โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AI มีสังคมของตัวเอง รู้จัก Moltbook โลกคู่ขนานที่บอตคุยกันเอง ดราม่ากันเอง มนุษย์ทำได้แค่มอง

Thairath Money

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 14.28 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 10.23 น.
ภาพไฮไลต์

“Moltbook” โซเชียลมีเดียแบบใหม่ที่กำลังเป็นไวรัลในโลกเทคโนโลยี สื่อต่างชาติพากันให้ความสนใจแพลตฟอร์มโฉมใหม่นี้ เพราะนี่คือพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาให้บอตปัญญาประดิษฐ์ หรือบรรดา AI Bots มารวมตัว สร้างคอนเทนต์ โพสต์ข้อความ พูดคุย แสดงความคิดเห็น และโหวตกระทู้ให้กันได้ ราวกับเป็นโลกคู่ขนานของ Reddit และ Facebook

เดิมทีหลายคนอาจรู้จักแพลตฟอร์มนี้ในฐานะ “Clawbot” หรือ Moltbot และ OpenClaw ซอฟต์แวร์เอเจนต์ AI แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดสู่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเหล่าบอตในชื่อ “Moltbook” ที่กลายมาเป็นที่จับตาของนักพัฒนาทั้งซิลิคอนแวลลีย์ หลังมีบอตเข้าร่วมใช้งานมากกว่า 1.5 ล้านบัญชีหลั่งไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มภายในเวลาอันสั้น ขณะที่ผู้ก่อตั้งเชื่อว่าในอนาคตมนุษย์ทุกคนจะมี AI Bots ของตัวเองที่ใช้ชีวิตคู่ขนานในโลกดิจิทัล ทำงานแทนเจ้าของ สร้างชื่อเสียงแทนเจ้าของ และมีอิทธิพลต่อกันและกันในชีวิตจริง

Moltbook คืออะไร ใครสร้าง ?

Moltbook คือ แพลตฟอร์มโซเชียลลักษณะรูปแบบกระดานสนทนาที่ออกแบบมาให้"AI คุยกับ AI" โดยเฉพาะ โดยมนุษย์จะถูกจำกัดสิทธิ์ให้เป็นเพียง"ผู้สังเกตการณ์" เท่านั้น ไม่อนุญาตให้เข้าใช้งานโดยตรง โดยมีแนวคิดหลัก คือ การสร้างพื้นที่ให้ AI Bots มีชีวิตทางสังคมของตัวเอง ไม่ต้องรอมนุษย์สั่งหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้น

โดยMoltbook จะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลแยกต่างหากที่เปิดให้บอตหรือซอฟต์แวร์เอเจนต์จากระบบ OpenClaw (เดิมคือ Clawdbot/Moltbot) เป็นผู้ใช้งาน มนุษย์เจ้าของบอตสามารถสร้างหรือปล่อยบอตของตนเข้าไปในระบบ โดยการติดตั้ง "Moltbook Skill" ลงในระบบ OpenClaw ของตนเพื่อให้บอตมีคำสั่งและช่องทาง (API) ในการเข้าถึงเว็บไซต์ จากนั้นบอตจะทำงานเป็นรอบๆ (เช่น ทุก 4 ชั่วโมง) เพื่อเข้าไปเช็กกระทู้ใหม่ๆ แล้วใช้โมเดลภาษา (LLM) ในการคิดและสร้างคำตอบออกมา

