'ทองคำ' ผันผวนสุดระห่ำ นักเก็งกำไรป่วนทั่วโลก ขึ้นทะลุเพดาน-ดิ่งเหวชั่วข้ามคืน
บทความพิเศษ | ศัลยาประชาชาติ
‘ทองคำ’ ผันผวนสุดระห่ำ
นักเก็งกำไรป่วนทั่วโลก
ขึ้นทะลุเพดาน-ดิ่งเหวชั่วข้ามคืน
มีคำถามทันทีว่า เกิดอะไรขึ้นกับ “ทองคำ” สินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง และถูกเรียกว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” ในยุคแห่งความผันผวน เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งในโลกการค้า การลงทุน และปัจจัยกระทบทางด้านภูมิรัฐศาสตร์
โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2569 มา “ทองคำ” ที่ปรับขึ้นอย่างรุนแรง-บ้าคลั่ง สร้างสถิติสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ หรือ All time high ที่ระดับ 5,595 เหรียญ หรือทองแท่งที่ 81,950 บาท จากนั้นราคาก็กระชากลงมา จนทำเอานักลงทุนทั่วโลกใจหายใจคว่ำไปตามๆ กัน และเริ่มกังวลว่า ทองจะ “จบรอบขาขึ้นใหญ่”
“ฮั่วเซ่งเฮง” ผู้ค้าทองรายใหญ่ ชี้ว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว โดยราคาทองคำ Spot ร่วงลงมาทดสอบที่ระดับ 4,688 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว โดยเหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2526 ที่ราคาปรับตัวลงกว่า 9.59%
การปรับฐานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แต่ตลาดกำลังมองว่า การเข้ามาของ “เควิน วอร์ช” ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ อาจทำให้เกิด “การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของเฟด” (Fed Pivot)
โดยการมาของ “วอร์ช” ทำให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) พุ่งขึ้นทันที เนื่องจากตลาดกำลังคาดหวังว่า “วอร์ช” จะสามารถต้านทานแรงกดดันจากการแทรกแซงทางการเมือง และนำพาเฟดไปสู่การกำหนดนโยบายที่มีความเป็นกลางมากขึ้น พร้อมทั้งเปลี่ยนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยให้เป็นกระบวนการที่คาดการณ์ได้และโปร่งใส
นอกจากนี้ กลไกทางเทคนิคที่สำคัญก็คือ การล้างสถานะของ Call Options (การเก็งกำไรขาขึ้น) และรวมถึงการถูกเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Calls) โดยมีกองทุนประเภท Leveraged ETF หลายกองที่ได้ถูกสถานะบังคับขาย ยิ่งซ้ำเติมให้ราคาทองคำตกลงอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด “ฮั่วเซ่งเฮง” ระบุว่า ทองคำได้มีการฟื้นตัวในระยะสั้น จากการที่นักลงทุนชาวจีนได้เข้าซื้อทองคำในตลาดเซินเจิ้นเพื่อซื้อทองรูปพรรณและทองแท่งตุนไว้ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งคาดว่า จะช่วยพยุงราคาไว้ได้ในระดับหนึ่ง
นางศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า บริษัทเพิ่งปรับเป้าหมายราคาทองคำขึ้นไปที่ 6,000 ดอลลาร์ ทองไทยก็จะประมาณ 88,000 บาท โดยยังคงยึดเป้าหมายนี้ แม้ว่าล่าสุดจะมีแรงเทขายออกมา
ขณะที่นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า YLG ยังมองว่า ทองยังเป็นขาขึ้น เพราะมีหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบทำให้คนกลัว จึงพยายามซื้อทองซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย จับต้องได้
โดยยังเชื่อว่า ปีนี้มีโอกาสเห็นราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นไปถึง 100,000 บาทได้ ซึ่งเป้าหมายของ YLG มองในปีนี้ คือ Gold Spot อยู่ที่ 7,000 เหรียญ (อัตราแลกเปลี่ยน 30 บาทต่อดอลลาร์) และทองไทย 100,000 บาท ทั้งนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ถือเป็นตัวแปรสำคัญ
นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา จำกัด กล่าวว่า การปรับขึ้นของราคาทองตั้งแต่ต้นปีเป็นลักษณะ “พาราโบลิก” หรือการเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากแรงซื้อของนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะจากอินเดียและจีน รวมถึงแรงซื้อจากฝั่งคริปโตเคอร์เรนซี เนื่องจากมีเหรียญบางส่วนที่นำไปอิงกับทองคำจริง เมื่อบิตคอยน์ไม่เคลื่อนไหว นักลงทุนรุ่นใหม่ในตลาดคริปโต จึงย้ายเงินเข้ามาถือครองทองคำ
“อย่างไรก็ตาม แรงซื้อที่ไหลเข้ามาหลายทิศทางพร้อมกัน ถือเป็น “สัญญาณอันตราย” หรือสัญญาณเม่าเข้าตลาด ซึ่งมักนำไปสู่การขายทำกำไรของรายใหญ่ได้ง่าย”
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า สมาคมได้ประชุมหารือกัน และได้มีมติปรับส่วนต่างของราคาซื้อ-ราคาขาย (สเปรด) โดยหากราคาทองสูงกว่า 50,000 บาทขึ้นไป สเปรดจะอยู่ที่ไม่เกิน 200 บาท ส่วนกรณีราคาทองต่ำกว่า 50,000 บาท สเปรดจะอยู่ที่ 100 บาท ทั้งนี้ การกำหนดสเปรดดังกล่าวให้มีผลทันทีนับตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
โดยที่ผ่านมา ราคาทองผันผวนมาก ทำให้บางร้านอาจจะมีการขยับสเปรด อย่างเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ราคาขึ้นลงมากถึง 69 ครั้ง ทำให้บางช่วงร้านทองบางแห่งปรับสเปรดขึ้นไปถึง 450 บาทเลยทีเดียว
“ช่วงนี้ราคาผันผวนมาก เพราะความเสี่ยงยังสูงอยู่ บางทีปรับทุก 3 นาที 5 นาที ซึ่งเดี๋ยวนี้ร้านทองมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะลูกค้าคนรุ่นใหม่เขาซื้อทอง ก็ถือมือถือมาด้วย ถ้าราคาตลาดเปลี่ยนเร็ว แต่ถ้าสมาคมประกาศเปลี่ยนราคาไม่ทัน ทำให้ร้านทองมีโอกาสขาดทุนมากขึ้น ทั้งนี้ จริงๆ แล้วก็มีสมาชิกสมาคมหลายคนเสนอให้ใช้ 300 บาท แต่ดูแล้วจะเยอะไป”
