กกท. พร้อมจัดวันกีฬาแห่งชาติ 2568 มอบรางวัลเชิดชูคนกีฬา 9 ก.พ. 2569
การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เตรียมจัดงาน วันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยขยับกำหนดการจัดงานจากเดิมวันที่ 16 ธันวาคม 2568 มาเป็นวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก เพื่อรอพิจารณาผลงานของนักกีฬาจากการแข่งขัน กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และ กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 สำหรับการประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่บุคคลในวงการกีฬาไทย
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันกีฬาแห่งชาติของประเทศไทยตรงกับวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี เพื่อระลึกถึงพระปรีชาสามารถของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงชนะเลิศเหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบ ประเภทโอเค ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2510 ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อปี 2529 กำหนดให้วันที่ดังกล่าวเป็นวันกีฬาแห่งชาติ
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี กกท. ได้จัดงานวันกีฬาแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนมกราคม 2569 ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเป็นเจ้าภาพ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และ กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 จึงมีการปรับวันจัดงานวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2568 มาเป็นวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้สามารถนำผลงานการแข่งขันทั้งสองรายการมาพิจารณาประกอบการมอบรางวัลได้อย่างครบถ้วน
สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล ประจำปี 2568 คณะอนุกรรมการฯ จะพิจารณาจากผลงานการแข่งขันที่โดดเด่นและเป็นที่ประจักษ์ ระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ถึง 15 ธันวาคม 2568 รวมถึงผลการแข่งขัน กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 และ กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20–26 มกราคม 2569 โดยจัดลำดับความสำคัญของรายการแข่งขันตั้งแต่ระดับโลก ระดับเอเชีย ระดับอาเซียน และระดับมหาวิทยาลัย ขณะที่รางวัลนักกีฬามวยอาชีพดีเด่น จะพิจารณาผลงานระหว่างวันที่ 11 ธันวาคม 2567 ถึง 10 ธันวาคม 2568
"คณะทำงานวันกีฬาแห่งชาติในทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมครบทุกด้านแล้ว และเมื่อจบการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ผลงานของนักกีฬาจะถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณารางวัลด้วย" ผู้ว่าการ กกท. กล่าว
ทั้งนี้ รางวัลนักกีฬาดีเด่น ประจำปี 2568 แบ่งออกเป็น 10 ประเภท ประกอบด้วย นักกีฬาสมัครเล่นดีเด่น, นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นดีเด่น, นักกีฬาอาชีพดีเด่น, นักกีฬามวยไทยอาชีพดีเด่น, นักกีฬาคนพิการดีเด่น, ชนิดกีฬาทีมดีเด่นและประเภทกีฬาทีมดีเด่น, ผู้ฝึกสอนกีฬาดีเด่น, สมาคมกีฬาดีเด่น, บุคลากรทางกีฬาดีเด่น และ รางวัลนักกีฬาอาวุโสดีเด่น โดยผู้ได้รับรางวัลในสาขาหลักจะได้รับ ถ้วยพระราชทาน เป็นเกียรติสูงสุดของวงการกีฬาไทย