โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดผลทดสอบ Adaptor ชาร์จเร็ว 20 ยี่ห้อ ผ่านมอก. แต่กว่า 50% มีความร้อนสะสมสูง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 06.04 น.

สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วม ‘ฉลาดซื้อ’ เผยทดสอบอะแดปเตอร์ชาร์จแบบเร็ว แม้ผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัย แต่พบกว่าร้อยละ 50 มีความร้อนสะสมสูง หนุน มอก. ยกระดับให้เป็นมาตรฐานบังคับเรื่องความปลอดภัยของความร้อนสะสม เสนอให้มีฉลากเบอร์ 5 ด้านประหยัดพลังงาน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ได้เปิดเผยผลทดสอบผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องจ่ายไฟฟ้า สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ต หรือ อะแดปเตอร์ (Adaptor) ที่มีคุณสมบัติการชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging : FC) โดยการสนับสนุนของสภาองค์กรของผู้บริโภค

สำหรับการทดสอบครั้งนี้ เป็นการนำอะแดปเตอร์ฟาสต์ชาร์จ ที่สุ่มซื้อจากตลาดออนไลน์มาเพื่อตรวจสอบและทดสอบคุณสมบัติการชาร์จแบบเร็วของอะแดปเตอร์ชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging Adapter) ตามที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ เปรียบเทียบกับข้อมูลที่ใช้ในการโฆษณาตามสื่อออนไลน์ และเพื่อทดสอบอะแดปเตอร์ชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging Adapter) ด้านกำลังไฟฟ้าสูงสุด และประสิทธิภาพพลังงาน และด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน มอก.62368 เล่ม 1-2563

โดยทำการสุ่มซื้อตัวอย่างจากท้องตลาด จำนวน 20 ยี่ห้อ ราคาต่อหน่วยอ้างอิงร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์ตัวแทนจำหน่าย หรือแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ที่เป็นร้านตัวแทนจำหน่าย ข้อมูลสืบค้นในเดือนพฤศจิกายน 2568 ราคาระหว่าง 199-790 บาท ประกอบด้วยตัวอย่างจากยี่ห้อ 1. UGREEN 2. ANKER 3. Hoco 4. SAMSUNG 5. APPLE 6. AUKEY 7. ENYX 8. TITAN V 9. WHY Pixel 25W (GaN) 10. ALPHAX 11. GOOJODOQ (ไม่มียี่ห้อระบุบนผลิตภัณฑ์และแพคเกจ) 12. Asaki 13. Hale 14. OPPO 15. Xiaomi 16. Qplus 17. TECHPRO 18. BLUE BOX 19. VOLTME 20. Choetech โดยสุ่มยี่ห้อละ 1 รุ่น (model)

โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของการทดสอบในครั้งนี้ว่า ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ต หรืออะแดปเตอร์ (Adaptor) ที่มีคุณสมบัติการชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging : FC) มีการพัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการแต่ละรายมีการแข่งขันพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองต่อผู้บริโภค พบการโฆษณาอ้างถึงประสิทธิภาพความเร็วในการชาร์จ กำลังไฟฟ้าในการชาร์จ และการรองรับเทคโนโลยีหรือโพรโทคอลการชาร์จแบบเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและมีจำนวนที่หลากหลาย เมื่อผู้บริโภคต้องการเลือกซื้อ การตรวจพิสูจน์คุณสมบัติเหล่านี้ของผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบได้โดยง่าย

ฉะนั้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อะแดปเตอร์ชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging Adapter) สภาผู้บริโภคจึงเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ว่าควรมีการทดสอบเพื่อให้ข้อมูล และความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภค

ผศ.เฉลิมเกียรติ จิระรุ่งเสถียร นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีซ่อมบำรุงรักษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การทดสอบอะแดปเตอร์ฟาสต์ชาร์จ จำนวน 20 ตัวอย่างครั้งนี้ประกอบด้วย 1.การตรวจสอบคุณลักษณะ Fast Charge 2.การทดสอบวัดค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดตามคุณลักษณะเฉพาะของผู้ผลิต (maximum outlet power : max. watt) 3.การทดสอบค่าประสิทธิภาพพลังงาน (power efficiency) และ 4.การวัดความร้อนสะสมบนผลิตภัณฑ์ (thermal guard) ขณะชาร์จ

