โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หมดยุค "ทุเรียน" แพง? ไทยเสี่ยงราคาหลุด 100 บาทต่อกิโลกรัม 2 ปีซ้อน อาเซียนรุมแข่งเดือด "ส่งออก" ตลาดจีน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วิกฤตทุเรียนไทย ? ราคาดิ่งยาวต่ำ 100 บาท ทุเรียนเวียดนามยึด ตลาด

หมดยุค "ทุเรียน" แพง? ทุเรียนสดไทยเสี่ยงราคาหลุด 100 บาทต่อกิโลกรัม 2 ปีซ้อน อาเซียนรุมแข่งเดือดแย่ง "ส่งออก" ตลาดจีน

วิกฤตทุเรียนไทย? กับการส่งออกไปยังตลาดจีน ที่วันนี้ทุเรียนเวียดนามมาแรงแซงทางโค้ง บุกสู่ตลาดจีนได้สำเร็จงดงาม ปีที่ผ่านมาโตก้าวกระโดด ปีเดียวพุ่งเกือบ 9 แสนตัน โกยเงินเข้าประเทศกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ และที่สำคัญ นี่คือ เป็นคู่แข่งของทุเรียนไทย

ศึกวิมานหนามของจริงของชาติอาเซียน ยังคงร้อนแรงในปีนี้ โดยเฉพาะทุเรียนของไทยและเวียดนาม ล่าสุด “ทุเรียนไทย” กำลังเจอกับภาวะสั่นคลอนครั้งสำคัญ จากคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดอย่างเวียดนาม เพราะทุเรียนเป็นเป็นผลไม้เศรษฐกิจนัมเบอร์วันของไทย ในการส่งออกไปยังตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก

การส่งออก "ทุเรียนของเวียดนาม" ในปีที่ผ่านมา เป็นปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยกรมการค้าต่างประเทศ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามประเมินว่า รายได้จากการส่งออกทุเรียนในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และหากนับถึงเพียงแค่ 11 เดือน เวียดนามส่งออกทุเรียนไปจีนเกือบ 8.85 แสนตัน

และรายได้ดังกล่าวยังคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกผักและผลไม้ทั้งหมดของประเทศ หมายความว่าทุเรียนได้กลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจหลักของประเทศเวียดนามไปแล้วไม่ต่างจากไทย

เส้นทางความสำเร็จในวันนี้ของเวียดนามไม่ได้ราบรื่นตลอดทั้งปี แต่เกิดจากการพยายามอย่างแรงกล้าของทุกฝ่าย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ทางการจีนเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสารพิษตกค้างจากยาฆ่าแมลง รวมถึงมาตรฐานทางเทคนิคอื่น ๆ เช่น การควบคุมสารแคดเมียม และสาร BY2 ในทุเรียนสด และมาตรการดังกล่าวส่งผลทำให้สินค้าจากเวียดนาดหลายล็อตต้องถูกชะลอการนำเข้า หรือถูกปฏิเสธในด่านศุลกากร และทำให้ปริมาณการส่งออกในช่วงต้นปีชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

แต่หลังจากตั้งหลักได้ ย้อนกลับไปตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2568 เป็นต้นมา ภาพรวมการส่งออกทุเรียนเวียดนามก็สามารถพลิกกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว จากการที่ภาคเอกชนไม่รอช้า เร่งปรับตัวด้วยการยกระดับมาตรฐานพื้นที่เพาะปลูก การจัดการสวน การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ รวมถึงการพัฒนาระบบรหัสแหล่งผลิตและโรงคัดบรรจุให้เป็นไปตามข้อกำหนดของจีน ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องของเวียดนามก็มีการทำงานประสานงานอย่างใกล้ชิดทั้งในประเทศและกับฝ่ายการค้าของจีน เพื่อแก้ไขอุปสรรคทางเทคนิค ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้นำเข้าจนได้รับการตอบรับที่ดี

ขณะเดียวกันรัฐบาลเวียดนามยังเดินหน้ายกระดับโครงสร้างการค้าทุเรียนในระยะยาว โดยกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเตรียมทดลองนำร่องระบบตรวจสอบแหล่งที่มาของทุเรียนในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 ระบบดังกล่าวจะครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิตในสวน การรับซื้อผลผลิต การแปรรูปเบื้องต้น การบรรจุ การขนส่ง ไปจนถึงการจัดจำหน่าย โดยทุเรียนแต่ละลูกหรือแต่ละล็อตจะติดฉลากที่สามารถสแกนผ่าน QR code หรือเทคโนโลยีอื่น เพื่อให้ผู้ซื้อและหน่วยงานกำกับดูแลสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้อย่างละเอียด ทั้งแหล่งที่มา วันที่เก็บเกี่ยว โรงคัดบรรจุ และเส้นทางการขนส่ง

