โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“หวังเหล่าจี๋” ชาสมุนไพรกระป๋องแดงในตำนาน สรุปใครแท้ใครปลอมกันแน่?

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ย้อนเรื่องราวกว่า 200 ปีของ “หวังเหล่าจี๋” ชาสมุนไพรซึ่งเป็นที่จดจำจาก “กระป๋องแดง” อันเป็นเอกลักษณ์ กับมหากาพย์การฟ้องร้องนานกว่า 20 ปี

เวลาพูดถึงเครื่องดื่มสำหรับเพิ่มความสดชื่น ในขณะที่หลายคนอาจนึกไปถึงบรรดาน้ำอัดลมหลากสีสัน แต่เชื่อว่าคงมีไม่น้อยที่อยากได้อะไรที่เป็นธรรมชาติมากกว่านั้น อย่างเช่น “เครื่องดื่มสมุนไพร” โดยเฉพาะถ้ามาจากต้นตำรับแท้ ๆ อย่างประเทศจีน

พูดถึงชาสมุนไพร ภาพจำหนึ่งที่จะแวบเข้ามาในหัวสมองคือ “น้ำกระป๋องแดง” ที่บางคนอาจไม่รู้กระทั่งชื่อ แต่จำได้ว่านี่คือเครื่องดื่มสมุนไพรจีนที่ช่วยดับกระหาย เติมความสดชื่น และนิยมดื่มคู่กับอาหารรสจัดจ้าน โดยเฉพาะตามร้านหม้อไฟหม่าล่า

สำหรับคนที่จำชื่อไม่ได้ ชื่อของน้ำกระป๋องแดงดังกล่าวคือ “หวังเหล่าจี๋” (王老吉) เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรจีนสูตรเย็นที่มีชื่อเสียงมายาวนานเกือบ 200 ปี ครองสถิติเป็นแบรนด์ชาสมุนไพรจีนที่เก่าแก่ที่สุดในบันทึกของกินเนสส์บุ๊ก!

เรื่องราวของน้ำกระป๋องแดงที่ครองใจใครหลายคนนี้ นอกจากความเก่าแก่ความเป็นต้นตำรับอันลึกซึ้งแล้ว ยังเต็มไปด้วยดรามาการฟ้องร้องชิงสิทธิความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ากันอีกด้วย จนนำไปสู่ความสับสนในหมู่ผู้บริโภคว่าใครเป็นเจ้าของจริง ๆ กันแน่ เพราะทำให้มีร้านอาหารโดนฟ้องร้องฐานละเมิดลิขสิทธิ์มาแล้ว

ชาสมุนไพรยุคราชวงศ์ชิง

หวังเหล่าจี๋เป็นชื่อที่อ่านแบบจีนกลาง ชื่อแรกเริ่มตอนแรกความจริงแล้วเป็นภาษาจีนกวางตุ้งอ่านว่า “หว่องโหลวกั๊ต” แต่เพื่อความเข้าใจง่าย บทความนี้จะใช้ชื่อภาษาจีนกลางเป็นหลัก

หวังเหล่าจี๋มีต้นกำเนิดในปี 1828 สมัยราชวงศ์ชิง ก่อตั้งขึ้นที่มณฑลกวางตุ้งและกวางซีของจีน โดยแพทย์ชื่อ หวังเจ๋อปัง (หว่องจั๊ตปง ถ้าอ่านแบบกวางตุ้ง) จากตระกูลหว่อง ซึ่งเป็นผู้คิดค้นการชงชาสมุนไพรในภาคใต้ของจีน

เชื่อกันว่า “ร้านชาสมุนไพรหวังเหล่าจี๋” เป็นร้านขายชาแห่งแรกของประเทศจีน อยู่ที่ถนนจิงหยวน ในย่าน “โรงงานสิบสามแห่ง” ของเมืองกว่างโจว ชาชนิดนี้ถูกบริโภคเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายโดยทั้งชนชั้นกรรมกรและนักธุรกิจ

ต่อมาราวปี 1949 เกิดการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน และรัฐบาลจีนเริ่มยึดบริษัทเอกชนและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงกิจการของหวังเหล่าจี๋ด้วย ทำให้ลูกหลานผู้ก่อตั้งต้องอพยพย้ายไปก่อตั้งกิจการในฮ่องกง ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดในจีนแผ่นดินใหญ่ตกเป็นของบริษัทที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ

เท่ากับว่า หวังเหล่าจี๋กลายเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ยังอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ กับส่วนที่ย้ายไปฮ่องกง และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสับสน

กระป๋องแดง VS กล่องเขียว

หวังเหล่าจี๋ส่วนที่อยู่กับรัฐบาลจีน อยู่ภายใต้บริษัท Guangzhou Pharmaceutical Holdings Limited หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “GP” ที่เป็นของรัฐบาล

จากนั้นในปี 1997 บริษัท “Hong Kong Hung To Group” ในฮ่องกง และ GP ได้ลงนามในข้อตกลงอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าหวังเหล่าจี๋

Hung To Group ทำการตลาดผลิตภัณฑ์หวังเหล่าจี๋ในกระป๋องสีแดงอันเป็นที่จดจำขึ้นมาวางจำหน่ายที่ฮ่องกง ในขณะที่หวังเหล่าจี๋ที่ GP ผลิตจะเป็นรุ่นกล่องสีเขียวขนาด 250 มล.

