โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลวิจัยใหม่ชี้ “ดาวหางแฮลลีย์” อาจถูกค้นพบก่อนหน้า เอ็ดมันด์ แฮลลีย์ หลายศตวรรษ

SPACEMAN

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 01.34 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ทีมนักวิจัยค้นพบหลักฐานจากพงศาวดารยุคกลางที่บ่งชี้ว่า ลักษณะการโคจรเป็นคาบของดาวหางแฮลลีย์ (คนไทยเรียก ดาวหางฮัลเลย์) อันโด่งดัง อาจถูกจดบันทึกไว้โดยนักบวชชาวอังกฤษตั้งแต่เมื่อเกือบหนึ่งพันปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ เอ็ดมันด์ แฮลลีย์ จะพิสูจน์วงโคจรของมันได้สำเร็จถึงกว่า 600 ปี

ชื่อของ เอ็ดมันด์ แฮลลีย์ นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ มีความผูกพันอย่างแนบแน่นกับการระบุเส้นทางโคจรที่ซ้ำเดิมของดาวหางดวงนี้ แต่จากการศึกษาล่าสุดโดยศาสตราจารย์ ไซมอน พอร์เทจีส์ ซวาร์ต และคณะผู้วิจัย พบว่าเขาอาจไม่ใช่คนแรกที่ล่วงรู้ถึงวัฏจักรดังกล่าว หลักฐานสำคัญปรากฏอยู่ในบันทึกของวิลเลียมแห่งมาล์มสเบอรี นักเขียนพงศาวดารใน คริสต์ศตวรรษที่ 12 ที่ระบุถึง "ไอล์เมอร์" นักบวชผู้หนึ่งที่ดูเหมือนจะรับรู้ได้ว่าการปรากฏตัวของดาวหางสองครั้งที่ห่างกันหลายสิบปีนั้น แท้จริงแล้วคือวัตถุฟ้าวัตถุเดียวกัน

ย้อนกลับไปในอดีต เอ็ดมันด์ แฮลลีย์ ได้ใช้ระบบการสังเกตการณ์และการคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อพิสูจน์ว่า ดาวหางสว่างที่บันทึกไว้ในปี พ.ศ. 2074, พ.ศ. 2150 และ พ.ศ. 2225 คือดาวหางดวงเดียวกันที่โคจรกลับมาตามกำหนดเวลาที่แน่นอน ดาวหางดวงนี้ซึ่งต่อมาได้รับรหัสชื่อว่า 1P/Halley มีวงโคจรที่นำมันกลับเข้าสู่ระบบสุริยะชั้นในทุก ๆ ประมาณ 76 ปี การค้นพบของแฮลลีย์ในครั้งนั้นถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ที่เปลี่ยนความเชื่อเรื่องดาวหางจากลางร้ายให้กลายเป็นวัตถุทางฟิสิกส์ที่ทำนายได้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลใหม่ระบุว่า ไอล์เมอร์แห่งมาล์มสเบอรี ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 อาจมีอายุมากพอที่จะได้เห็นดาวหางแฮลลีย์ด้วยตาตนเองถึงสองครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 1532 และครั้งที่สองในปี พ.ศ. 1609 (ค.ศ. 1066) ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์อังกฤษอย่างการรุกรานของชาวนอร์มัน ไอล์เมอร์สังเกตเห็นความเชื่อมโยงนี้และตระหนักว่ามันคือดาวหางดวงเดิมที่เคยปรากฏมาแล้วในอดีต ซึ่งการปรากฏตัวในปี พ.ศ. 1609 นี้ยังถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดโดยนักดาราศาสตร์ชาวจีน และถูกปักไว้ในพรมทอเบอเยอ (Bayeux Tapestry) อันโด่งดังอีกด้วย

ในยุคกลาง การปรากฏของดาวหางมักถูกตีความว่าเป็นลางบอกเหตุร้าย เช่น การสวรรคตของกษัตริย์ สงคราม หรือทุพภิกขภัย งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าในพงศาวดารสมัยนั้นมีการบันทึกเรื่องดาวหางที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์สำคัญทางเมืองหลายครั้ง แม้กระทั่งการสร้างข่าวลือหรือ "ข่าวปลอม" ในอดีตเกี่ยวกับดาวหางเพื่อข่มขวัญประชาชนด้วยความพิโรธของพระเจ้า แต่สำหรับกรณีของไอล์เมอร์นั้น เขาได้ก้าวข้ามความเชื่อเรื่องลางร้ายไปสู่การสังเกตเชิงวิทยาศาสตร์เบื้องต้นด้วยการจดจำคาบเวลาการปรากฏตัว

คณะผู้วิจัยเสนอว่า จากหลักฐานการสังเกตพบและการตระหนักถึงคาบวงโคจรที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้นานหลายร้อยปี อาจถึงเวลาที่ควรพิจารณาเรื่องการตั้งชื่อดาวหางดวงนี้ใหม่เพื่อให้เกียรติแก่ผู้ที่ค้นพบความจริงคนแรก แม้ว่าการทำงานข้ามศาสตร์ระหว่างนักดาราศาสตร์และนักประวัติศาสตร์จะเป็นเรื่องท้าทาย แต่ทีมวิจัยยังมีแผนที่จะสืบค้นข้อมูลในพงศาวดารโบราณต่อไป เพื่อไขปริศนาของดาวหางที่มีคาบการโคจรชัดเจนดวงอื่น ๆ ที่อาจซ่อนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์โลก

ข้อมูลอ้างอิง: Science Tech Daily

  • Halley’s Comet Has the Wrong Name, New Research Suggests
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...