โดยผลทดสอบสรุปได้ดังนี้

1. ด้านการตรวจสอบคุณลักษณะ Fast Charge ของผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง 20 ตัวอย่าง พบว่าผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่ทดสอบทั้งหมด มีคุณลักษณะ Fast Charge ตรงตามที่ระบุบนตัวผลิตภัณฑ์ และบนหีบห่อผลิตภัณฑ์ และเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลจากการโฆษณาในสื่อออนไลน์ต่างๆ

2. ด้านการวัดค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดตามคุณลักษณะเฉพาะของผู้ผลิต (max. watt) ทั้ง 20 ตัวอย่าง เมื่อเปรียบเทียบกับค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดที่ระบุบนผลิตภัณฑ์หรือหีบห่อแล้ว พบว่า
a. ได้ค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดจากการทดสอบ เท่ากับ ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ จำนวน 1 ตัวอย่าง
b. ได้ค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดจากการทดสอบ มากกว่า ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ จำนวน 4 ตัวอย่าง
c. ได้ค่ากำลังจ่ายไฟสูงสุดจากการทดสอบ น้อยกว่า ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ จำนวน 14 ตัวอย่าง
d. และพบว่ามี 1 ตัวอย่าง ยี่ห้อ OPPO ที่ไม่สามารถทำการทดสอบที่การจ่ายกำลังไฟสูงสุดได้เนื่องจากข้อจำกัดเฉพาะของการเปิดคุณลักษณะ Fast Charge ที่เป็นระบบ Super VOOC ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของผลิตภัณฑ์

3. ด้านค่าประสิทธิภาพพลังงาน (power efficiency) พบว่า ผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง 3 ลำดับแรก ที่มีค่าร้อยละประสิทธิภาพพลังงานสูงสุด จากทั้ง 20 ตัวอย่าง ได้แก่ ยี่ห้อ ASAKI รุ่น A-2434E (89.6%) AUKEY รุ่น PA-R1P (89.4%) และ VOLTME รุ่น Revo 30 (88.6%) ขณะที่ค่าประสิทธิภาพด้านพลังงานน้อยที่สุด คือ BLUE BOX รุ่น BB-WC01 ที่ 79.2%

4. ด้านผลการวัดความร้อนสะสมบนผลิตภัณฑ์ (thermal guard) ขณะชาร์จของผลิตภัณฑ์ทั้ง 20 ตัวอย่าง โดยพบว่า 3 อันดับที่มีความร้อนสะสมน้อยที่สุดในการชาร์จ 1 ชั่วโมง ได้แก่ APPLE/A3346 (45 องศาเซลเซียส) Xiaomi รุ่น MDY-15-EW (47.4 องศาเซลเซียส) และ ENYX รุ่น A-3X (50.1 องศาเซลเซียส)

และพบว่ามี 3 ตัวอย่าง ที่มีความร้อนสะสมเกิน 60 องศาเซลเซียส คือ BLUE BOX รุ่น BB-WC01 (68.4 องศาเซลเซียส) hoco รุ่น HC-CT-C76(WH) (62.8 องศาเซลเซียส) และ ALPHAX รุ่น ALC-GAN20W (62.8 องศาเซลเซียส) ซึ่งพบว่าตัวอย่าง BLUE BOX รุ่น BB-WC01 และ hoco รุ่น HC-CT-C76(WH) มีความร้อนสะสมที่ผิวเกิน 60 องศาเซลเซียส หลังจากชาร์จนาน 30 นาที

