หมดยุค "ทุเรียน" แพง? ไทยเสี่ยงราคาหลุด 100 บาทต่อกิโลกรัม 2 ปีซ้อน อาเซียนรุมแข่งเดือด "ส่งออก" ตลาดจีน
หมดยุค "ทุเรียน" แพง? ทุเรียนสดไทยเสี่ยงราคาหลุด 100 บาทต่อกิโลกรัม 2 ปีซ้อน อาเซียนรุมแข่งเดือดแย่ง "ส่งออก" ตลาดจีน
วิกฤตทุเรียนไทย? กับการส่งออกไปยังตลาดจีน ที่วันนี้ทุเรียนเวียดนามมาแรงแซงทางโค้ง บุกสู่ตลาดจีนได้สำเร็จงดงาม ปีที่ผ่านมาโตก้าวกระโดด ปีเดียวพุ่งเกือบ 9 แสนตัน โกยเงินเข้าประเทศกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ และที่สำคัญ นี่คือ เป็นคู่แข่งของทุเรียนไทย
ศึกวิมานหนามของจริงของชาติอาเซียน ยังคงร้อนแรงในปีนี้ โดยเฉพาะทุเรียนของไทยและเวียดนาม ล่าสุด “ทุเรียนไทย” กำลังเจอกับภาวะสั่นคลอนครั้งสำคัญ จากคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดอย่างเวียดนาม เพราะทุเรียนเป็นเป็นผลไม้เศรษฐกิจนัมเบอร์วันของไทย ในการส่งออกไปยังตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก
การส่งออก "ทุเรียนของเวียดนาม" ในปีที่ผ่านมา เป็นปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยกรมการค้าต่างประเทศ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามประเมินว่า รายได้จากการส่งออกทุเรียนในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และหากนับถึงเพียงแค่ 11 เดือน เวียดนามส่งออกทุเรียนไปจีนเกือบ 8.85 แสนตัน
และรายได้ดังกล่าวยังคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกผักและผลไม้ทั้งหมดของประเทศ หมายความว่าทุเรียนได้กลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจหลักของประเทศเวียดนามไปแล้วไม่ต่างจากไทย
เส้นทางความสำเร็จในวันนี้ของเวียดนามไม่ได้ราบรื่นตลอดทั้งปี แต่เกิดจากการพยายามอย่างแรงกล้าของทุกฝ่าย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ทางการจีนเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสารพิษตกค้างจากยาฆ่าแมลง รวมถึงมาตรฐานทางเทคนิคอื่น ๆ เช่น การควบคุมสารแคดเมียม และสาร BY2 ในทุเรียนสด และมาตรการดังกล่าวส่งผลทำให้สินค้าจากเวียดนาดหลายล็อตต้องถูกชะลอการนำเข้า หรือถูกปฏิเสธในด่านศุลกากร และทำให้ปริมาณการส่งออกในช่วงต้นปีชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเจน
แต่หลังจากตั้งหลักได้ ย้อนกลับไปตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2568 เป็นต้นมา ภาพรวมการส่งออกทุเรียนเวียดนามก็สามารถพลิกกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว จากการที่ภาคเอกชนไม่รอช้า เร่งปรับตัวด้วยการยกระดับมาตรฐานพื้นที่เพาะปลูก การจัดการสวน การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ รวมถึงการพัฒนาระบบรหัสแหล่งผลิตและโรงคัดบรรจุให้เป็นไปตามข้อกำหนดของจีน ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องของเวียดนามก็มีการทำงานประสานงานอย่างใกล้ชิดทั้งในประเทศและกับฝ่ายการค้าของจีน เพื่อแก้ไขอุปสรรคทางเทคนิค ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้นำเข้าจนได้รับการตอบรับที่ดี
ขณะเดียวกันรัฐบาลเวียดนามยังเดินหน้ายกระดับโครงสร้างการค้าทุเรียนในระยะยาว โดยกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเตรียมทดลองนำร่องระบบตรวจสอบแหล่งที่มาของทุเรียนในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 ระบบดังกล่าวจะครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิตในสวน การรับซื้อผลผลิต การแปรรูปเบื้องต้น การบรรจุ การขนส่ง ไปจนถึงการจัดจำหน่าย โดยทุเรียนแต่ละลูกหรือแต่ละล็อตจะติดฉลากที่สามารถสแกนผ่าน QR code หรือเทคโนโลยีอื่น เพื่อให้ผู้ซื้อและหน่วยงานกำกับดูแลสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้อย่างละเอียด ทั้งแหล่งที่มา วันที่เก็บเกี่ยว โรงคัดบรรจุ และเส้นทางการขนส่ง
ความเสี่ยง "ทุเรียนไทย" ต้นทุนยังสูง อาเซียนปลูกเพียบ แย่งส่วนแบ่งส่งออกตลาดจีน
กลับมาดูที่บ้านเรากันบ้าง ทุเรียนไทยปีนี้ ยังต้องเจอกับความเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะราคาอาจจะตกลงต่อเนื่องเหลือเพียงแค่ 90 บาทต่อกิโลกรัม แถมคู่แข่งส่งออกก็ไม่ได้มีแค่เวียดนามอีกด้วย แต่ยังมีอีกหลายชาติในอาเซียนที่รอช่วงชิงแบ่งเค้กก้อนงาม และรายได้ก้อนโต
