โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“วรภัค” ชี้ Trump Tariffs กลับมาอีกครั้ง ทรัมป์ตั้งหลักใหม่หลังศาลฎีกาปัดตก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 03.46 น.

"วรภัค" ชี้ Trump Tariffs กลับมาอีกครั้ง หลังทรัมป์ตั้งหลักใหม่หลังศาลฎีกาปัดตก ไทยและคู่แข่งรอบบ้านเราโดนเล็งเป้ากันทั่วหน้าในรอบนี้

วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 08.29 น.นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Vorapak Tanyawong ว่า Trump Tariffs กลับมาอีกแล้ว เมื่อคืนนี้ผมได้อ่านบทความล่าสุดเรื่องนี้จาก Financial Times ซึ่งดูเหมือนทีมของทรัมป์จะเริ่มตั้งหลักใหม่ได้หลังจากถูกศาลน้อคมาก่อนหน้านี้ ซึ่งประเทศไทยและคู่แข่งรอบบ้านเราโดนเล็งเป้ากันทั่วหน้าในรอบนี้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด สหรัฐเปิดการสอบสวนการค้ารอบใหม่ เตรียมปูทางขึ้นภาษีนำเข้าอีกครั้ง

1. ภูมิหลัง : คำตัดสินศาลสูงสหรัฐทำให้โครงสร้างภาษีทรัมป์สะดุด

รัฐบาลสหรัฐได้เปิดการสอบสวนทางการค้ารอบใหม่ต่อประเทศคู่ค้าหลายประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสหรัฐวินิจฉัยว่า ประธานาธิบดีไม่สามารถใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินเพื่อกำหนดภาษีศุลกากรแบบกว้างขวางได้ ทำให้มาตรการภาษีจำนวนมากของรัฐบาลทรัมป์ถูกตีตก เพื่อลดช่องว่างดังกล่าว รัฐบาลจึงใช้มาตรการชั่วคราวคือ กำหนดภาษีนำเข้า 10% กับเกือบทุกประเทศ มาตรการนี้มีอายุเพียง 150 วัน ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเร่งหากลไกทางกฎหมายใหม่เพื่อ สร้างฐานภาษีถาวรแทนที่ของเดิม

2. เครื่องมือใหม่: การสอบสวน “กำลังการผลิตล้นตลาด”

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (Office of the United States Trade Representative) ภายใต้การนำของ Jamieson Greer ได้ประกาศเปิดการสอบสวนเกี่ยวกับ “excess capacity and production in manufacturing sectors”

กล่าวคือการตรวจสอบว่าประเทศคู่ค้ามีการผลิตเกินความต้องการจนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสหรัฐหรือไม่ กลไกนี้มีเป้าหมายสำคัญคือ ใช้เป็นเหตุผลทางกฎหมายเพื่อขึ้นภาษีใหม่ ทำให้สามารถปรับภาษีกลับไปสู่ระดับก่อนคำตัดสินของศาล

3. รายชื่อประเทศที่ถูกสอบสวน

การสอบสวนครอบคลุมประเทศจำนวนมาก ได้แก่

ยุโรป

  • สหภาพยุโรป
    • สวิตเซอร์แลนด์
    • นอร์เวย์

เอเชีย

  • จีน
    • ญี่ปุ่น
    • เกาหลีใต้
    • ไต้หวัน
    • สิงคโปร์
    • ไทย
    • เวียดนาม
    • อินโดนีเซีย
    • มาเลเซีย
    • กัมพูชา
    • บังกลาเทศ
    • อินเดีย

อเมริกา

  • เม็กซิโก

การเลือกประเทศเหล่านี้สะท้อนว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังพุ่งเป้าไปที่ประเทศที่มีฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และส่งออกมายังตลาดสหรัฐ