กล่าวโดยสรุปจากผลการทดสอบได้ว่า

– คุณลักษณะการชาร์จแบบเร็วที่ระบุบนตัวผลิตภัณฑ์ของทุกตัวอย่าง มีโพรโทคอลการชาร์จเป็นไปตามที่มีอยู่จริงของแต่ละตัวอย่าง

– รายละเอียดคุณลักษณะการชาร์จของทุกตัวอย่างที่โฆษณาตามสื่อ แม้มีการแสดงโพรโทคอลการชาร์จให้มีรายละเอียดจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เกินสเปคการชาร์จที่ระบุบนอยู่ตัวผลิตภัณฑ์นั้นๆ

– กำลังไฟฟ้าสูงสุด (max watt) ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ หรือหีบห่อ ใกล้เคียงตามกำลังไฟฟ้าที่ให้จริงได้ โดยส่วนมากมีการระบุความสามารถการจ่ายกำลังไฟฟ้าสูงสุดได้ มากกว่า กำลังไฟสูงสุดจริง เล็กน้อย ไม่เกิน 10%

– ผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อมีการออกแบบให้มีคุณลักษณะการชาร์จแบบเร็วโดยเฉพาะที่จะสามารถชาร์จได้เต็มกำลัง และประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อต่อชาร์จเข้ากับอุปกรณ์โทรศัพท์หรือแท็ปเล็ตยี่ห้อเดียวกัน หรือต้องใช้สายต่อชาร์จเฉพาะรุ่นเท่านั้น เช่น OPPO และ Xiaomi เป็นต้น ซึ่งผลที่ได้จากการทดสอบผลิตภัณฑ์เหล่านี้จึงอยู่ภายใต้ข้อจำกัดในการทดสอบที่ระบุเป็นสำคัญ

– ค่าประสิทธิภาพกำลังไฟฟ้าสามารถบอกได้ถึงความสามารถในการจัดการพลังงานของหัวชาร์จที่ดีได้ และแปรผกผันกับความร้อนสะสมที่ผิวระหว่างการชาร์จ

ผศ.เฉลิมเกียรติกล่าวเสริมว่า “ขอเสนอให้ สมอ.ควรเฝ้าระวังหรือเข้มงวดกับมาตรฐานที่มีอยู่แล้ว ให้เป็นมาตรฐานบังคับเรื่องความปลอดภัยของความร้อนสะสม เสนอให้มีฉลากเบอร์ 5 ด้านประหยัดพลังงาน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน”

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

• เสนอให้มีมาตรฐานเฉพาะสำหรับหัวชาร์จแบบเร็วที่เป็นมาตรฐานบังคับ ในการรับรอง มอก.ควรแบ่งตามกำลังไฟที่ใช้กับอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน เช่น 18 วัตต์ สำหรับการชาร์จทั่วไป, 18-65 วัตต์ สำหรับชาร์จเร็ว, 65 วัตต์ขึ้นไปใช้กับแท็บเล็ต

• เสนอให้กระทรวงพลังงาน สามารถนำข้อมูลค่าประสิทธิภาพพลังงาน (%EFFICIENCY) เพื่ออ้างอิงกำหนดเกณฑ์การให้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ได้

• ควรมีการให้ความรู้เบื้องต้นในการอ่านฉลากสินค้ากลุ่มสินค้าประเภท อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ เพื่อจะได้เลือกซื้อได้อย่างถูกต้องและเข้าใจ มากกว่าการเทียบจำนวนฟังก์ชั่นการชาร์จตามโฆษณา

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควรเร่งให้ความรู้กับภาคประชาชนเพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจต่อมาตรฐานประเภทต่างๆ ของก่อนเลือกซื้ออะแดปเตอร์ Fast Charge อีกทั้งควรประสานร่วมมือกับภาคผู้ผลิตให้มีการจัดทำข้อมูล เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน

อ่านรายละเอียดผลทดสอบฉบับเต็ม https://www.chaladsue.com/articles/4878

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดผลทดสอบ Adaptor ชาร์จเร็ว 20 ยี่ห้อ ผ่านมอก. แต่กว่า 50% มีความร้อนสะสมสูง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...