แม่ร้องสื่อ ตร.ขับบิ๊กไบค์ชนลูกสาว 3 คนสาหัส ผู้กำกับฯ ยืนยันดำเนินคดีตรงไปตรงมา
แม่ร้องสื่อ ตำรวจขับบิ๊กไบค์ชนลูกสาว 3 คน สาหัส หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรมขอดำเนินคดีตรงไปตรงมา
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรับรายงานเรื่องร้องทุกข์จาก นางน้ำฝน อายุ 47 ปี มารดาของนักเรียนหญิงชั้น ม.4 และ ม.5 จำนวน 3 ราย หลังถูกรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เฉี่ยวชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัสในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายกำแพงเพชร-พิจิตร พื้นที่ ม.9 ต.หนองไม้กอง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร โดยจุดดังกล่าวอยู่บริเวณหน้า รพ.สต.บ้านเเม่ยื้อ ทางแยกเข้า ม.2 บ้านสักขีย์ ซึ่งเป็นบ้านของผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย
โดยหลังจากเกิดเหตุเด็กหญิงทั้ง 3 ราย ได้กระเด็นลงไปบริเวณไหล่ทางที่กำลังก่อสร้างถนนมีความสูงเกือบ 1 เมตร โดยได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งหมด ชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้นำตัวทั้งหมดส่งโรงพยาบาลไทรงาม
ทราบชื่อ 1.น.ส.นัส อายุ 16 ปี นร.ชั้น ม.4 คนขับซึ่งเป็นแฝดน้อง ได้บาดเจ็บหัวแตกเย็บ 3 เข็ม ,บาดเจ็บข้อศอกซ้าย-ขวา ,หัวเข่าซาย-ขวา , แผลถลอกที่สะโพกขวา ,หลังเท้าซ้ายบาดแผลลึก
2.น.ส.นาดา อายุ 18 ปี นร.ม.5 คนซ้อนกลางซึ่งเป็นพี่สาวคนโต มีอาการหัวบวม ,เวียนหัว ,ซี่โครงซ้ายมีบาดแผลลามไปด้านหลัง ,หูฉีกสองข้าง , มีบาดแผลที่เข่าด้านซ้าย , บาดแผลศอกด้านซ้ายและขวา สะโพกด้านขวา
3.น.ส.โบว์ อายุ 16 ปี นร.ชั้น ม.4 (แฝดพี่) บาดเจ็บที่ใบหน้า-ฟันที่จัดมาผิดรูป ,แผลข้อศอกซ้าย-ขวา ,แผลที่เข่าซ้าย ,อุ้งเชิงกลานแตกร้าว ,กระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะฉีกขาด , ปอดทะลุ ,สะโพกแตก ปัจจุบันถูกส่งตัวไปรอการผ่าตัดที่ รพ.นเรศศวร จ.พิษณุโลก ซึ่งตั้งแต่ รพ.ไทรงาม ส่งตัวไป รพ.กำแพงเพชร ได้ทำการผ่าตัดไปแล้ว 2 รอบ
ในบริเวณจุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ยี่ห้อ ฮอนด้า CBR 650 cc ป้ายทะเบียนกำแพงเพชร ซึ่งมี ด.ต.ราเชนทร์ อายุ 40 ปี ตำรวจ ผบ.หมู่สืบสวน สภ.ไทรงาม เป็นผู้ขับขี่มีอาการบาดเจ็บตามร่างกายพูดคุยได้ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ของนักเรียน ทั้ง 3 ราย ยึ่หัอ ฮอนด้าเวฟ สีแดง-ดำ ป้ายทะเบียนกำแพงเพชร รถทั้งสองคันสภาพพังยับเยิน เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถทั้งสองคันไปเก็บไว้ที่ สภ.ไทรงาม ก่อนจะนำ ด.ต.ราเชนทร์ เจ้าของรถบิ๊กไบค์ส่งโรงพยาบาล โดยล่าสุดก็ถูกส่งตัวไปที่ รพ.นเรศวร จ.พิษณุโลก เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ เลือดออกข้างในสมอง
ขณะที่ นางน้ำฝน อายุ 47 ปี มารดาของผู้เสียหายทั้ง 3 ราย ได้เดินทางพาผู้สื่อข่าวไปชี้จุดเกิดเหตุ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดของชาวบ้านที่ติดตั้งเอาไว้จับภาพวินาทีชนไว้ได้ ระบุว่า เมื่อตนเห็นภาพเหตุการณ์แล้วมองว่าฝ่ายตำรวจควรจะต้องชะลอรถให้ช้า เนื่องจากเป็นเขตที่กำลังก่อสร้างถนน และรถของลูกสาวตนได้ตีไฟเลี้ยวขวา เตรียมที่จะข้ามเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน แต่กลับถูกชนบริเวณท่อไอเสียของรถจนทำให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บ ตอนแรกตนก็ไม่ทราบว่าเจ้าของรถบิ๊กไบค์เป็นตำรวจที่อยู่พื้นที่เกิดเหตุ ประกอบกับตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่มีใครติดต่อเข้ามาเพื่อเยียวยาใดๆ ตนกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และขณะนี้ค่าใช้จ่ายของการรักษาลูกสาวของตนทั้งหมดก็สูงขึ้น ตนมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงเด็กอยู่ต่างจังหวัดคงจะไม่มีเงินที่จะรักษาลูกอย่างแน่นอน โดยตอนนี้ลูกสาวคนโตก็ยังไม่รู้ว่าจะหายดีเป็นปกติหรือไม่ เพราะอาการบาดเจ็บค่อนข้างหนัก จึงอยากขอความเป็นธรรมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาไม่ช่วยเหลือกัน
ด้าน นายชัยยศ อายุ 37 ปี ชาวบ้านที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรายแรกและเป็นเจ้าของกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนได้ยินเสียงรถชนกันเสียงดังจนจึงวิ่งเข้าไปดูและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้งหมด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าก่อนว่าคู่กรณีเป็นตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เดินทางมาและนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งก็ได้ย้อนดูกล้องวงจรปิดก็เห็นวินาทีการถูกชน โดยเหตุผลที่ตนได้ติดกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวไว้เพราะมีเหตุบ่อยครั้งซึ่งก็จะได้ช่วยเหลือผู้ที่ประสบเหตุนำหลักฐานไปใช้ในการดำเนินคดี
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ได้เดินทางไปที่บ้านของผู้บาดเจ็บพบกับ นักเรียนผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน ซึ่งขณะนี้หมอให้เดินทางกลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านแล้ว ซึ่งผู้เป็นแม่ก็จะต้องคอยดูแลลูกที่บ้านและขับรถวิ่งไปดูลูกสาวที่กำลังรอการผ่าตัดอยู่ที่ รพ.นเรศวร จ.พิษณุโลก
น.ส.นัส คนขับ เล่าว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุตนและน้องสาวอีก 2 คน ได้เดินทางกลับจากโรงเรียน พอใกล้ถึงจุดเกิดเหตุได้ตีไฟเลี้ยวตั้งแต่เสาไฟต้นสุดท้ายเตรียมเลี้ยวเข้าหมู่บ้านซึ่งก็ชิดเส้นสีเหลืองกลางถนนแล้ว อยู่ๆรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ก็ขับมาชนตนเอง ซึ่งตนมองกระจกหลังแล้วแต่เห็นว่ารถคันดังกล่าวยังอยู่ไกลอยู่ไม่คิดว่าจะมาถึงตัวเร็วขนาดนี้ จึงตัดสินใจเลี้ยวและเกิดเหตุดังกล่าว ตั้งแต่เกิดเหตุก็มีเพียงแค่เพื่อนและอาจารย์ที่โรงเรียนมาเยี่ยมแต่คู่กรณียังไม่เดินทางมาเลย จึงอยากให้เข้ามาเยียวยาช่วยเหลือตนบ้าง
นางน้ำฝน อายุ 47 ปี มารดา เล่าว่า สิ่งที่ตนกังวลใจที่สุดคือเรื่องของคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะลูกสาวของตนทั้ง 3 ราย บาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ค่าใช้จ่ายก็ค่อนข้างสูงมาก ซึ่งดูจากลักษณะลูกสาวของตนขับรถมาไม่ได้เร็วและเปิดไฟเลี้ยวตามปกติ ซึ่งรถบิ๊กไบค์ก็มาชนบริเวณท่อรถจักรยานยนต์ของลูกสาวจนทำให้เกิดเหตุ โดยหลังจากเกิดเหตุก็ไม่มีเข้ามาพูดคุยเยียวยาแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ลูกสาวอีกคนก็อาการหนักรอการผ่าตัด ซึ่งหมอก็ได้บอกไว้ว่าหลังจากรักษาก็อาจจะกลับมาไม่ปกติเหมือนเดิม ซึ่งก็อยากให้ฝ่ายคู่กรณีออกไปรับผิดชอบ เพราะขณะนี้ตนนั้นหาเงินดูแลส่งเสียลูกเรียน ไม่มีเงินมากพอที่จะจ่ายค่ารักษาอย่างแน่นอน ส่วนพ่อของลูกก็ได้แยกทางกันไปแต่ก็ยังดูแลช่วยกัน ทั้งนี้วันเกิดเหตุรถของคู่กรณีก็ไม่ได้ติดป้ายทะเบียนด้วย อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือตำรวจให้ช่วยทำคดีอย่างตรงไปตรงมา
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.ไทรงาม ซึ่งก็ได้ดูสภาพรถของทั้งสองคันได้รับความเสียหายพังยับเยิน ขณะที่ความคืบหน้าทางคดีพนักงานสอบสวนก็กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
โดยผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ ผู้กำกับ สภ.ไทรงาม ซึ่งยืนยันว่าคดีนี้ตนจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โดยที่ที่ผ่านมานั้นเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน และผู้บาดเจ็บทั้งสองฝั่งอยู่ในขั้นตอนของการรับการรักษา โดยในวันเกิดเหตุได้มีการสั่งให้เป่าแอลกอฮอล์ตรวจเลือดหาสารเสพติด รวมถึงเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อเก็บกล้องวงจรปิด และตรวจเรื่องของความไวในการขับขี่รถบิ๊กไบค์
ยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ในขั้นขั้นตอนของการรักษา โดยตำรวจที่ขับรถบิ๊กไบค์ก็มีอาการเลือดออกในสมอง ส่วนเด็กทั้ง 3 รายก็อยู่ในขั้นตอนรักษา ซึ่งตนอยากจะบอกสังคมว่าแม้คู่กรณีเป็นตำรวจเราก็ยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ร้องสื่อ ตร.ขับบิ๊กไบค์ชนลูกสาว 3 คนสาหัส ผู้กำกับฯ ยืนยันดำเนินคดีตรงไปตรงมา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th