โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยงานวิจัย MRI โซเชียลมีเดียกำลัง "รีไวร์" สมองมนุษย์ให้ตื้นเขินขึ้นจริงหรือ?

The Better

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 05.37 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 03.26 น. • THE BETTER
บทความ นพ.กรณ์ ปองจิตธรรม

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างเข้มข้นได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง (Neuroplasticity) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงวัยดังนี้

1. ผลกระทบต่อเยาวชน: การขัดขวางพัฒนาการทางสติปัญญา
เยาวชนเป็นวัยที่สมองยังมีการพัฒนาไม่เต็มที่ (Developmental Vulnerability) การได้รับสิ่งเร้าดิจิทัลปริมาณมหาศาลจึงส่งผลกระทบที่รุนแรงกว่า

* ภาวะสมาธิสั้นเทียมและการสูญเสียการจดจ่อ (Attention Span): การรับคอนเทนต์วิดีโอสั้นกระตุ้นการหลั่งโดปามีนในสมองส่วน Ventral Tegmental Area (VTA) อย่างต่อเนื่อง ทำให้สมองเสพติดความรวดเร็วและสูญเสียความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งที่ซับซ้อนในระยะยาว

* ภาวะสมองขี้เกียจ (Digital Amnesia): การเข้าถึงข้อมูลง่ายทำให้สมองเลือกที่จะจำเพียง "วิธีหาข้อมูล" แต่ไม่จำ "ตัวเนื้อหา" ซึ่งขัดขวางการสร้างฐานความรู้ (Knowledge Base) ที่จำเป็นต่อการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์

* ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสมอง: ภาพสแกน MRI จากโครงการวิจัยระดับโลกพบว่า เด็กที่ใช้เวลาหน้าจอนานเกินกำหนด มีความหนาของ Cerebral Cortex (เปลือกสมองส่วนนอกที่ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลระดับสูง) ลดลงเร็วกว่าปกติ ซึ่งส่งผลต่อคะแนนการทดสอบสติปัญญา

2. ผลกระทบต่อผู้ใหญ่: การถดถอยของทักษะการบริหารจัดการสมอง (Executive Functions)
แม้สมองในผู้ใหญ่จะพัฒนาสมบูรณ์แล้ว แต่พฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและการตัดสินใจในระดับสูง

* ความบกพร่องในการคัดกรองข้อมูล (Cognitive Control): พฤติกรรมการเล่นโซเชียลสลับกับการทำงาน (Heavy Media Multitasking) ทำให้สมองสูญเสียความสามารถในการแยกแยะข้อมูลสำคัญออกจากสิ่งเร้าที่ไม่เกี่ยวข้อง

* ภาวะสมองล้าจากการตัดสินใจ (Decision Fatigue): การรับข้อมูลที่ถาโถม (Information Overload) ทำให้สมองส่วน Prefrontal Cortex ทำงานหนักเกินไป ส่งผลให้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ลดลง และหันไปใช้อารมณ์หรือตัดสินใจตามกลุ่มคนส่วนใหญ่ (Herding Behavior) แทน

* การรบกวนความจำระยะยาว: ตามทฤษฎี Cognitive Load Theory การไถฟีดอย่างรวดเร็วทำให้สมองได้รับข้อมูลใหม่ก่อนที่ข้อมูลเดิมจะถูกบันทึกลงในความจำระยะยาว ทำให้ผู้ใหญ่เกิดความรู้สึกว่า "รับข้อมูลมามากแต่จำเนื้อหาไม่ได้"

* ผลกระทบจากความเครียดเรื้อรัง: การเปรียบเทียบทางสังคมผ่านหน้าจออาจกระตุ้นความเครียดสะสม ซึ่งส่งผลเสียต่อสมองส่วน Hippocampus ที่ทำหน้าที่ด้านการเรียนรู้และความจำ

บทสรุป
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าเราไม่ได้ฉลาดน้อยลงในเชิงศักยภาพ แต่เรากำลัง "เปลี่ยนวิธีใช้สมอง" ไปในทางที่ตื้นเขินขึ้น การสร้างวินัยในการใช้งาน (Digital Hygiene) และการฝึกฝนสมาธิผ่านกิจกรรมเชิงลึก (Deep Work) จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาและกู้คืนสมรรถภาพทางสติปัญญาให้คงความแหลมคมในโลกยุคดิจิทัล

เอกสารและแหล่งอ้างอิง (References)

* Ophir, E., Nass, C., & Wagner, A. D. (2009). Cognitive control in media multitaskers. Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS). (การศึกษาผลกระทบของการใช้งานสื่อหลายประเภทพร้อมกันต่อการควบคุมสติปัญญา)

* Sparrow, B., Liu, J., & Wegner, D. M. (2011). Google Effects on Memory: Cognitive Consequences of Having Information at Our Fingertips. Science. (การศึกษาภาวะการพึ่งพาหน่วยความจำภายนอกทางดิจิทัล)

* National Institutes of Health (NIH). Adolescent Brain Cognitive Development (ABCD) Study. (โครงการวิจัยระยะยาวที่ติดตามพัฒนาการสมองเด็กและเยาวชนกับการใช้สื่อดิจิทัล)

* Lorenz-Spreen, P., et al. (2019). Accelerating dynamics of collective attention. Nature Communications. (การศึกษาวงรอบความสนใจของมนุษย์ที่สั้นลงในยุคข้อมูลข่าวสาร)

* Sweller, J. (1988). Cognitive Load during Problem Solving: Effects on Learning. Cognitive Science. (ทฤษฎีภาระทางพุทธิปัญญาที่อธิบายการประมวลผลข้อมูลของสมอง)

* Lin, L. Y., et al. (2016). Association between Social Media Use and Depression among U.S. Young Adults. Depression and Anxiety. (การศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างโซเชียลมีเดียกับสุขภาพจิตที่ส่งผลต่อการทำงานของสมอง)

Korn Pongjitdham, M.D.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...