โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดกาแฟโตอืด! ‘บอน กาแฟ’ เปลี่ยนแกนลุย Non-Coffee และ B2C พร้อมรื้อหลังบ้านลดต้นทุน ดันรายได้แตะ 1,500 ล้าน

Positioningmag

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 12.47 น. • TopTen

ในปัจจุบัน ตลาดกาแฟในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องดื่มในชีวิตประจำวัน แต่ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามหาศาลกว่า65,000 ล้านบาท ในปี 2568 และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะไม่ได้หวือหวานักบริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้นำด้าน One Stop Coffee Solution จึงได้ปรับตัวครั้งสำคัญ เพื่อสร้างการเติบโต 2 หลักให้กับบริษัท

ตลาดโตอืด และคนเริ่มหาความคุ้มค่า

ตลาดกาแฟในปัจจุบันเติบโตเฉลี่ยประมาณ +8% ต่อปี โดย อุษาพรรณ อินทีวรวงศ์ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (CEO) บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า เทรนด์ของตลาดกำลังเปลี่ยนไป จาก เทรนด์สเปเชียลตี้ราคาแก้วละ 300-400 บาท ผู้บริโภคมองหากาแฟคุณภาพในราคาจับต้องได้เพราะตอนนี้ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน ซับพลายมีเยอะกว่าดีมานด์
“ธุรกิจกาแฟมีอยู่และไป บอกยากว่าปีนี้ขาขึ้นหรือขาลง แต่คิดว่าที่เปลี่ยนวงการกาแฟไปคือ การมาของ UNO Coffee ทำให้คนมองหากาแฟในราคาสมเหตุสมผลมากขึ้น ร้านเองก็ต้องนำเสนอแวร์ลู่ที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภค”
สำหรับปีที่ผ่านมา บอน กาแฟ แม้จะมีการแข่งขันที่รุนแรง จนทำให้พลาดเป้าหมายด้านรายได้ แต่ยังสามารถเติบโตได้ +6% ใกล้เคียงตลาด มีรายได้1,300 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารายได้จะไม่เป้นไปตามเป้าหมาย แต่อัตรา กำไรดีกว่าที่คาด ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์บริษัทที่เปลี่ยนจาก Volume to Value
[caption id="attachment_1559955" align="alignnone" width="2508"]

อุษาพรรณ อินทีวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร(CEO) บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด[/caption]

เสริมความแข็งแกร่งภายใน

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง บอน กาแฟวางกลยุทธ์ 6 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในปีนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ การจัดระเบียบภายใน และการ ขยายตลาดใหม่

  • Customer Strengthening - ดูแลฐานลูกค้าเดิมให้ดียิ่งขึ้น
    บริษัทมุ่งเน้นการยกระดับการดูแลลูกค้าหลักในกลุ่มโรงแรม (20% ของ B2B) และออฟฟิศ (20% ของ B2B) โดยเปลี่ยนบทบาทจากซัพพลายเออร์ไปสู่คอนซัลแตนท์ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของลูกค้า ให้คำแนะนำด้านเมนูใหม่ การบริหารต้นทุน และกลยุทธ์ทางธุรกิจ

  • Operational Excellence & Cost Control - เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
    ปรับโครงสร้างสาขาทั้ง 22 แห่งทั่วประเทศให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ โดยพิจารณารีไซซ์หรือปิดสาขาที่ไม่จำเป็น เช่น สาขาในเขตปริมณฑลที่สามารถให้บริการจากส่วนกลางได้ พร้อมทั้งทำ SKU Rationalization ลดสินค้าที่ไม่ทำกำไรประมาณ 10% โดยเฉพาะในกลุ่ม Non-Coffee และใช้ประโยชน์จาก Bargaining Power ของกลุ่มอิตาลีในการบริหารต้นทุน


การขยายตลาดและนวัตกรรม

  • B2C & Online Platform - ก้าวสู่ตลาดผู้บริโภคโดยตรง
    ขยายฐานลูกค้าสู่ตลาด B2C ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ของบริษัทเอง คาดว่าจะ Revamp เว็บไซต์ให้ User-Friendly มากขึ้นในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2026 รวมทั้งขยายช่องทางผ่าน Modern Trade และ E-commerce (Shopee, Lazada) ซึ่งปัจจุบันยอดขายออนไลน์เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกาแฟคั่วบดราคาสูงที่ผู้บริโภคมีความรู้เพิ่มขึ้น
    “ข้อมูล B2C ที่ได้รับจะนำมาวิเคราะห์เพื่อออกแบบกลยุทธ์ B2B ให้แม่นยำยิ่งขึ้น เช่น การทราบรสชาติที่กำลังเป็นที่นิยม เพื่อนำไปพัฒนากลยุทธ์ขายให้กับลูกค้าโรงแรมและออฟฟิศ” อุษาพรรณ อธิบาย

