โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ชัดเจน! กระทรวงคมนาคม ตอบแล้ว ปมปิดถนนพระราม 2

สยามนิวส์

เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 01.49 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 บนถนนพระราม 2 หลังประชาชนกังวลประเด็นการปิดพื้นที่ก่อสร้าง 100%

วันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 บนถนนพระราม 2 หลังประชาชนกังวลประเด็นการปิดพื้นที่ก่อสร้าง 100%

นายพิพัฒน์ ระบุว่า การปิดพื้นที่ก่อสร้าง 100% ไม่ได้หมายถึงการปิดถนนพระราม 2 ทั้งเส้น หรือปิดการจราจรแบบถาวร แต่เป็นการปิดเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงสูง และจำเป็นต้องเร่งซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหาย เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายอุ้มผู้รับเหมาที่ประมาทเลินเล่อ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการกระทำผิดอาจพิจารณาลงโทษหรือขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา โดยย้ำว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนความสะดวกของผู้รับเหมา

กระทรวงคมนาคมยืนยันจะไม่ยอมให้มีการก่อสร้างที่สร้างความเสี่ยงต่อผู้ใช้รถใช้ถนน เช่น การยกวัสดุเหนือแนวการสัญจร หรือการปล่อยให้โครงสร้างที่เสียหายอยู่ใกล้เส้นทางจราจรโดยไม่ปิดกั้นพื้นที่อย่างเหมาะสม แม้การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางจะสำคัญ แต่ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนต้องมาก่อน จึงสั่งการให้กรมทางหลวงบริหารจัดการจราจรอย่างรัดกุมในช่วงซ่อมแซม

ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงได้จัดทำแผนบริหารจัดการจราจรอย่างละเอียด ในช่วงรื้อถอนพื้นสะพานและซ่อมแซมโครงสร้างที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเครนถล่ม บริเวณกิโลเมตรที่ 29+100 ถึงกิโลเมตรที่ 32+100 ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

โดยปกติถนนพระราม 2 มีช่องทางหลัก 3 ช่องจราจร และช่องทางขนาน 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง รวม 5 ช่องจราจร แต่ในช่วงซ่อมแซมจะปิดช่องทางหลักทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยในการรื้อถอนสะพานและการเทคอนกรีตเชื่อมโครงสร้าง และเปิดให้ใช้ช่องทางขนาน 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง รวมเป็น 4 ช่องจราจรทั้งสองฝั่ง

ประเมินว่า ความสามารถรองรับปริมาณรถจะลดลงประมาณ 60% และในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจเกิดแถวรถสะสมยาวประมาณ 4 กิโลเมตร จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาจราจรประจำจุดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปรับจุดเข้า-ออกและกายภาพของทางเชื่อม เพื่อลดปัญหาคอขวด

นายปิยพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า จะกำหนดแผนการทำงานให้กระชับ ปิดช่องทางหลักเฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็น บางวันอาจเปิดช่องทางหลักเพียงทิศทางเดียว หรือจัดเป็นช่องทางพิเศษ เพื่อช่วยระบายการจราจรและลดผลกระทบต่อประชาชน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รื้อย้ายซากเครนและชิ้นส่วนที่เสียหายออกจากพื้นที่แล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินงาน 2 ส่วนสำคัญ คือ การรื้อถอนพื้นสะพานที่ได้รับความเสียหาย และการเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีน เพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม ถึง 27 มีนาคม 2569

ขอย้ำว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรื้อถอน การจ้างผู้เชี่ยวชาญอิสระ และมาตรการความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น บริษัทผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว กรมทางหลวงขออภัยในความไม่สะดวก และขอความร่วมมือประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า หรือใช้เส้นทางเลี่ยงตามที่ได้ประชาสัมพันธ์ไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...