แต่หลังได้สิทธิ์ใช้เครื่องหมายการค้า ปรากฏว่า บริษัทในเครือของ Hung To Group ที่มีชื่อว่า “เจียตัวเป่า” (JDB) ได้ผลิตหวังเหล่าจี๋กระป๋องสีแดงเพื่อไปขายในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย โดย JDB ยังใช้ชื่อภาษาอังกฤษดั้งเดิม “Wong Lo Kat” ในจีนแผ่นดินใหญ่ และสะกดเป็นภาษาจีนว่า 王老吉

สัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าได้รับการต่ออายุในปี 2000 เพื่อให้มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 2 พ.ค. 2010

และในปี 2002 และ 2003 ได้มีการลงนามต่ออายุเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง โดยขยายระยะเวลาไปจนถึงปี 2013 และ 2020 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ยอดขายหวังเหล่าจี๋กระป๋องแดงของ JDB เพิ่มขึ้นเร็วกว่าหวังเหล่าจี๋กล่องเขียวของ GP

โดย ณ ปี 2004 ยอดขายของหวังเหล่าจี๋กระป๋องสีแดงมีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านหยวนต่อปี ในขณะที่กล่องสีเขียวมียอดขายเพียงประมาณ 80 ล้านหยวนต่อปี

ที่พีคคือในปี 2008 ยอดขายสะสมของหวังเหล่าจี๋กระป๋องสีแดงพุ่งทะลุเกิน 1 หมื่นล้านหยวน และยอดขายต่อปีในปี 2007, 2008 และ 2009 ก็ทำสถิติเป็นยอดขายสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกระป๋องของจีน

เริ่มมีการฟ้องร้องทางกฎหมาย

จากความขัดแย้งในการแข่งขันได้กลายเป็นความขัดแย้งทางกฎหมายในปี 2005 เมื่อ หลี่ อี้หมิง ผู้จัดการทั่วไปของ GP ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง เขาทำข้อตกลงในการต่ออายุใบอนุญาตเครื่องหมายการค้ากับ Hung To โดยได้รับเงิน 3 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง

กลุ่ม Hung To ระบุว่า พวกเขาถือว่าการชำระเงินดังกล่าวเป็นค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการต่ออายุข้อตกลงใบอนุญาตเครื่องหมายการค้า อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก หลี่ อี้หมิง มีพฤติกรรมฉ้อโกง และบริษัท GP ไม่เคยได้รับเงินดังกล่าว การชำระเงินจึงถูกประกาศอย่างเป็นทางการว่าเป็นสินบน

ในเดือน เม.ย. 2011 บริษัท GP ได้ยื่นเรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า “หวังเหล่าจี๋” ต่ออนุญาโตตุลาการ ทำให้ต่อมาในปี 2012 คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของจีนได้ตัดสินว่า สัญญาเครื่องหมายการค้าเพิ่มเติม 2 ฉบับนั้นเป็นโมฆะ

หมายความว่า ข้อตกลงเครื่องหมายการค้าที่ถูกต้องได้หมดอายุลงตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 2010 ดังนั้น Hung To Group และ JDB จึงไม่มีสิทธิ์ใช้เครื่องหมายการค้าหวังเหล่าจี๋อีกต่อไปนับตั้งแต่วันดังกล่าว

หลังจากนั้น ผลิตภัณฑ์หวังเหล่าจี๋ที่ผลิตโดย JDB มีการพิมพ์อย่างชัดเจนว่า “ผลิตโดย JDB” บนผลิตภัณฑ์กระป๋องสีแดง และผลิตภัณฑ์ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “JDB” และใช้ตัวอักษรจีน 加多寶 แทน

ขณะเดียวกัน หลายวันหลังจากการตัดสินของอนุญาโตตุลาการ GP ก็เริ่มผลิตเครื่องดื่มหวังเหล่าจี๋ “กระป๋องสีแดง” เป็นของตนเอง

และนั่นทำให้ในตลาดมีหวังเหล่าจี๋กระป๋องแดงที่เป็นทั้งของ GP และ JDB นั่นเอง

สงครามที่มองไม่เห็นจุดจบ

ดังคำว่า “เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้” สถานการณ์ของ GP และ JDB เปรียบได้กับ “กระป๋องแดงสองแบรนด์อยู่เชลฟ์เดียวกันไม่ได้” เนื่องจากหลังคำตัดสินในปี 2012 ทั้งสองบริษัทก็ยังคงผลัดกันฟ้องกันไปมาอยู่ตลอด ตั้งแต่เครื่องหมายการค้าและสูตร ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และสโลแกนโฆษณา ทั้งสองฝ่ายปะทะกันในทุกด้าน

จนถึงปี 2017 JDB แพ้คดีติดต่อกัน 22 ครั้ง โดยมีค่าชดเชยรวมกว่า 200 ล้านหยวน

อย่างไรก็ตาม ปี 2017 ได้มีคำตัดสินที่สำคัญเกิดขึ้นเช่นกัน เมื่อทั้ง GP และ JDB ได้สิทธิ์ในการใช้บรรจุภัณฑ์กระป๋องแดงร่วมกัน

โดยศาลประชาชนสูงสุดของจีนมีคำพิพากษาว่า การมอบกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ในสิทธิ์บรรจุภัณฑ์และการตกแต่งให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจนและอาจเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์สาธารณะ ศาลจึงปฏิเสธข้อเรียกร้องของทั้ง GP และ JDB ที่ว่าพวกเขาสมควรเป็นเจ้าของสิทธิ์บรรจุภัณฑ์และการตกแต่ง

พูดง่าย ๆ คือ “ทั้งสองบริษัทมีสิทธิที่จะทำผลิตภัณฑ์ของตนออกมาเป็นกระป๋องแดง” นั่นเอง และยังคงทำให้เกิดความสับสนมาจนถึงปัจจุบัน

ศาลประชาชนสูงสุดยังชี้ให้เห็นในคำพิพากษาขั้นสุดท้ายว่า ระบบทรัพย์สินทางปัญญามุ่งหมายที่จะปกป้องและส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม การกระทำของแรงงานในการสร้างและสะสมความมั่งคั่งทางสังคมผ่านการทำงานที่สุจริตและมีคุณธรรมควรได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาโดยกระบวนการยุติธรรมควรมีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่เป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นมาตรฐาน เป็นธรรม แข่งขันได้ และมีชีวิตชีวา และให้ประชาชนมีความคาดหวังทางกฎหมายที่ชัดเจน

โดยสรุปแล้ว ณ เวลานี้เครื่องดื่มสมุนไพรกระป๋องแดงมี 2 เจ้าคือ “หวังเหล่าจี๋” ของบริษัท GP และ “เจียตัวเป่า” ของบริษัท JDB ซึ่งสังเกตได้จากตัวอักษรจีนบนตัวบรรจุภัณฑ์

ดังนั้น ทุกวันนี้ หากเราพูดชื่อ “หวังเหล่าจี๋” แปลว่าเรากำลังพูดถึงกระป๋องแดงของ GP นั่นเอง ส่วนกระป๋องแดงที่ขายดีเป็นพลุแตกในช่วงเวลาก่อนปี 2012 คือ “เจียตัวเป่า” ในปัจจุบัน

ส่วนจะให้ฟันธงชี้ชัดว่าเจ้าไหนเป็นของจริงของปลอมนั้นเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะที่สุดทั้งสองแบรนด์ต่างมีรากฐานมาจากหวังเหล่าจี๋ต้นตำรับที่ก่อตั้งเมื่อกว่า 200 ปีก่อน

ขยายอิทธิพลไปทั่วโลก

นอกเหนือจากเรื่องของการฟ้องร้อง หวังเหล่าจี๋ได้พัฒนาเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่เป็นที่รู้จักกันดี เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย และกลายเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมที่สุดในประเทศจีน

ไม่เพียงเท่านั้น ในเดือน ต.ค. 2023 หวังเหล่าจี๋ของ GP ได้เปิดตัวชื่อแบรนด์ระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการ คือ “WALOVI” ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับเครื่องดื่มสมุนไพรเอเชียชนิดนี้ในการเดินทางสู่การได้รับการยอมรับในระดับโลก และเป็นการแนะนำหวังเหล่าจี๋โฉมใหม่สู่โลก

หวังเหล่าจี๋ยังได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยมีเครือข่ายการขายครอบคลุมร้านค้าปลีกกว่า 10 ล้านแห่งทั่วโลก การมีอยู่ของหวังเหล่าจี๋ในตลาดชาวจีนอเมริกันสูงถึง 90% และมีจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Amazon และร้านค้าปลีกยอดนิยมในท้องถิ่น เช่น Costco

หวังเหล่าจี๋ของ GP ได้เปิดตัวเครื่องดื่มสมุนไพร 18 ชนิด รวมถึงเครื่องดื่มสมุนไพรปราศจากน้ำตาล เครื่องดื่มสมุนไพรแบบมีฟอง และแม้แต่เครื่องดื่มสมุนไพรรสทุเรียน เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกมีทางเลือกมากขึ้นสำหรับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และฟื้นฟูภาพลักษณ์แบบเดิม ๆ ของแบรนด์เก่าแก่เพื่อดึงดูดความสนใจของคนรุ่นใหม่

เรียบเรียงจาก (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“Trader Joe's” กระเป๋าผ้าราคาไม่ถึงร้อย ราคารีเซลพุ่งไปได้ถึงหลักล้าน!

รองเท้าวิ่งระดับตำนาน “ASICS – Onitsuka” เป็นแบรนด์เดียวกันหรือไม่?

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หวังเหล่าจี๋” ชาสมุนไพรกระป๋องแดงในตำนาน สรุปใครแท้ใครปลอมกันแน่?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...