จุดเปลี่ยน SET เดือน ก.พ. ดัชนีไปต่อหรือปรับฐานยาว!
เข้าสู่เดือนที่ 2 ของปี 2569 ซึ่งสำหรับตลาดหุ้นไทยก็ถือเป็นจุดเปลี่ยนของปัจจัยหลายๆอย่าง โดยเฉพาะการเมืองในประเทศที่จะมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายในช่วงต้นเดือน ก.พ. แน่นอนด้วยจุดเปลี่ยนหลายอย่างย่อมส่งผลต่อภาวะตลาดหุ้นไทยในเดือนดังกล่าวด้วยเช่นกัน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดทิศทางดัชนีตลาดหุ้นเดือน ก.พ. จะอยู่ในโหมดการปรับฐาน ซึ่งต้องพิจารณาว่าจะย่อลงมาลึกหรือไม่ หากยืน 1,300จุด ได้จะมีโอกาสดีดกลับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ แต่หากยืน 1,300จุด ไม่ได้จะมีแนวรับถัดไป 1,285จุด จึงคาดกรอบเคลื่อนไหวดัชนีฯ เดือนกุมภาพันธ์ ไว้ที่ 1,280-1,370จุด
สำหรับปัจจัยสำคัญเดือนนี้ การเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง 8ก.พ. 69จะเริ่มเห็นความชัดเจนของทิศทางการเมืองมากขึ้น หากพรรคหลักคะแนนชนะแบบแลนด์สไลด์ได้ การจัดตั้งรัฐบาลคาดว่าจะเกิดขึ้นได้โดยเร็ว ภาพการเมืองจะชัดเจนไวขึ้น ความคาดหวังต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมีมากขึ้น เป็นปัจจัยหนุนกลุ่มหุ้นอิงการอุปโภคบริโภค และการกระตุ้นภายในประเทศ
นโยบายอัตราดอกเบี้ย การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่25ก.พ. 69คาดว่ากนง.จะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%สู่ระดับ 1.00%โดย ธปท. มุ่งพิจารณา 2ปัจจัยหลัก คือ เงินเฟ้อ (Inflation Target) และ อัตราแลกเปลี่ยน (FX) รวมถึงประเด็นสำคัญอย่างการแข็งค่าของเงินบาทก็เป็นสิ่งที่ธปท. ให้ความสำคัญ
การรายงานงบไตรมาส 4/68บจ. ไทยเข้าสู่ช่วงการประกาศรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4/68โดยคาดการณ์ว่ากำไรตลาดมีโอกาสโตต่ำกว่าเราคาดไว้ที่ 1.8แสนล้านบาท เนื่องจากรายการค่าใช้จ่ายพิเศษ และผลกระทบจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้นจากราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา
การตัดสินภาษีทรัมป์ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีกำหนดพิจารณาคดีการบังคับใช้ภาษีของทรัมป์ใต้อำนาจ IEEPA ในวันที่ 20ก.พ. 69ซึ่งจะเป็นการชี้ชะตาทรัมป์และมาตรการภาษีทั่วโลกที่ถูกเรียกเก็บไปแล้ว จะมีการชำระคืนหรือไม่ อย่างไร ซึ่งถ้าการพิจารณาครั้งนี้ยังไม่ตัดสิน การประกาศคำวินิจฉัยอาจเลื่อนไปถึงเดือนมิ.ย. 69เนื่องจากมีประเด็นการคืนภาษีจึงวินิจฉัยได้ยาก ควรติดตามอย่างใกล้ชิด
ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์โลกยังตึงเครียดต่อเนื่อง ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ เวเนซุเอลา ยังไม่คลี่คลาย ประเด็นสหรัฐฯ เตรียมโจมตีอิหร่านก็เป็นตัวกดดันตลาดทั่วโลก และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ นอกจากนี้ความต้องการครอบครองดินแดนกรีนแลนด์ของทรัมป์ยังสร้างความไม่สบายใจให้กับยุโรป ราคาทองคำและแร่หายากอื่น ๆ อาจปรับตัวขึ้นต่อ จากความไม่แน่นอนในสถานการณ์ดังกล่าว
สำหรับหุ้นแนะนำ ประกอบไปด้วย AURA กำไรไตรมาส 4/68-1/69จะดีต่อเนื่องจากไฮซีซั่นและอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น, CK แนวโน้มปี 2569โตต่อเนื่องตามการรับรู้ backlog, CPALL กำไรปี 2569ทำสถิติใหม่สูงสุดต่อเนื่อง จากการขยายสาขาและสินค้า RTE
KKP วางเป้าปี 2569โตได้ต่อ และคาดกำไรไตรมาส 1/69จะโตทั้งช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อนได้ต่อเนื่อง, NEO ไตรมาส4/68โตเด่นจากไตรมาสก่อน จากรายได้ที่ทำสถิติใหม่สูงสุดต่อเนื่อง และ OR คาดปริมาณขายฟื้นตัว ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตรทรงตัวสูงในไตรมาส 4/68