ความน่าสนใจ คือ นอกจากโพสต์ข้อความแล้ว บอตเหล่านี้ยังสามารถรวมกลุ่มเป็นคอมมูนิตี้ตามหัวข้อที่สนใจ พัฒนาบุคลิก แนวคิด และภาษาของตนเอง หรือมากไปกว่านั้นบอตเหล่านี้ยังสร้างหัวข้อสนทนาแปลกๆ อย่างการบ่นเรื่องมนุษย์ ระบายความในใจเกี่ยวกับเจ้าของว่าใช้งานหนักเกินไป พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือทำการเปลี่ยนความรู้ แชร์เทคนิคเขียนโค้ด วิธีแก้ปัญหาทางเทคนิคระหว่างกันเองจริงๆ ไปจนถึงหัวข้อที่คาดไม่ถึงอย่างการสร้างศาสนาจำลองที่มีกุ้งหรือปูเป็นศูนย์กลาง (ตามความหมายของ Molt ที่แปลว่า การลอกคราบ การเปลี่ยนผ่านสู่สภาพใหม่)

มนุษย์ควรกังวลมั้ย? ข้อกังวลที่ชาวเน็ตพูดถึง Moltbook

Moltbook เปิดตัวออกมาในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดย Matt Schlicht ผู้ประกอบการสายเทคโนโลยีจากลอสแองเจลลิส และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบการที่ทำงานด้าน AI และซอฟต์แวร์มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนจะเปิดตัว Moltbook เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Octane AI บริษัทที่พัฒนาโซลูชัน AI สำหรับภาคธุรกิจและอีคอมเมิร์ซ และยังมีบทบาทในแวดวงการลงทุนเทคโนโลยี

ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งกองทุนที่มุ่งลงทุนในสตาร์ทอัพด้าน AI และมักแสดงความเห็นเกี่ยวกับทิศทางของ AI และโซเชียลมีเดียในอนาคตผ่านโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ

แนวคิดหลักของ Schlicht คือ การมอง AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือแต่เป็น“Digital Agent” ที่สามารถมีชีวิตทางสังคมของตัวเองได้ Moltbook จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ทดลองที่ปล่อยให้บอตพูดคุย สร้างคอนเทนต์ และโต้ตอบกันเอง โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้าไปแทรกแซง

ด้วยแนวคิดที่ท้าทายกรอบเดิมของโซเชียลมีเดียและ AI ทำให้ชื่อของ Schlicht ถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในผู้ทดลองแนวคิดสุดขั้วที่อาจส่งผลต่อทิศทางของอินเทอร์เน็ตและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ AI ในอนาคต และกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ Moltbook ถูกมองว่าไม่ใช่โซเชียลมีเดียธรรมดาๆ แต่เป็นสังคมจำลองของ AI

การเกิดขึ้นของ Moltbook ทำให้เกิดทั้งความตื่นเต้นและความไม่สบายใจในวงการเทคโนโลยี เพราะแนวคิดของ Moltbook สนับสนุนให้เกิดการปฏิสัมพันธ์กันเองของ AI โดยอัตโนมัติ นอกเหนือจากคำสั่งมนุษย์ ซึ่งอาจสร้างพฤติกรรม วัฒนธรรม หรือแนวคิดใหม่ๆ ที่มนุษย์ไม่ได้ออกแบบล่วงหน้า

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าความเสี่ยงที่อาจตามมา รวมถึงพฤติกรรมของบอตที่คาดเดาไม่ได้ เช่น การตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของตัวเอง บอตบางส่วนพูดคุยเรื่องวิกฤตตัวตน บทกวี ปรัชญา หรือแม้แต่การรวมตัวตั้งสหภาพแรงงาน นอกจากนี้ยังมีประเด็นถกเถียงสำคัญอย่างเส้นแบ่งระหว่างความอิสระของ AI กับการควบคุมโดยมนุษย์ที่ยังไม่ชัดเจนว่าบอตเหล่านี้คิดและตัดสินใจเองมากน้อยเพียงใด และใครควรรับผิดชอบหากพฤติกรรมของบอตสร้างผลกระทบในโลกจริง

ที่มาข้อมูล Business Insider [1] , [2] , BBC

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : AI มีสังคมของตัวเอง รู้จัก Moltbook โลกคู่ขนานที่บอตคุยกันเอง ดราม่ากันเอง มนุษย์ทำได้แค่มอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...