ความเสี่ยง "ทุเรียนไทย" ต้นทุนยังสูง อาเซียนปลูกเพียบ แย่งส่วนแบ่งส่งออกตลาดจีน

กลับมาดูที่บ้านเรากันบ้าง ทุเรียนไทยปีนี้ ยังต้องเจอกับความเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะราคาอาจจะตกลงต่อเนื่องเหลือเพียงแค่ 90 บาทต่อกิโลกรัม แถมคู่แข่งส่งออกก็ไม่ได้มีแค่เวียดนามอีกด้วย แต่ยังมีอีกหลายชาติในอาเซียนที่รอช่วงชิงแบ่งเค้กก้อนงาม และรายได้ก้อนโต

มรสุมรุมเร้าทุเรียนไทย ตรงกันข้ามกับเวียดนามที่ฟ้ากำลังเปิด ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในปีนี้ ปี 2569 คาดว่าราคาทุเรียนสดไทยจะลดลง 2.7% เหลือยู่ที่กิโลกรัมละ 90 บาท และยังเป็นการลดลงต่อเนื่องต่ำกว่าร้อยบาทต่อกิโลกรัมเป็นปีที่ 2 อีกด้วย

รายงานยังระบุด้วยว่า ราคาที่ตกลงจะไปกดดันรายได้ของเกษตรกรไทยชาวสวนทุเรียนให้ลดลงไปประมาณ 0.7% และยังทำให้ในระยะข้างหน้า ราคาทุเรียนสดไทยมีแนวโน้มยากต่อการกลับไปยืนอยู่ในราคาระดับที่สูงกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัมเหมือนในอดีต

สำหรับปีที่ผ่านมา ปี 2568 ราคาทุเรียนสดไทยได้ปรับตัวราคาขายถูกกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัมเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 92.5 บาทต่อกิโลกรัม หรือลดลงไปถึง 16% จากปีก่อนหน้า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนที่อยู่ที่ 108.7 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งในช่วงนั้นราคาทุเรียนสดไทยเติบโตอย่างสดใส เฉลี่ยพุ่งปีละ 6.4%

สาเหตุสำคัญ หรือปัจจัยหลักที่ฉุดราคาทุเรียนสดไทยในปี 2568 มาจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นถึง 23.2% แตะระดับ 1.59 ล้านตัน จากในอดีตค่าเฉลี่ยอยู่ที่ราว 1.31 ล้านตันต่อปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูกจากปรากฏการณ์ลานีญา ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนเพียงพอและต้นทุเรียนให้ผลผลิตสูง

ที่สำคัญ คือ ปัจจุบันนี้ตลาดจีนมีการแข่งขันที่หนักขึ้นหลายเท่า เพราะไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้นที่มีทุเรียน แต่เรียกว่ามีแทบทุกประเทศในย่านนี้ก็ว่าได้ อย่างเวียดนามที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ฟิลิปปินส์ที่เริ่มส่งออกในปี 2566 มาเลเซียในปี 2567 และกัมพูชากับสปป.ลาวในปี 2568

ทิศทางการส่งออกทุเรียนไทยในปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า มูลค่าส่งออกทุเรียนสดไทยในปี 2569 มีแนวโน้มลดลง 1.8% เหลือประมาณ 3,705 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแรงกดดันหลักในสามประเด็นสำคัญ คือ

ประเด็นแรก คือ ความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดจีนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเวียดนาม ซึ่งรุกตลาดจีนอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2565 หลังจีนอนุญาตให้นำเข้าทุเรียนสดจากเวียดนามอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของไทยในจีนหดตัวลดลงต่อเนื่อง

ประเด็นที่สอง คือมาตรฐานนำเข้าของจีน โดยตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 จีนเพิ่มการควบคุมคุณภาพและสารตกค้างในทุเรียน รวมถึงข้อกำหนดด้านสุขอนามัย เป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการไทยในการรักษามาตรฐาน เมื่อเทียบกับเวียดนามที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าและระยะทางขนส่งที่ใกล้กว่า

ประเด็นที่สาม คือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น ซึ่งจะกดดันให้ผลผลิตทุเรียนไทยเพิ่มขึ้นเพียง 1.9% ไปอยู่ที่ราว 1.62 ล้านตัน นอกจากนี้ ในระยะยาว สภาพอากาศที่แปรปรวนยังอาจกระทบคุณภาพผลผลิต เช่น ปัญหาทุเรียนอ่อนหรือสุกเกินมาตรฐาน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออก

รายงานยังย้ำด้วยว่า แม้ไทยเราจะยังคงครองแชมป์ส่วนแบ่งตลาดในจีนไว้ได้จากคุณภาพที่ดีและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ แต่ทุเรียนของเวียดนามมีความได้เปรียบด้านต้นทุนต่ำและระยะขนส่งที่ใกล้กว่า ดังนั้นเมื่อต้องวิ่งแข่งขันกันในระยะยาว จึงถือว่าไทยเรามีความเสี่ยงมากกว่าอย่างแน่นอน หรือมีโอกาสที่จะเกิดกับวิกฤตได้อย่างแน่นอน หากไม่หาทางแก้เกม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...