โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แกร่งเกินต้าน ส่งออกไทยปี 68 ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์

Thairath Money

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 12.56 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 12.54 น.
ภาพไฮไลต์

ปี 2568 การส่งออกสินค้าของไทย หักปากกาเซียนทุกสำนัก สามารถฝ่ามรสุมที่ถาโถมอย่างหนัก และสารพัดปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้สำเร็จ!!

โดย “สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า” หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ม.ค.2569 ว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยตลอดทั้งปี 2568 อยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 11.138 ล้านล้านบาท ถือเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์!!

และมีอัตราขยายตัวถึง 12.9% เทียบกับปี 2567 ถือเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี จากเป้าหมายขยายตัวเพียง 2-3% เท่านั้น

แต่การนำเข้าก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยปี 2568 ไทยนำเข้าสินค้า 6 หมวด ทั้งเชื้อเพลิง, สินค้าทุน เช่น เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้าต่างๆ, สินค้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป ที่นำมาผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูปเพื่อใช้ในประเทศและส่งออก, สินค้าอุปโภคบริโภค, ยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง และอาวุธ ยุทธปัจจัย สินค้าอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าถึง 344,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 11.448 ล้านล้านบาท ขยายตัว 12.9% สูงสุดรอบ 3 ปี

จากมูลค่าการนำเข้าที่มากกว่ามูลค่าการส่งออกเช่นนี้ ส่งผลให้ปี 2568 ไทยมีดุลการค้าขาดดุล 5,307.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขาดดุล 310,286 ล้านบาท เปรียบเสมือนกับทำธุรกิจขาดทุน!!

ขณะที่เฉพาะเดือนธ.ค.2568 มีมูลค่าส่งออก 28,928.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 931,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.8% เทียบเดือนธ.ค.2567 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 และมีมูลค่านำเข้า 29,280.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 954,831 ล้านบาท ขยายตัว 18.8% ขาดดุลการค้า 352 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 23,532 ล้านบาท

แต่ในการขาดดุลการค้าโดยรวม ไทยยังคงได้ดุลการค้าสหรัฐฯต่อเนื่องอีกปี แม้ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามใช้มาตรการกำแพงภาษีสกัดสินค้านำเข้า และสร้างความสมดุลทางการค้าก็ตาม

โดยเดือนธ.ค.2568 ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ 5,095.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปี 2568 ได้ดุล 51,361.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งน่าจะทำให้สหรัฐฯต้องเร่งแก้ปัญหาขาดดุลการค้ากับไทย และนำทุกมาตรการออกมาใช้ ส่วนจีน ไทยก็ยังคงขาดดุลการค้าต่อเนื่องอีกเช่นกัน เดือนธ.ค.2568 ไทยขาดดุล 7,246 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปี 2568 ขาดดุลที่ 67,892.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้การส่งออกเดือนธ.ค.2568 มีมูลค่าสูงมาก มาจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุคเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เดือนธ.ค.68 เติบโต 52.8% และทั้งปี 38.3% จากการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ที่ได้รับการยกเว้นเสียภาษีตอบโต้ 19% ซึ่งกลุ่มนี้มีสัดส่วน 25% ของมูลค่าส่งออกรวมของไทย ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า เดือนธ.ค.2568 เติบโต 17.2% และปี 68 เติบโต 10.8% มีสัดส่วน 10% ของมูลค่าส่งออกรวมของไทย

ประกอบกับ การส่งออกไปสหรัฐฯยังคงขยายตัวสูงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้เผชิญกำแพงภาษีนำเข้าในอัตราสูง อีกทั้งผู้ส่งออกไทยยังสามารถกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ แม้การส่งออกสินค้าเกษตรหดตัวจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก และค่าเงินบาทแข็งค่าที่ทำให้ราคาส่งออกสินค้าไทยแพงกว่าคู่แข่ง

ด้านตลาดส่งออกสำคัญเพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาด โดยสหรัฐฯ เพิ่ม 54.3%, สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) เพิ่ม 17.2%, อาเซียน (5 ประเทศ) เพิ่ม 13.1%, จีน เพิ่ม 4.4%, ญี่ปุ่น เพิ่ม 8.6% แต่ซีแอลเอ็มวี ลด 11.4% จากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด และปิดด่านบางส่วนระหว่างไทย-เมียนมา

สำหรับปี 2569 “นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์” ผู้อำนวยการ สนค. ชี้ให้เห็นภาพว่า ยังคงมีทั้งความเสี่ยงและโอกาส โดยความเสี่ยงสำคัญมาจาก 2 ส่วนหลัก คือ ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะทำให้ห่วงโซ่การผลิต และการค้าโลกเปลี่ยนแปลง รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาท

แต่ยังมีโอกาสหากเศรษฐกิจโลกฟื้น ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ไม่รุนแรง วัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตต่อเนื่อง หลายประเทศสำรองอาหารเพื่อความมั่นคง และการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ เช่น อินเดีย ลาตินอเมริกา และเอเชียกลาง รวมทั้งการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ฉบับใหม่ที่จะบังคับใช้ปีนี้

ประเมินว่า การส่งออกปี 2569 ขยายตัวติดลบ 3.1% ถึงบวก 1.1% เมื่อเทียบปี 2568 มีค่ากลางลบ 1.1 มูลค่ารวม 329,106.3-343,371 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉลี่ยต่อเดือน 27,425.5-28,614.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม แม้ไทยปลาบปลื้มยินดีกับมูลค่าส่งออก ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่เมื่อคิดเป็นเม็ดเงินที่ตกกับคนไทย และประเทศไทยแล้วแทบไม่เหลือ เพราะไทยขาดดุลการค้า หรือทำธุรกิจขาดทุน

และที่สำคัญ สินค้าส่งออก ที่มีมูลค่าสูงๆ เกือบทั้งหมดเป็นสินค้าอุตสาหกรรม ที่ลงทุนโดยต่างชาติ เมื่อส่งออกได้แล้วจะส่งเงินกลับบริษัทแม่ในต่างประเทศ คนไทยจะได้เพียงการจ้างงานเท่านั้น

ข้อมูล สนค. ระบุว่า มูลค่าส่งออกไทยทั้งหมด หรือปี 2568 ที่กว่า 11.1 ล้านล้านบาท เป็นการส่งออกของเอสเอ็มอีไทยเพียง 30% แต่อีก 70% เป็นของบริษัทขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติ

ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร และสินค้าเกษตร ที่สร้างรายได้ให้คนไทยเต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับมีมูลค่าส่งออกไม่มากนัก มิหนำซ้ำสินค้าเกษตร ติดลบเกือบทุกตัว ทั้งข้าว ยางพารา ฯลฯ ซึ่งฉุดราคาในประเทศให้ร่วงลง กระทบต่อรายได้ของเกษตรกร

จึงเป็นความท้าทายของรัฐบาล ที่จะนำพาภาคเกษตรฝ่ามรสุมส่งออกไปให้ได้ เพื่อนำรายได้เข้าประเทศให้ได้มากที่สุด และยกระดับรายได้ของเกษตรกรไทย และคนไทย พร้อมๆ กับเดินหน้าปรับโครงสร้างการผลิต และการส่งออกให้ทันสมัย และทันกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกยุคปัจจุบัน ที่มีความเสี่ยงรอบด้าน

เพื่อให้ไทย ยังคงรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างรายได้เข้าประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าได้อย่างมั่นคง!!

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แกร่งเกินต้าน ส่งออกไทยปี 68 ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...