โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อนุทินสั่งคมนาคมยกเลิก 2 สัญญาอิตาเลียนไทย เดินหน้าฟันตามกฎหมาย

PostToday

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 15 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม จากกรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างถล่ม ว่า ที่ประชุมได้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายกฎหมาย ผู้ปฏิบัติการ และผู้ควบคุมกำกับระเบียบ มาหารือร่วมกันอย่างรอบด้าน โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักรับไปดำเนินการ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนขวัญแก่ประชาชน และก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและสาธารณะ จึงได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม ยกเลิกสัญญาการก่อสร้าง 2 โครงการกับผู้รับจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา โดยกระบวนการดังกล่าวได้ผ่านการให้ข้อแนะนำจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานอัยการสูงสุด ทั้งนี้ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเคร่งครัดเพื่อประโยชน์สาธารณะ ความปลอดภัยของประชาชน และการสร้างความเชื่อมั่นต่อสายตานานาชาติ

เมื่อถูกถามว่าจะมีการตรวจสอบโครงการอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้ดำเนินการใน 2 กรณีนี้ก่อน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความรู้สึกของประชาชน หากไปพิจารณาปรับแก้กฎหมายหรือกฎกระทรวงอื่น ๆ ในระยะนี้ จะไม่สามารถออกผลการดำเนินการได้ทันที อีกทั้งขณะนี้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร การแก้ไขกฎหมายต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ วันนี้จึงขอเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับแรก

นายอนุทินย้ำว่า กระทรวงคมนาคมได้รับทราบคำสั่งบอกเลิกสัญญาแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมเหตุผลและขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรายละเอียดเชิงปฏิบัติจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมในการดำเนินการต่อไป

กรณีมีคำถามว่าการดำเนินการดังกล่าวจะครอบคลุมถึงกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องได้รับโทษไปแล้ว แต่ได้ตั้งคำถามในที่ประชุมว่า ในเมื่ออาคารไม่เหลืออยู่แล้ว เหตุใดยังไม่มีการยกเลิกสัญญา จะส่งงวดงานหรือปรับสัญญาอย่างไร ทั้งที่ไม่สามารถปล่อยให้เรื่องค้างคาได้ โดยแม้ สตง. จะดำเนินการตามระเบียบของตนเอง แต่รัฐบาลไม่สบายใจที่จะให้ผู้รับเหมารายเดิม ซึ่งเกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า 3–4 ครั้ง ทำงานให้รัฐต่อไป

สำหรับโครงการก่อสร้างที่มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% นายกรัฐมนตรีระบุว่า จำเป็นต้องหาผู้รับเหมารายใหม่เข้ามาดำเนินงานต่อ หากเกิดความเสียหาย รัฐสามารถยึดหลักประกันตามสัญญา ซึ่งปกติจะมีการหักเงินประกันและหนังสือค้ำประกันจากธนาคารไว้แล้ว และหากรัฐต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม ก็ยังสงวนสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับเหมาที่ทิ้งงานตามกฎหมาย

นายอนุทินย้ำว่า ในขณะนี้ขอพูดเฉพาะ 2 กรณีดังกล่าว เพื่อหาทางยกเลิกสัญญาให้ชัดเจน ไม่ให้เกิดภัยหรืออันตรายต่อสาธารณะ เนื่องจากข้อเท็จจริงของทั้งสองโครงการมีความชัดเจน โดยรายละเอียดการตรวจสอบทั้งหมดให้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการ ตามคำสั่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาล

ส่วนการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน สำหรับมาตรการ “สมุดพก” ผู้รับเหมา กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการออกระเบียบ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจะเป็นการบังคับใช้ในอนาคตและไม่มีผลย้อนหลัง พร้อมระบุว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เริ่มดำเนินการไว้แล้ว และรัฐบาลชุดปัจจุบันนำมาผลักดันออกเป็นกฎกระทรวง แต่ยังต้องมีรายละเอียดและข้อบังคับเพิ่มเติมที่กรมบัญชีกลางต้องจัดทำ

สำหรับกรณีที่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีระบุว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการโยนความรับผิดชอบกันไปมา นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ได้เรียกทุกหน่วยงานมาหารือร่วมกัน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยทุกฝ่ายรับทราบแนวทางการปฏิบัติตามข้อแนะนำของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล และเมื่อรัฐบาลสั่งการตามคำแนะนำดังกล่าว ทุกหน่วยงานก็ต้องปฏิบัติตาม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีโซเชียลมีเดียขุดภาพในสมัยที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงนามสัญญาก่อสร้างและถ่ายภาพร่วมกับนายอนุทิน นายกรัฐมนตรีถามกลับว่า “แล้วเกี่ยวอะไรด้วย”

เมื่อถามต่อว่ามองว่าเป็นความพยายามโจมตีทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้ว การจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่างดำเนินการตามกฎระเบียบของรัฐบาล ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และไม่ควรเสียเวลาไปกับการสาดโคลนกันทางการเมือง เพราะหากนักการเมืองทะเลาะกันเอง ประชาชนย่อมไม่ได้รับความพึงพอใจ พร้อมตั้งคำถามกลับว่า ทุกฝ่ายอยากเห็นประเทศไทยสงบเรียบร้อยไม่ใช่หรือ

ส่วนความชัดเจนเกี่ยวกับตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย นายอนุทินระบุว่า ปัจจุบันยังเป็นรองผู้ว่าการฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...