมู่ 8 ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี

หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศรีมหาโพธิ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จังหวัดปราจีนบุรี

บริเวณที่พบร่างอยู่ด้านหลังตลาดนัดโรงงานกระเบื้อง ใกล้ทางเดินภายในสวนป่ายูคาลิปตัส ลึกเข้าไปประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่พบร่างเด็กทารกแรกเกิดเพศหญิง 1 ราย สภาพร่างเริ่มเน่าและขึ้นอืด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน โดยร่างถูกห่อด้วยผ้าถุงสีแดง และมีโสร่งสีดำคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง ก่อนบรรจุไว้ภายในถุง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสายรกและน้ำคร่ำยังติดอยู่กับร่างทารก

จากการสอบถาม นางพรศิริ ผู้พบร่าง เล่าว่า ในช่วงเช้าตนเดินทางมาขายเสื้อผ้าที่ตลาดนัดด้านหลังโรงกระเบื้อง และได้เข้าไปในป่ายูคาลิปตัสหลังตลาดเพื่อปลดทุกข์ ก่อนจะพบถุงพลาสติกสีเขียววางอยู่ ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นถุงใส่เสื้อผ้าที่คนงานชาวเมียนมานำมาทิ้งไว้ จึงใช้ไม้เขี่ยดู เมื่อเปิดออกพบว่าด้านในมีผ้าถุงและโสร่งคลุมอยู่อีกชั้น พร้อมมีกลิ่นเหม็นเน่าและหนอนจำนวนหนึ่ง

เมื่อเปิดดูเพิ่มเติมพบขาเด็กโผล่ออกมา จึงทราบว่าเป็นร่างเด็กทารก ทำให้ตกใจและรีบออกไปแจ้งแม่ซึ่งขายเสื้อผ้าอยู่บริเวณเดียวกัน ก่อนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ

ด้านแนวทางการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า พื้นที่ใกล้เคียงเป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมและหอพักจำนวนมาก จึงไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นหญิงสาวโรงงานหรือแรงงานต่างด้าวที่คลอดบุตรแล้วนำทารกมาทิ้งไว้ในจุดดังกล่าว โดยจะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ จะประสานโรงพยาบาลในพื้นที่รอบข้าง เพื่อตรวจสอบว่ามีหญิงที่มีอาการเสียเลือดมากจากการคลอดเข้ารับการรักษาหรือไม่ เพื่อสืบหาตัวผู้เป็นมารดาของทารก และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...