มรสุมรุมเร้าทุเรียนไทย ตรงกันข้ามกับเวียดนามที่ฟ้ากำลังเปิด ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในปีนี้ ปี 2569 คาดว่าราคาทุเรียนสดไทยจะลดลง 2.7% เหลือยู่ที่กิโลกรัมละ 90 บาท และยังเป็นการลดลงต่อเนื่องต่ำกว่าร้อยบาทต่อกิโลกรัมเป็นปีที่ 2 อีกด้วย
รายงานยังระบุด้วยว่า ราคาที่ตกลงจะไปกดดันรายได้ของเกษตรกรไทยชาวสวนทุเรียนให้ลดลงไปประมาณ 0.7% และยังทำให้ในระยะข้างหน้า ราคาทุเรียนสดไทยมีแนวโน้มยากต่อการกลับไปยืนอยู่ในราคาระดับที่สูงกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัมเหมือนในอดีต
สำหรับปีที่ผ่านมา ปี 2568 ราคาทุเรียนสดไทยได้ปรับตัวราคาขายถูกกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัมเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 92.5 บาทต่อกิโลกรัม หรือลดลงไปถึง 16% จากปีก่อนหน้า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนที่อยู่ที่ 108.7 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งในช่วงนั้นราคาทุเรียนสดไทยเติบโตอย่างสดใส เฉลี่ยพุ่งปีละ 6.4%
สาเหตุสำคัญ หรือปัจจัยหลักที่ฉุดราคาทุเรียนสดไทยในปี 2568 มาจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นถึง 23.2% แตะระดับ 1.59 ล้านตัน จากในอดีตค่าเฉลี่ยอยู่ที่ราว 1.31 ล้านตันต่อปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูกจากปรากฏการณ์ลานีญา ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนเพียงพอและต้นทุเรียนให้ผลผลิตสูง
ที่สำคัญ คือ ปัจจุบันนี้ตลาดจีนมีการแข่งขันที่หนักขึ้นหลายเท่า เพราะไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้นที่มีทุเรียน แต่เรียกว่ามีแทบทุกประเทศในย่านนี้ก็ว่าได้ อย่างเวียดนามที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ฟิลิปปินส์ที่เริ่มส่งออกในปี 2566 มาเลเซียในปี 2567 และกัมพูชากับสปป.ลาวในปี 2568
ทิศทางการส่งออกทุเรียนไทยในปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า มูลค่าส่งออกทุเรียนสดไทยในปี 2569 มีแนวโน้มลดลง 1.8% เหลือประมาณ 3,705 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแรงกดดันหลักในสามประเด็นสำคัญ คือ
ประเด็นแรก คือ ความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดจีนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเวียดนาม ซึ่งรุกตลาดจีนอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2565 หลังจีนอนุญาตให้นำเข้าทุเรียนสดจากเวียดนามอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของไทยในจีนหดตัวลดลงต่อเนื่อง
ประเด็นที่สอง คือมาตรฐานนำเข้าของจีน โดยตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 จีนเพิ่มการควบคุมคุณภาพและสารตกค้างในทุเรียน รวมถึงข้อกำหนดด้านสุขอนามัย เป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการไทยในการรักษามาตรฐาน เมื่อเทียบกับเวียดนามที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าและระยะทางขนส่งที่ใกล้กว่า
ประเด็นที่สาม คือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น ซึ่งจะกดดันให้ผลผลิตทุเรียนไทยเพิ่มขึ้นเพียง 1.9% ไปอยู่ที่ราว 1.62 ล้านตัน นอกจากนี้ ในระยะยาว สภาพอากาศที่แปรปรวนยังอาจกระทบคุณภาพผลผลิต เช่น ปัญหาทุเรียนอ่อนหรือสุกเกินมาตรฐาน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออก
รายงานยังย้ำด้วยว่า แม้ไทยเราจะยังคงครองแชมป์ส่วนแบ่งตลาดในจีนไว้ได้จากคุณภาพที่ดีและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ แต่ทุเรียนของเวียดนามมีความได้เปรียบด้านต้นทุนต่ำและระยะขนส่งที่ใกล้กว่า ดังนั้นเมื่อต้องวิ่งแข่งขันกันในระยะยาว จึงถือว่าไทยเรามีความเสี่ยงมากกว่าอย่างแน่นอน หรือมีโอกาสที่จะเกิดกับวิกฤตได้อย่างแน่นอน หากไม่หาทางแก้เกม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "เกษตรพอเพียง" สร้างสุข ผอ.เกษียณ เปิดร้านกาแฟกลางสวน | เรื่องดีดีทั่วไทย | 23-12-68
- "สร้างรายได้" ดีกว่า ปลูก"กลอย"ในร่องสวนยาง ทำเงินครึ่งแสนต่อปี | เรื่องดีดีทั่วไทย | 16-12-68
- วิจัยกสิกรฯ มอง GDP ปี 69 โตลด 1.6% จาก 2% ในปี 68 ศก.แผ่ว - การเมืองไม่นิ่ง
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดน้ำท่วมใต้ถล่มเศรษฐกิจ คาดความเสียหายเบื้องต้นทะลุ 2.5 หมื่นลบ.
- กกร.คาดส่งออกปีนี้โตพุ่งร้อยละ 10.5 รับอานิสงส์เศรษฐกิจโลกดี