อนุทินสั่งคมนาคมยกเลิก 2 สัญญาอิตาเลียนไทย เดินหน้าฟันตามกฎหมาย
วันที่ 15 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม จากกรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างถล่ม ว่า ที่ประชุมได้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายกฎหมาย ผู้ปฏิบัติการ และผู้ควบคุมกำกับระเบียบ มาหารือร่วมกันอย่างรอบด้าน โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักรับไปดำเนินการ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนขวัญแก่ประชาชน และก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและสาธารณะ จึงได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม ยกเลิกสัญญาการก่อสร้าง 2 โครงการกับผู้รับจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา โดยกระบวนการดังกล่าวได้ผ่านการให้ข้อแนะนำจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานอัยการสูงสุด ทั้งนี้ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเคร่งครัดเพื่อประโยชน์สาธารณะ ความปลอดภัยของประชาชน และการสร้างความเชื่อมั่นต่อสายตานานาชาติ
เมื่อถูกถามว่าจะมีการตรวจสอบโครงการอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้ดำเนินการใน 2 กรณีนี้ก่อน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความรู้สึกของประชาชน หากไปพิจารณาปรับแก้กฎหมายหรือกฎกระทรวงอื่น ๆ ในระยะนี้ จะไม่สามารถออกผลการดำเนินการได้ทันที อีกทั้งขณะนี้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร การแก้ไขกฎหมายต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ วันนี้จึงขอเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับแรก
นายอนุทินย้ำว่า กระทรวงคมนาคมได้รับทราบคำสั่งบอกเลิกสัญญาแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมเหตุผลและขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรายละเอียดเชิงปฏิบัติจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมในการดำเนินการต่อไป
กรณีมีคำถามว่าการดำเนินการดังกล่าวจะครอบคลุมถึงกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องได้รับโทษไปแล้ว แต่ได้ตั้งคำถามในที่ประชุมว่า ในเมื่ออาคารไม่เหลืออยู่แล้ว เหตุใดยังไม่มีการยกเลิกสัญญา จะส่งงวดงานหรือปรับสัญญาอย่างไร ทั้งที่ไม่สามารถปล่อยให้เรื่องค้างคาได้ โดยแม้ สตง. จะดำเนินการตามระเบียบของตนเอง แต่รัฐบาลไม่สบายใจที่จะให้ผู้รับเหมารายเดิม ซึ่งเกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า 3–4 ครั้ง ทำงานให้รัฐต่อไป
สำหรับโครงการก่อสร้างที่มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% นายกรัฐมนตรีระบุว่า จำเป็นต้องหาผู้รับเหมารายใหม่เข้ามาดำเนินงานต่อ หากเกิดความเสียหาย รัฐสามารถยึดหลักประกันตามสัญญา ซึ่งปกติจะมีการหักเงินประกันและหนังสือค้ำประกันจากธนาคารไว้แล้ว และหากรัฐต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม ก็ยังสงวนสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับเหมาที่ทิ้งงานตามกฎหมาย
นายอนุทินย้ำว่า ในขณะนี้ขอพูดเฉพาะ 2 กรณีดังกล่าว เพื่อหาทางยกเลิกสัญญาให้ชัดเจน ไม่ให้เกิดภัยหรืออันตรายต่อสาธารณะ เนื่องจากข้อเท็จจริงของทั้งสองโครงการมีความชัดเจน โดยรายละเอียดการตรวจสอบทั้งหมดให้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการ ตามคำสั่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาล
ส่วนการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน สำหรับมาตรการ “สมุดพก” ผู้รับเหมา กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการออกระเบียบ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจะเป็นการบังคับใช้ในอนาคตและไม่มีผลย้อนหลัง พร้อมระบุว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เริ่มดำเนินการไว้แล้ว และรัฐบาลชุดปัจจุบันนำมาผลักดันออกเป็นกฎกระทรวง แต่ยังต้องมีรายละเอียดและข้อบังคับเพิ่มเติมที่กรมบัญชีกลางต้องจัดทำ
สำหรับกรณีที่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีระบุว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการโยนความรับผิดชอบกันไปมา นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ได้เรียกทุกหน่วยงานมาหารือร่วมกัน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยทุกฝ่ายรับทราบแนวทางการปฏิบัติตามข้อแนะนำของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล และเมื่อรัฐบาลสั่งการตามคำแนะนำดังกล่าว ทุกหน่วยงานก็ต้องปฏิบัติตาม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีโซเชียลมีเดียขุดภาพในสมัยที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงนามสัญญาก่อสร้างและถ่ายภาพร่วมกับนายอนุทิน นายกรัฐมนตรีถามกลับว่า “แล้วเกี่ยวอะไรด้วย”
เมื่อถามต่อว่ามองว่าเป็นความพยายามโจมตีทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้ว การจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่างดำเนินการตามกฎระเบียบของรัฐบาล ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และไม่ควรเสียเวลาไปกับการสาดโคลนกันทางการเมือง เพราะหากนักการเมืองทะเลาะกันเอง ประชาชนย่อมไม่ได้รับความพึงพอใจ พร้อมตั้งคำถามกลับว่า ทุกฝ่ายอยากเห็นประเทศไทยสงบเรียบร้อยไม่ใช่หรือ
ส่วนความชัดเจนเกี่ยวกับตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย นายอนุทินระบุว่า ปัจจุบันยังเป็นรองผู้ว่าการฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