โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สนามบินภูเก็ต ยกระดับคัดกรองไวรัสนิปาห์ คุมเข้มเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 10.04 น.

สนามบินภูเก็ตกำหนดแนวทางคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เพิ่มมาตรการเชิงรุกสร้างความมั่นใจด้านสาธารณสุข

นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต (ผภก.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ภายหลังจากมีรายงานการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวในรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยของผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ และผู้ปฏิบัติงานภายใน ทภก. ณ ห้องประชุม ทภก. 2 อาคารสำนักงานท่าอากาศยานภูเก็ต อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

โดย ทภก.ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และแนวปฏิบัติเดียวกับช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยกำหนดข้อปฏิบัติสำหรับสายการบินและท่าอากาศยานที่ให้บริการเที่ยวบินจากพื้นที่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (รัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย) ดังนี้

1.ให้สายการบินแจ้งลูกเรือที่ทำการบินในเส้นทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ภาคพื้นในพื้นที่ดังกล่าว ให้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคระหว่างกระบวนการเช็กอินหรือการขึ้นเครื่อง หากพบผู้โดยสารจากพื้นที่ระบาดมีไข้สูง หรือมีอาการทางเดินหายใจ ให้ผู้โดยสารแสดงใบรับรองแพทย์สำหรับการเดินทาง (Fit to Fly Certificate)

2.ระหว่างทำการบิน หากพบผู้โดยสารมีอาการป่วย ให้ผู้โดยสารนั่งประจำที่โดยไม่เปลี่ยนที่นั่ง และให้สายการบินแจ้งหอบังคับการบินเพื่อประสานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศในทันที เพื่อเตรียมขั้นตอนการรับผู้โดยสารและการบริหารจัดการตามแนวทางที่กำหนด โดยให้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 00.01 น. ตามเวลาประเทศไทย

3.ให้สายการบินแจกเอกสารแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) แก่ผู้โดยสารทุกคนในทุกเที่ยวบินที่เดินทางมาจากพื้นที่การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เพื่อกรอกข้อมูลก่อนเครื่องลงประเทศไทย โดยเป็นไปตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

และให้ผู้โดยสารยื่นเอกสารต่อเจ้าพนักงานประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ก่อนผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองให้มีการตรวจสุขาภิบาลอากาศยานที่เดินทางมาจากพื้นที่การแพร่ระบาด โดยเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ และกรณีพบผู้ป่วยสงสัยในเที่ยวบิน ให้เริ่มปฏิบัติตามมาตรการตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 00.01 น.

4.กรณีพบผู้ป่วยต้องสงสัยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในอากาศยาน ให้สายการบินดำเนินการฆ่าเชื้อก่อนทำการบิน ตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินจากพื้นที่การแพร่ระบาด โดยกำหนดหลุมจอดเฉพาะสำหรับอากาศยานจากพื้นที่เสี่ยง ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานประจำด่าน

5.เตรียมความพร้อมด้านกายภาพในกรณีพบผู้โดยสารป่วยจากพื้นที่ระบาด อาทิ ห้องแยกโรค เส้นทางการส่งต่อผู้ป่วย การจัดการสัมภาระ และกระบวนการตรวจลงตราที่เป็นเอกเทศ จัดพื้นที่คัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่การแพร่ระบาด ณ บริเวณขาเข้าประเทศ ให้สายการบินจัดส่ง Passenger Manifestation และ General Declaration Form แก่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ

6.กรณีผู้ป่วยจากประเทศอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีรายงานโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และมีความประสงค์เข้ารับการรักษาในประเทศไทย ให้โรงพยาบาลต้นทางตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธี PCR ก่อนเดินทางเข้าประเทศทุกครั้ง การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

7.ติดตามสถานการณ์และประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นที่การแพร่ระบาดและมาตรการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ทั้งนี้ ทภก. มีเที่ยวบินที่เดินทางมาจากเมืองโกลกาตา ประเทศอินเดีย โดยจะกำหนดให้อากาศยานจากพื้นที่เสี่ยงเข้าจอด ณ หลุมจอดหมายเลข 15 เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามมาตรการที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

ทภก. มีความพร้อมในการดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด และพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการทุกภาคส่วน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สนามบินภูเก็ต ยกระดับคัดกรองไวรัสนิปาห์ คุมเข้มเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...