“โสด” พุ่งเกือบ 40%! คนไทยยุค 2026 ไม่อยากมีลูก ถ้าเงิน-งาน-สุขภาพ ยังไม่เป๊ะ
อนามัยโพลเผยสถิติสุดอึ้ง คนไทยครองตัวเป็นโสดร้อยละ 39.4 เบียดแซงหน้าคนแต่งงานไปแล้วเรียบร้อย เปิด 3 เหตุผลหลักฉุดรั้งการมีบุตร "ความมั่นคงทางการเงิน-เป้าหมายชีวิต-ปัญหาสุขภาพ" คือกำแพงใหญ่ที่รัฐต้องทลาย คนยุคใหม่นิยาม "ครอบครัว" เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่เรื่องมีลูก แต่คือการมี "คู่ที่เข้าใจ" และซัพพอร์ตกันในวันที่โลกเหนื่อยล้า
16 กุมภาพันธ์ 2569 "อนามัยโพล" กางตัวเลขล่าสุดสะท้อนภาพสังคมไทยที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างพบว่า "ความโสด" กลายเป็นสถานะยอดฮิตของคนไทยในปัจจุบัน ขณะที่ค่านิยมการมีลูกถูกทับซ้อนด้วยความกังวลเรื่องปากท้องและอนาคต
เจาะตัวเลข: "โสด" นำโด่ง "แต่งงาน" เริ่มแผ่ว
จากผลสำรวจเรื่อง“การมีคู่และแนวคิดการมีลูกในยุคปัจจุบัน” พบข้อมูลที่น่าสนใจว่าคนไทยมีสถานะ โสดสูงถึงร้อยละ 39.4 ซึ่งมากกว่ากลุ่มที่แต่งงานหรือใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน (ร้อยละ 38.5) เสียอีก นอกจากนี้ กลุ่มที่ระบุว่า "ไม่ต้องการมีลูกเลย" มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 23.8 ในขณะที่คนที่อยากมีลูกจริงๆ มีเพียงร้อยละ 13.8 เท่านั้น
ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า "ภาพจำครอบครัวในอุดมคติ" ของคนรุ่นใหม่ไม่ได้จบลงที่การมีเจ้าตัวเล็กเสมอไป แต่มันคือการตามหาใครสักคนที่ "ศีลเสมอกัน" และเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้มากกว่า
"ส่วนใหญ่เห็นว่าการมีคู่ที่เข้าใจกันคือสิ่งสำคัญ (ร้อยละ 39.4) รองลงมาคือการมีลูกและเติบโตไปด้วยกัน และการดูแลพ่อแม่หรือครอบครัวเดิม" — พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย
"เงิน-งาน-สุขภาพ" 3 ตัวแปรที่ทำให้ต้องหยุดคิด!
ทำไมคนไทยถึงไม่กล้ามีลูก? คำตอบไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่คือเรื่อง"ความพร้อม" ในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจประกอบด้วย
- ความมั่นคงทางการเงิน (ร้อยละ 30.0): ค่าครองชีพที่พุ่งสูงทำให้การเลี้ยงเด็กหนึ่งคนให้มีคุณภาพกลายเป็นภาระหนัก
- งานและเป้าหมายชีวิต (ร้อยละ 28.5): Work-Life Balance ที่ยังทำไม่ได้จริง ทำให้หลายคนเลือกทุ่มเทให้ Career Path มากกว่า
- สุขภาพ (ร้อยละ 22.0): ทั้งสุขภาพกายที่ถดถอยและปัญหาสุขภาพจิตในสังคมที่เต็มไปด้วยความกดดัน
สิ่งที่คนไทย "โหยหา" เพื่อจะกล้ามีครอบครัว
กรมอนามัยระบุว่า หากรัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการกระตุ้นอัตราการเกิด สิ่งสนับสนุนที่ประชาชนต้องการมากที่สุดคือ
- บริการสุขภาพที่เข้าถึงง่าย (ร้อยละ 37.5): ไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่รวมถึงการฝากครรภ์และการดูแลเด็กเล็ก
- สวัสดิการด้านครอบครัว (ร้อยละ 25.1): เงินอุดหนุนหรือสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้จริง
- สภาพแวดล้อมการทำงาน (ร้อยละ 23.8): ออฟฟิศที่เข้าใจพ่อแม่มือใหม่ มีเวลาให้ครอบครัวโดยไม่กระทบหน้าที่การงาน
"การตัดสินใจมีลูกในปัจจุบันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย… ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่ควรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีครอบครัวและการเลี้ยงดูบุตรอย่างมีคุณภาพ" — อธิบดีกรมอนามัย ย้ำชัด