  • Non-Coffee Growth - เติบโตในกลุ่มนอนคอฟฟี่
    แม้ชื่อบริษัทจะเป็น "บอน กาแฟ" แต่โพซิชั่นนิ่งที่แท้จริงคือ "One-Stop Coffee & Beverage Solution" โดยมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชา (Bon Tea) โดยเฉพาะมัทฉะที่ปีที่ผ่านมา เติบโต 200%ปม้ปัจจุบัน มัทฉะอาจไม่ได้พุ่งในอัตราเร่งเดิม แต่เทรนด์เฮลท์เวลเนสยังอยู่


  • Business Transformation - เทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจ
    ลงทุนระบบ ERP เฟส 1 แล้วเสร็จในปี 2025 ทำให้มีข้อมูล Real-time ที่ถูกต้องและแม่นยำ ปี 2026 จะเพิ่ม CRM Platform โดยใช้ระบบ Ready Planet เพื่อเชื่อมโยงทีมเซลล์และการตลาด ให้ทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น รวมทั้งสามารถติดตามลูกค้า วัดผล ROI ของทุกแคมเปญ และพัฒนา Service Application เพื่อรองรับงานบริการหลังการขาย

  • People Development - พัฒนาบุคลากร
    เน้นการสร้าง "Barista" ที่เป็นมากกว่าพนักงานขาย แต่เป็นคอนซัลแตนท์ที่ให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าได้ พร้อมปรับ DNA องค์กรสู่ Performance-Driven Culture ที่วัดผลจากผลงานจริง เพราะแผนและระบบที่ดีต้องมาพร้อมกับคนที่มีคุณภาพ


ไม่ต้องทำเองหมด เพราะไม่ได้เก่งทุกเรื่อง

อีกกลยุทธ์ที่ บอน กาแฟ ทำต่อเนื่องคือ หาพันธมิตรในทุกด้าน โดย อุษาพรรณ ย้ำว่า “เราไม่ได้คิดว่าเก่งในทุกเรื่อง ถ้าเห้นใครเก่งเราจะเข้าไปร่วมมือด้วย ไม่ว่า B2B หรือ B2C” ที่ผ่านมา บริษัทร่วมมือกับพันธมิตรอย่างร้าน Peace Oriental ในการทำ R&D และซับพลายของมัทฉะ หรือร่วมกับ Lucky leasing และ ไวเวอร์ by Kbank เพื่อเพิ่มทางเลือกทางการเงิน หรือ DHL ส่ง Lastmile ให้ลูกค้า
“ทุกคนอยากมีร้านกาแฟ มันเหมือนเป็นความฝัน คงตอบไม่ได้ว่าเป็นคนเจนไหน แต่ด้วยโมเดลความร่วมมือนี้ ผู้ประกอบการสามารถเปิดร้านกาแฟได้โดยไม่ต้องลงทุนเงินสดมาก หากบริหารจัดการ ROI ได้ดี กำไรแต่ละเดือนสามารถนำมาผ่อนชำระได้”

ปักเป้าโต 12% แตะ 1,500 ล้านบาท

สำหรับราคาวัตถุดิบกาแฟในปี 2026 มีเสถียรภาพดีกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตดีขึ้น ไม่มีปัญหา Supply Shortage เหมือนปี 2025 ที่ได้รับผลกระทบจาก Climate Change ส่วนราคาโกโก้แม้จะมีข่าวว่าจะปรับตัวขึ้น แต่บริษัทสามารถซื้อในราคาที่เสถียรได้จากการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอิตาลี
และแม้ว่าหลายคนจะมองว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่ อุษาพรรณ ไม่กังวลเพราะมองว่าธุรกิจกาแฟไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเหมือนธุรกิจอื่น และมองว่า หลังเลือกตั้ง เศรษฐกิจในประเทศจะมีความเสถียรขึ้น และกำลังซื้อจะเริ่มกลับมา นอกจากนี้มั่นใจว่า บริษัทมีแผนที่ชัดเจน ดังนั้น บริษัทตั้งเป้าว่าจะเติบโต 12% ทำยอดขาย 1,500 ล้านบาท


ที่ผ่านมา สัดส่วนรายได้ของบริษัทแบ่งเป็น

  • กาแฟ50%

  • เครื่องทำกาแฟ30%

  • Non-Coffee (ชา, ช็อกโกแลต, น้ำเชื่อม, Powder Mix)20%

ในกลุ่ม B2B (80% ของรายได้รวม) แบ่งเป็น:

  • โรงแรม 20%

  • ออฟฟิศ 20%

  • Chain Restaurant & Coffee Shop 40%

  • อื่น ๆ 20%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...