SCGPชูAIขับเคลื่อนธุรกิจ เน้นเพิ่มประสิทธิภาพ-กำไร
#SCGP #ทันหุ้น – SCGP ทรานส์ฟอร์มองค์กร ใช้ AI เต็มสูบ ทั้งภาคการผลิต-การลดของเสีย การต่อยอดขยายองค์ความรู้ไปทั่วห่วงโซอุปทาน เพิ่มมาตรฐานปลอดภัย เร่งสเกลนวัตกรรมคลุม 13 ประเทศ หนุนลดต้นทุนยั่งยืน ดันกำไรเพิ่มขึ้น
นายสมภพ วิทย์วรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายเทคโนโลยี ความยั่งยืนและประสิทธิภาพองค์กร บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทมียุทธศาสตร์การขับเคลื่อนพัฒนาองค์กรด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI และดิจิทัล โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 2 ทศวรรษ ได้วางรากฐานโดยการเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลมาอย่างยาวนานเพื่อให้เป็นองค์กรที่ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริง
โดยปัจจุบันถือได้ว่าบริษัทเข้าสู่ช่วงการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของข้อมูลเหล่านี้ โดยนำ AI เข้ามาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด การมีข้อมูลประวัติการทำงานที่ครอบคลุม 11 กลุ่มอุตสาหกรรม ทำให้ SCGP สามารถเทรนโมเดล AI ให้มีความแม่นยำและกลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันที่เหนือกว่าผู้ใช้รายอื่น
@ ยกระดับผลิต-วางแผนเชิงรุก
บริษัทยังนำ AI มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต และการทำ Digital Twin ที่เหนือกว่าระดับวิศวกรรม สามารถสร้างแบบจำลองธุรกิจที่บูรณาการข้อมูลตั้งแต่คำสั่งซื้อของลูกค้าไปจนถึงกระบวนการผลิตปลายน้ำ เพื่อทำนายผลลัพธ์และวางแผนงานล่วงหน้า ใช้ AI ตรวจสอบพฤติกรรมเครื่องจักร เช่น มอเตอร์นับหมื่นตัว ผ่านข้อมูลแรงสั่นสะเทือน โดยความล้ำหน้าคือการใช้ Agentic AI เชื่อมโยงข้อมูลเทคนิคกับฐานข้อมูลความรู้ภายในองค์กรเพื่อไม่เพียงแค่บอกว่าเครื่องจะเสียเมื่อไหร่ แต่ระบุวิธีแก้ไขที่ชัดเจนให้พนักงานทันที
อีกทั้งในโรงงานกระดาษขนาดใหญ่ที่มีเซ็นเซอร์กว่า 100 จุด AI ช่วยทำนายคุณภาพสินค้าและปรับแต่งการผลิตได้ก่อนที่จะเกิดของเสีย ลดการพึ่งพาเฉพาะความเชี่ยวชาญส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว
@ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
นวัตกรรม AI ภายใต้โครงการของ SCGP ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทานกระจายตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ซึ่งผลดีคือลดต้นทุนและเพิ่มผลตอบแทนไปพร้อมกัน ตัวอย่างโครงการ AI ได้แก่ Smart Forestry ใช้ AI วัดการเติบโตของป่าเศรษฐกิจและประเมินผลผลิตในพื้นที่ขนาดใหญ่ แทนการสุ่มวัดด้วยคน, Smart Wood Inspection แอปพลิเคชันให้เกษตรกรใช้มือถือถ่ายภาพไม้ เพื่อวัดขนาดและคำนวณราคาตามคุณภาพได้ทันที ช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้โรงเยื่อกระดาษ, Waste Reduction ในการผลิตกล่องลูกฟูก AI ช่วยคำนวณการผลิตเผื่อเสียตามความยากง่ายของงานอย่างแม่นยำ ช่วยลดการสูญเสียวัตถุดิบและลดต้นทุน และ E-Nose (Electronic Nose) นวัตกรรมจมูกอิเล็กทรอนิกส์ใช้ตรวจวัดกลิ่นรอบโรงงานเพื่อดูแลชุมชน ซึ่งปัจจุบันได้สเกลการใช้งานไปยังโรงงานในประเทศเวียดนามแล้ว เป็นต้น
@หัวใจสำคัญและโอกาส
ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนั้น หัวใจสำคัญของ SCGP คือยุทธศาสตร์การสเกล (Scaling) และระบบวางแผนรวม (Enterprise Supply Chain) เช่นเมื่อเกิดการพัฒนาระบบลดการสูญเสียหรือเพิ่มประสิทธิภาพในหนึ่งโรงงาน บริษัทจะขยายผลไปยังเครื่องจักรผลิตกระดาษกว่า 20 เครื่อง และโรงงานกล่อง 69 แห่งใน 13 ประเทศทันที และยังใช้ระบบ Enterprise Supply Chain Planning (ESP) วางแผนการผลิตข้ามโรงงาน ทำให้ถือครองสต๊อกน้อยและตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็ว
อีกส่วนสำคัญคือ การสร้างคนให้อยู่ในวัฒนธรรมองค์กรแบบ Digital Thinking โดยปัจจุบันมี AI User กว่า 2,500 คน บริษัทเน้นการสร้าง Apply Data Scientist หรือวิศวกรที่เข้าใจกระบวนการผลิตจริงและสามารถนำ AI ไปใช้แก้ปัญหาได้ตรงจุด รวมไปถึงในด้านการบริหารจัดการตามลำดับสิทธิ์
ทั้งนี้ SCGP ยังคงมองหาโอกาสการนำ AI เข้ามาใช้ในทุกพื้นที่ รวมถึงด้านความปลอดภัย เช่น การใช้กล้องตรวจจับการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน และการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินเพื่อพยากรณ์สถานการณ์ล่วงหน้าเพื่อให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความผันผวนของตลาดได้อย่างรวดเร็วกว่า มีกำไรมากขึ้น