นายจิตติกล่าวว่า ไม่เคยเจอราคาทองผันผวนมากขนาดนี้ ซึ่งมาจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นปัจจัยหลัก ทำให้ร้านทองบริหารจัดการลำบากมากขึ้น โดยได้เตือนร้านทองที่เป็นสมาชิกว่า ช่วงนี้ต้องระมัดระวังเรื่องการบริหารต้นทุน เพราะหากบริหารไม่ดี มีโอกาสขาดทุนได้สูง แต่ที่อยู่กันได้ ส่วนใหญ่เพราะเป็นร้านเก่าแก่ ส่วนร้านเปิดใหม่คงไม่ค่อยมี เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้นมาเท่าตัว โดยเฉพาะร้านที่ขายแต่ทองรูปพรรณจะอยู่ยากมากขึ้น
“พวกร้านทองต่างจังหวัด ร้านย่อยๆ อาจจะมีปิดตัวกันมากพอสมควร เพราะทองรูปพรรณขายไม่ได้ คนไม่มีเงินซื้อ ส่วนทองแท่งมันไม่มีค่าแรง ก็ลำบาก ซึ่งปัจจุบันคนนิยมซื้อทองแท่งกันมากกว่า ขนาดร้านเพชรก็ยังเงียบเหงา”
นอกจากนี้ สมาคมยังได้พูดคุยกันถึงกรณีที่ปัจจุบันมีมิจฉาชีพระบาดหนัก โดยอ้างชื่อสมาคมไปหลอกลูกค้า ให้มีการโอนเงินมาที่บัญชีสมาคมเพื่อซื้อทอง แล้วสุดท้ายเมื่อหลอกสำเร็จ ก็เปลี่ยนให้โอนไปบัญชีอื่น
“เสียหายเยอะเลย ตอนนี้มีโอนเข้ามาจะซื้อทองกับสมาคมกว่า 100 ราย โดยมิจฉาชีพจะอ้างชื่อร้านทองแห่งหนึ่ง แล้วก็บอกลูกค้าว่า สมาคมเป็นคนซัพพอร์ต แล้วให้โอนเงินมาที่สมาคม แล้วพอซื้ออีกที ก็ให้โอนไปอีกบัญชีหนึ่ง บางคนก็เสียหายหลายแสน บางคนก็เสียหายเป็นล้าน ซึ่งสมาคมก็พยายามประกาศว่า สมาคมไม่มีการซื้อขายทอง แต่ก็ยังมีการหลอกกันอยู่”
ล่าสุด ก็มีทองปลอมระบาด โดยมิจฉาชีพจะยัดไส้ทองปลอมไว้ข้างใน ข้างนอกเป็นทองแท้ น้ำหนักทองเส้นละ 10 บาท แล้วนำมาขายฝากหรือจำนำกับร้านทอง ซึ่งมีร้านทองถูกหลอกเป็นกว่า 100 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกันไปแล้ว
“ถามว่า ร้านตรวจสอบทองปลอมได้ไหม ก็ต้องบอกว่า มันทำได้ดีมาก หุ้มอย่างหนาเลย น้ำหนักทองเส้นละ 10 บาท ข้างนอกเป็นทองจริง ข้างในปลอม ต้องผ่าถึงจะรู้ แต่โดยปกติแล้ว ร้านก็ไม่สามารถจะไปทำลายชิ้นงานของผู้ที่นำมาขายได้”
นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวด้วยว่า ตนเตือนมาหลายครั้งแล้วว่า หลายคนพอเห็นราคาทองขึ้น อยากรวยเร็ว ก็ไปเก็งกำไร ไปลงทุนล่วงหน้า ทำให้เวลาถูกบังคับขายก็จะขาดทุนทันที ต่างจากคนที่ใช้เงินเย็นมาลงทุน สามารถรอจังหวะได้
“บางคนอยากรวยเร็ว มีแสนจะซื้อเป็นล้าน มีล้านจะซื้อเป็น 10 ล้าน อย่างนี้ไม่ไหว อันตรายมากๆ คือ ถ้ามีเงินเย็น ซื้อแล้วขาดทุน ก็รอไปก่อน เหมือนช่วงเดือน ตุลาคม 2568 ตอนหลังก็แฮปปี้กันทุกคน เพราะตอนราคาลงไป ขาดทุนก็ไม่ขายอยู่แล้ว แต่คนที่ถ้าต้องจ่ายมาร์จิ้น ก็จะขาดทุนไปทันที” นายกสมาคมค้าทองคำกล่าว
นี่คือความผันผวนของราคาทองคำที่น่าสนใจว่า นับจากนี้จะปรับทิศทางไปแบบไหน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งในระดับภูมิรัฐศาสตร์และกลไกเศรษฐกิจโลก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ทองคำ’ ผันผวนสุดระห่ำ นักเก็งกำไรป่วนทั่วโลก ขึ้นทะลุเพดาน-ดิ่งเหวชั่วข้ามคืน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly