โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อนุทิน’ เปิดสัมมนาใหญ่ภูมิใจไทย วอน สส. สลายก๊กก๊วน

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวปาฐกถาเปิดงานประชุมสัมมนา สส. ผู้บริหาร และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่า วันนี้ขออนุญาตกล่าวคำว่า “ขอต้อนรับทุกท่านสู่จุดกำเนิดของพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์แห่งนี้” ซึ่งพัฒนาการของพรรคภูมิใจไทย มาปีนี้เข้าปีที่ 18 แล้วส่วนตัวจำได้ว่าตอนที่เราเลือกตั้งครั้งแรก เดินแค่ไม่กี่นาทีก็ทักทายครบหมดทุกคนแล้ว แต่วันนี้เดินตั้ง 15 นาทีกว่าจะทักทายครบ

ทั้งนี้ ไม่ว่าพรรคจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน หรือมีจำนวนสมาชิกเท่าไร สิ่งที่ต้องทำก่อนเข้าไปที่สภาผู้แทนราษฎร ก็คือจัดให้มีการปฐมนิเทศบรรดาสมาชิก ย้ำว่า วันนี้เป็นการร่วมประชุมพบปะหารือ และปฐมนิเทศเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น ไม่ใช่ประชุม สส.พรรคร่วมรัฐบาลเหมือนทุกครั้ง ซึ่งสมาชิกพรรคมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จาก 34 คน เป็น 51 คน เป็น 71 คน และวันนี้เป็น 192 คน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความรู้จัก เพื่อลดช่องว่างระหว่างกันให้มากที่สุด และไม่อยากเห็นว่า สส. จากซีกเดียวกันนั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน เช่น โต๊ะของนายวราวุธ ศิลปอาชา ก็มีแต่ สส. สุพรรณบุรี และนครปฐม ส่วนโต๊ะนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ก็มีแต่ สส.ชุมพร พิษณุโลก หรือโต๊ะของนายสุชาติ ชมกลิ่น ก็มีแต่ สส.ชลบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ราชบุรี ทั้งหมดต้องแยกกันให้หมด

อย่างไรก็ตาม ต้องขอแสดงความยินดีกับ สส. ทุกคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาว แล้วรอดมาเป็นผู้แทนราษฎรได้ รวมถึงต้องขอขอบพระคุณผู้สนับสนุน โดยเฉพาะรัฐมนตรีทุกคนที่ไปช่วยดีเบต ช่วยกันทำหน้าที่สนับสนุนให้ผู้สมัครของเราได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกคนต่างทำงานหนักและเต็มที่มาก เพื่อให้ผู้สมัครของพรรคทุกคนได้เข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามเป้าหมาย ซึ่งเห็นได้จากการทำงานที่หนักหน่วง ไม่มีคำว่าฟลุ๊ค และผู้สมัครส่วนใหญ่ 99% ก็ชนะคู่แข่งแบบขาดลอย แม้จะนับใหม่กี่รอบ ก็นับไป อย่างไรก็ชนะแน่นอน โดยคนที่เคยชนะแค่หลักร้อยคะแนน ก็ชนะเป็นหลักหมื่นคะแนน แม้ตอนโทรศัพท์มาหา ก็บอกว่า ไม่ไหว ๆ จะตายแล้ว ตายแน่ ๆ ส่วนคนที่บอกว่าได้ชัวร์ๆ สอบตกไปแล้ว จึงขอยืนยันว่า หากทุกคนไม่ประมาท แต่ทำตัวให้เป็นที่เชื่อมั่น เป็นที่ไว้ใจและน่าเชื่อถือของชาวบ้าน รวมถึงทำตัวอย่างสม่ำเสมอ และคิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ยังไม่พอ แต่ต้องทำให้ชาวบ้านรักเรามากขึ้น ส่วนตัวยังไม่เคยเห็นใครสอบตก ซึ่งนี่คือวิธีการทำงานแบบพรรคภูมิใจไทย เราไม่เห็นสิ่งอื่นใดสำคัญกว่าชาวบ้าน ที่เลือกเราเข้ามาให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายอนุทิน บอกอีกว่า ส่วนตัวยังไม่มีปัญญาเป็น สส.แบบแบ่งเขต แต่ก็ได้ผ่านการเลือกตั้งอย่างมหาโหดมาถึง 4 ครั้ง และการเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ว่าจะลำดับที่เท่าไร เราพูดกันเสมอว่า ไม่ใช่ให้เขาเอาเบอร์มาแปะ แล้วรอน้ำทิพย์ชโลมใจจาก สส.แบบแบ่งเขต แต่ สส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย 19 คน ต้องลงพื้นที่ไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ และ

ต้องทำงานหนักกว่า สส. แบบแบ่งเขต เพราะ สิ่งเหล่านั้นคือคะแนน รวมถึงต้องไปสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของ สส. แบบแบ่งเขต และรับฟังปัญหาของชาวบ้านทั่วประเทศ เพื่อนำมาแก้ไข ซึ่งนี่คือวิธีคิดของพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคคู่แข่งที่ดูว่ากระแสดี แต่เมื่อไม่ลงพื้นที่โอกาสกลับมาก็น้อยมาก

นายอนุทิน ย้ำอีกว่า วิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทย สส. สำคัญไม่น้อยกว่าคนเป็นรัฐมนตรี ซึ่งหากมีโอกาสก็ได้ปลูกฝังมาตลอด ว่า หากต้องเลือกเป็น สส. หรือรัฐมนตรี ให้เลือกเป็น สส. ซึ่งเคยพูดกับหลายคนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลก่อนๆ แต่เขาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี แล้วทิ้งตำแหน่ง สส. ไป ทำให้ไม่มีความมั่นคง เพราะการทำงานที่จะผลิตผลงานได้อย่างเต็มที่ให้กับบ้านเมือง สู้ สส. ไม่ได้ เพราะฉะนั้นตำแหน่ง สส. เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยศมาก ทั้งนี้ เชื่อว่าอีก 4 ปีที่ทำงาน ร่วมกัน จะได้รู้จักอุปนิสัย และมีความคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งในฐานะหัวหน้าพรรคอยากขอวิงวอนให้ทุกคนรักษาอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของความเป็นพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้พรรคของเราเติบโต คำไหนคำนั้น เป็นปึกแผ่น ไม่มีแหกคอก

ที่ผ่านมา ช่วงพักร้อนไปเป็นฝ่ายค้าน 3 เดือน เรามี สส. 3 คนแหกคอก เห็นผิดเป็นชอบ อย่าคิดว่าชาวบ้านไม่รู้ เที่ยวนี้ทั้ง 3 คนไม่ได้กลับมาแม้แต่คนเดียว โดย 2 ใน 3 คนพรรคไม่ให้ลงสมัคร เพราะฉะนั้น เรื่องวินัยและการรักษาเอกภาพของพรรคภูมิใจไทย ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เรื่องอื่นๆ คุยกันได้หมดไม่มีปัญหา

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งว่า วันที่ 14 มี.ค. นี้ จะมีรัฐพิธีและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จเพื่อเปิดรัฐสภาฯ ซึ่งวันนั้น สส. จะขาดไม่ได้แม้แต่คนเดียว เพราะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอน จะมีการประชุมสภานัดแรก มีการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาอีก 2 คน

ทั้งนี้ เมื่อมีการโปรดเกล้าประธานสภาฯ คนใหม่ จะนัดประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีจะต้องรอโปรดเกล้าฯ เพื่อตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีขั้นตอนอีกมากมายกว่าที่จะถึงวันที่มีรัฐบาล แต่ตอนนี้ทุกคนสามารถทำหน้าที่ สส. ได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องรอตั้งรัฐบาลเสร็จ หรือรอให้เปิดประชุมก่อน เพราะสถานะความเป็นสส. เกิดขึ้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ยังขอให้ สส. ทุกคนศึกษาเรื่องจริยธรรมให้ดี ประมาทไม่ได้ เพราะอาจผลกระทบต่อสถานะ ต่อตำแหน่งที่อาจจะเป็นตั้งแต่กรรมาธิการ ประธานกรรมาธิการ รัฐมนตรี หรือตำแหน่งอื่นๆ จึงต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก รวมถึงคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วย หรือที่ปรึกษา ขออย่าให้มีปัญหา คัดเลือกและดูประวัติให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหาได้ในอนาคต หากยิ่งเคลียร์ก็ยิ่งดัง เพราะมีคนพร้อมคอยช่วยกระจายข่าวให้อยู่แล้ว รวมถึงการเตรียมแถลงทรัพย์สิน ก็ต้องดูรายละเอียดข้อกฎหมาย ซึ่งพรรคมีที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำอยู่แล้ว

จากนั้น นายอนุทิน ได้กล่าวแสดงความยินดี กับ สส. ในสมัยที่ 27 อีกครั้ง พร้อมอวยพร ขอให้ทุกคนแคล้วคลาดปลอดภัย พบแต่สิ่งที่เป็นมงคล และหลีกไกลจากสิ่งที่จะไม่บันดาลความสุขให้กับพวกเรา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...