เลือกตั้งสกปรก กกต.ส่อคุก-โมฆะ
เลือกตั้งสกปรก กกต.ส่อคุก-โมฆะ
เลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ตกเป็นโมฆะ หรือ 7 กกต. พ่วงเลขาธิการ กกต.ติดคุก กลายเป็นกระแสร้อนแรงแข่งกับเปลวแดดที่ระอุในฤดูร้อน บนความเคลื่อนไหวของขบวนนิสิตนักศึกษา ภาคประชาชน และพรรคการเมืองที่ทนไม่ได้กับข้อพิรุธที่ส่อไม่โปร่งใส สะท้อนการเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม
“อาจารย์เอก” นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนให้เห็นในภาพรวมถึงชนวนเหตุต่างๆ ที่ถูกกล่าวหา หาก กกต.พิสูจน์ให้สังคมเชื่อมั่นไม่ได้ มันเป็นสเกลเดียวกับเลือก “ตั้งสกปรกยุค 2500” และยิ่งกว่าการเลือกตั้งในยุคกกต. ที่มีพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธาน
ฉีกเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ก่อตั้ง กกต.ให้เป็นองค์กร “อิสระ-เที่ยงธรรม” แยกตัวออกจากกระทรวงมหาดไทย สภาวะปัจจุบัน กกต.กลับยึดโยงโครงสร้างมหาดไทย โดยเฉพาะในหลายเขตเลือกตั้ง มีนายอำเภอเป็นผอ.เขต ยิ่ง กกต. 5 ใน 7 อรหันต์มาจาก สว.ที่ถูกข้อครหาฮั้ว สว. ทำให้ความเป็น “อิสระ” ถูกตั้งคำถาม
ชนวนเหตุพฤติการณ์ผิดปกติทั้งเชิงเทคนิคและสถิติ โดยพบเห็นร่องรอยการเลือกตั้ง “ไม่โปร่งใส” เอื้อทุจริตในระดับภาพใหญ่ ทั้งตัวเลขผู้มาใช้สิทธิที่หายไป ตัวเลขเบื้องต้น กกต.ระบุผู้มาใช้สิทธิแค่ 65% ลดลงจากการเลือกตั้งปี 66 ถึง 10 % หรือราว 5 ล้านคน
สวนกระแสการเลือกตั้งที่ร้อนแรง แข่งขันสูง ผนวกกระแสชาตินิยม กระแสต้องการความเปลี่ยนแปลง มันเป็นไปไม่ได้ที่คนมาเลือกตั้ง ทำให้มีทั้ง “บัตรหาย-บัตรเขย่ง” หวังคะแนนจัดตั้งชนะคะแนนธรรมชาติ
ไม่น่าเชื่อพบส่วนต่างของบัตรเลือก สส.เขต บัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ต่างกันเยอะมาก แถมผ่านไปเกินสัปดาห์ กกต. ยังไม่ประกาศนับคะแนนครบ 100 % นับได้ 94 % มันผิดปกติในยุคดิจิทัล ชวนให้สังคมขบคิด “กลังเตรียมจัดการตัวเลข” ให้ตรงกันหรือไม่
สายรัดนิรภัยหรือเคเบิลไทร์ การยุบรวมหีบ กลายเป็นช่องโหว่ เมื่อพบหีบบัตรไม่มีเคเบิลไทร์ อ้างว่าหมด โดยเฉพาะที่เขต 1 จ.ชลบุรี ในเขตนี้ยังมีการ “ยุบรวมหีบ” ส่อผิดระเบียบ กกต.
ล่าสุดยังเกิดปรากฏการณ์ทำลายหลัก “เลือกตั้งโดยลับ” พบบาร์โค้ดในบัตรสีชมพู คิวอาร์โค้ดในบัตรสีเขียว ที่สามารถสแกนย้อนกลับไปหา “ต้นขั้ว” ที่ระบุชื่อผู้ใช้สิทธิได้ด้วย มันส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิ โดยเฉพาะในพื้นที่อิทธิพล เพราะสามารถเช็คได้ว่าใครเลือกใคร
หากข้อกล่าวหาที่สังคมสงสัยกันทั้งประเทศเป็นจริง เท่ากับทุจริตเชิงโครงสร้างที่ร้ายแรง เสี่ยงกระทบต่อการทำหน้าที่ตามอำนาจของกกต. ที่จงใจไม่ป้องกัน ไม่ยอมตั้งกล้องวงจรปิดในหน่วยเลือกตั้ง ขัดขวางการมีส่วนร่วม กีดกันประชาชนไม่ให้ถ่ายภาพการนับคะแนน แถมเขต 1 จ.ชลบุรี กกต.แจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน
ก่อนหน้านั้นกกต.ระบุ “เตรียมเงินซื้อเสียงไม่ผิด” เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ที่ปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้วิ่งผ่านไป โดยที่ไม่แอกชัน หากสุดท้ายกกต.ยังไม่กล้าพิสูจน์ความโปร่งใส ตั้งแต่ประกาศผลนับคะแนน 100% ทันที ตรวจสอบหรือสาธิตการสแกนบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดต่อหน้าสาธารณะ และการเปิดหีบนับคะแนนในหลายเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะเขต 1 จ.ชลบุรี
ระวังเดินตามรอยกกต.ชุดในอดีตที่เคยถูกพิพากษารับโทษทางอาญาถึงขั้นสูญสิ้นอิสรภาพ ติดคุกประจานพฤติกรรมที่กล้าทำผิดกฎหมายมาแล้ว
#มะม่วงแปดริ้ว