4. ความตึงเครียดกับยุโรป

ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับสหภาพยุโรปเริ่มตึงเครียดมากขึ้น ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายได้ทำข้อตกลงที่เรียกว่า Turnberry Deal สาระสำคัญคือ EU ลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรของสหรัฐลงใกล้ศูนย์ สหรัฐกำหนด tariff 15% ต่อสินค้าจากยุโรป แต่หลังคำตัดสินของศาล อัตราภาษีใหม่ 10% ถูกบวกเพิ่มบนภาษีเดิม ทำให้ภาษีจริงบางกรณีสูงกว่า 15% เดิม ฝ่ายยุโรปจึงชะลอการให้สัตยาบันข้อตกลง

5. ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่ซ้อนอยู่

ความตึงเครียดทางการค้าไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจ ก่อนหน้านีทรัมป์เคยขู่ว่าจะขึ้นภาษีประเทศยุโรปหลายประเทศ หากพวกเขาไม่สนับสนุนแผนของสหรัฐในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกตึงเครียดมากขึ้น

6. การสอบสวนเพิ่มเติมที่กำลังจะมา

รัฐบาลสหรัฐยังเตรียมเปิดการสอบสวนเพิ่มเติมอีกหลายเรื่อง เช่น แรงงานบังคับ (forced labour), ครอบคลุมกว่า 60 ประเทศ, ภาษีบริการดิจิทัล และราคายา การสอบสวนเหล่านี้สามารถนำไปสู่มาตรการภาษีหรือข้อจำกัดการค้าเพิ่มเติม

7. มิติการแข่งขันกับจีน

การประกาศสอบสวนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐ Scott Bessent และผู้แทนการค้า Jamieson Greer เตรียมเจรจาการค้ากับจีนก่อนการพบกันระหว่างDonald Trump และ Xi Jinping ดังนั้นมาตรการสอบสวนการค้าจึงอาจเป็นเครื่องมือเพิ่ม leverage ในการเจรจา

8. วิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์

8.1 นี่คือการสร้างกำแพงภาษีเวอร์ชันใหม่ หลังศาลจำกัดอำนาจภาษีของประธานาธิบดี รัฐบาลจึงหันไปใช้ trade investigations → justification for tariffs แทนการใช้อำนาจฉุกเฉิน

8.2 สหรัฐกำลังเปลี่ยนระบบการค้าโลก แนวโน้มใหม่ของนโยบายการค้าสหรัฐคือ การค้าเสรีแบบเดิมลดบทบาทลง ประเทศคู่ค้าต้องเจรจา bilateral มากขึ้น และภาษีถูกใช้เป็นเครื่องมือ geopolitics

8.3 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะถูกกดดันมากขึ้น รายชื่อประเทศที่ถูกสอบสวนแสดงว่า สหรัฐกำลังจับตา ฐานการผลิตที่แทนจีน เช่น เวียดนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เพราะสหรัฐกังวลว่า China supply chain relocation → ASEAN exports to US

9. Implication สำหรับประเทศไทย

สำหรับไทย การถูกระบุชื่อในรายการสอบสวนมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงหลักคือ สหรัฐอาจขึ้นภาษีสินค้าอุตสาหกรรมไทย, supply chain ที่ย้ายจากจีนมาไทยอาจถูก scrutiny และการค้าระหว่างประเทศอาจเข้าสู่ยุค managed trade

โดยสรุป การเปิดสอบสวนทางการค้ารอบใหม่นี้สะท้อนว่านโยบายการค้าของรัฐบาลทรัมป์ไม่ได้เปลี่ยน แต่กำลังเปลี่ยนเครื่องมือจากการใช้กฎหมายฉุกเฉิน มาเป็นการใช้ trade investigations เป็นฐานทางกฎหมายในการขึ้นภาษี ผลลัพธ์คือ โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการค้าที่ภาษีศุลกากรกลายเป็น เครื่องมือทางยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจ

อ้างอิง : Facebook : Vorapak Tanyawong

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...