โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“กลุ่มแฮกเกอร์จากเอเชีย” เจาะระบบ 37 ประเทศ แทรกซึมองค์กรอย่างน้อย 70 แห่งทั่วโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 06.47 น.

"กลุ่มแฮกเกอร์จากเอเชีย" เจาะระบบ 37 ประเทศ แทรกซึมองค์กรอย่างน้อย 70 แห่งทั่วโลก เพื่อสอดแนมอีเมล ข้อมูลการเงิน และการสื่อสารด้านความมั่นคง

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 02.11 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Palo Alto Networks บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เปิดเผยว่า กลุ่มแฮกเกอร์จารกรรมไซเบอร์จากเอเชียที่เชื่อมโยงกับรัฐ ได้ใช้เวลาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานรัฐบาลและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในกว่า 37 ประเทศทั่วโลก

รายงานวิจัยฉบับใหม่ของบริษัท ระบุว่า กลุ่มผู้โจมตีสามารถแทรกซึมเข้าไปในเครือข่ายขององค์กรอย่างน้อย 70 แห่ง รวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและควบคุมชายแดนระดับชาติ 5 แห่ง กระทรวงการคลัง 3 ประเทศ รัฐสภาของ 1 ประเทศ และเจ้าหน้าที่การเมืองระดับสูงในอีกประเทศหนึ่ง อย่างไรก็ดีบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในเมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่ากลุ่มแฮกเกอร์มีต้นตอมาจากประเทศใด

Palo Alto Networks ระบุว่า ปฏิบัติการจารกรรมครั้งนี้มีขอบเขตกว้างผิดปกติ และดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ภารกิจทางการทูต การเจรจาการค้า ความไม่สงบทางการเมือง และปฏิบัติการทางทหาร โดยแฮกเกอร์ใช้การเข้าถึงระบบเพื่อสอดแนมอีเมล ธุรกรรมทางการเงิน และการสื่อสารเกี่ยวกับปฏิบัติการของทหารและตำรวจ รวมถึงขโมยข้อมูลด้านการทูต และบางกรณีสามารถซ่อนตัวอยู่ในระบบของเหยื่อได้นานหลายเดือนโดยไม่ถูกตรวจพบ

พีต เรนัลส์ ผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงแห่งชาติของ Unit 42 หน่วยข่าวกรองภัยคุกคามของ Palo Alto Networks กล่าวว่า กลุ่มแฮกเกอร์ใช้วิธีส่งอีเมลปลอมที่เจาะจงเป้าหมายอย่างละเอียด และอาศัยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ยังไม่ได้รับการอุด เพื่อเข้าถึงเครือข่าย โดยแรงจูงใจหลักคือการจารกรรมข้อมูลสำคัญ

ด้าน Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) ของสหรัฐ ระบุว่ารับทราบถึงแคมเปญโจมตีดังกล่าวแล้ว และกำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ถูกค้นพบ ขณะที่ Federal Bureau of Investigation และ Central Intelligence Agency ปฏิเสธแสดงความคิดเห็น และ National Security Agency ยังไม่ตอบคำถามสื่อ

นักวิจัยยืนยันว่ากลุ่มแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงและดูดข้อมูลสำคัญออกจากเซิร์ฟเวอร์อีเมลของเหยื่อบางรายได้สำเร็จ โดยบริษัทได้แจ้งเตือนเหยื่อและเสนอความช่วยเหลือ พร้อมทั้งระบุชื่อเหยื่อบางส่วนในรายงาน ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ค่อนข้างพบได้น้อยในอุตสาหกรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้

รายงานยังชี้ว่ากิจกรรมของแฮกเกอร์บางส่วนเกิดขึ้นพร้อมกับประเด็นที่มีความสำคัญต่อรัฐบาลจีน เช่น การโจมตีที่ต้องสงสัยเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากสหรัฐฯ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร นอกจากนี้ในช่วงที่ประธานาธิบดีเช็ก Petr Pavel พบกับองค์ทะไลลามะเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 กลุ่มแฮกเกอร์ได้ทำการสอดแนมหน่วยงานรัฐหลายแห่งของเช็ก

กลุ่มเดียวกันยังถูกระบุว่าเจาะระบบกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของบราซิล ซึ่งเป็นแหล่งสำรองแร่หายากสำคัญของโลก รวมถึงมีความเคลื่อนไหวในหลายประเทศ เช่น เยอรมนี โปแลนด์ กรีซ อิตาลี ไซปรัส อินโดนีเซีย มาเลเซีย มองโกเลีย และปานามา

ในอีกด้านหนึ่งรายงานของ Bloomberg News ระบุว่า รัฐบาลจีนเพิ่งสั่งห้ามบริษัทภายในประเทศใช้ผลิตภัณฑ์ของ Palo Alto Networks รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยจากผู้ให้บริการสหรัฐฯ และอิสราเอลอีกกว่าสิบราย

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...