“วรภัค” ชี้ Trump Tariffs กลับมาอีกครั้ง ทรัมป์ตั้งหลักใหม่หลังศาลฎีกาปัดตก
"วรภัค" ชี้ Trump Tariffs กลับมาอีกครั้ง หลังทรัมป์ตั้งหลักใหม่หลังศาลฎีกาปัดตก ไทยและคู่แข่งรอบบ้านเราโดนเล็งเป้ากันทั่วหน้าในรอบนี้
วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 08.29 น.นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Vorapak Tanyawong ว่า Trump Tariffs กลับมาอีกแล้ว เมื่อคืนนี้ผมได้อ่านบทความล่าสุดเรื่องนี้จาก Financial Times ซึ่งดูเหมือนทีมของทรัมป์จะเริ่มตั้งหลักใหม่ได้หลังจากถูกศาลน้อคมาก่อนหน้านี้ ซึ่งประเทศไทยและคู่แข่งรอบบ้านเราโดนเล็งเป้ากันทั่วหน้าในรอบนี้เช่นกัน
ข่าวล่าสุด สหรัฐเปิดการสอบสวนการค้ารอบใหม่ เตรียมปูทางขึ้นภาษีนำเข้าอีกครั้ง
1. ภูมิหลัง : คำตัดสินศาลสูงสหรัฐทำให้โครงสร้างภาษีทรัมป์สะดุด
รัฐบาลสหรัฐได้เปิดการสอบสวนทางการค้ารอบใหม่ต่อประเทศคู่ค้าหลายประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสหรัฐวินิจฉัยว่า ประธานาธิบดีไม่สามารถใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินเพื่อกำหนดภาษีศุลกากรแบบกว้างขวางได้ ทำให้มาตรการภาษีจำนวนมากของรัฐบาลทรัมป์ถูกตีตก เพื่อลดช่องว่างดังกล่าว รัฐบาลจึงใช้มาตรการชั่วคราวคือ กำหนดภาษีนำเข้า 10% กับเกือบทุกประเทศ มาตรการนี้มีอายุเพียง 150 วัน ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเร่งหากลไกทางกฎหมายใหม่เพื่อ สร้างฐานภาษีถาวรแทนที่ของเดิม
2. เครื่องมือใหม่: การสอบสวน “กำลังการผลิตล้นตลาด”
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (Office of the United States Trade Representative) ภายใต้การนำของ Jamieson Greer ได้ประกาศเปิดการสอบสวนเกี่ยวกับ “excess capacity and production in manufacturing sectors”
กล่าวคือการตรวจสอบว่าประเทศคู่ค้ามีการผลิตเกินความต้องการจนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสหรัฐหรือไม่ กลไกนี้มีเป้าหมายสำคัญคือ ใช้เป็นเหตุผลทางกฎหมายเพื่อขึ้นภาษีใหม่ ทำให้สามารถปรับภาษีกลับไปสู่ระดับก่อนคำตัดสินของศาล
3. รายชื่อประเทศที่ถูกสอบสวน
การสอบสวนครอบคลุมประเทศจำนวนมาก ได้แก่
ยุโรป
- สหภาพยุโรป
- สวิตเซอร์แลนด์
- นอร์เวย์
เอเชีย
- จีน
- ญี่ปุ่น
- เกาหลีใต้
- ไต้หวัน
- สิงคโปร์
- ไทย
- เวียดนาม
- อินโดนีเซีย
- มาเลเซีย
- กัมพูชา
- บังกลาเทศ
- อินเดีย
อเมริกา
- เม็กซิโก
การเลือกประเทศเหล่านี้สะท้อนว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังพุ่งเป้าไปที่ประเทศที่มีฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และส่งออกมายังตลาดสหรัฐ
4. ความตึงเครียดกับยุโรป
ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับสหภาพยุโรปเริ่มตึงเครียดมากขึ้น ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายได้ทำข้อตกลงที่เรียกว่า Turnberry Deal สาระสำคัญคือ EU ลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรของสหรัฐลงใกล้ศูนย์ สหรัฐกำหนด tariff 15% ต่อสินค้าจากยุโรป แต่หลังคำตัดสินของศาล อัตราภาษีใหม่ 10% ถูกบวกเพิ่มบนภาษีเดิม ทำให้ภาษีจริงบางกรณีสูงกว่า 15% เดิม ฝ่ายยุโรปจึงชะลอการให้สัตยาบันข้อตกลง
5. ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่ซ้อนอยู่
ความตึงเครียดทางการค้าไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจ ก่อนหน้านีทรัมป์เคยขู่ว่าจะขึ้นภาษีประเทศยุโรปหลายประเทศ หากพวกเขาไม่สนับสนุนแผนของสหรัฐในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกตึงเครียดมากขึ้น
6. การสอบสวนเพิ่มเติมที่กำลังจะมา
รัฐบาลสหรัฐยังเตรียมเปิดการสอบสวนเพิ่มเติมอีกหลายเรื่อง เช่น แรงงานบังคับ (forced labour), ครอบคลุมกว่า 60 ประเทศ, ภาษีบริการดิจิทัล และราคายา การสอบสวนเหล่านี้สามารถนำไปสู่มาตรการภาษีหรือข้อจำกัดการค้าเพิ่มเติม
7. มิติการแข่งขันกับจีน
การประกาศสอบสวนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐ Scott Bessent และผู้แทนการค้า Jamieson Greer เตรียมเจรจาการค้ากับจีนก่อนการพบกันระหว่างDonald Trump และ Xi Jinping ดังนั้นมาตรการสอบสวนการค้าจึงอาจเป็นเครื่องมือเพิ่ม leverage ในการเจรจา
8. วิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์
8.1 นี่คือการสร้างกำแพงภาษีเวอร์ชันใหม่ หลังศาลจำกัดอำนาจภาษีของประธานาธิบดี รัฐบาลจึงหันไปใช้ trade investigations → justification for tariffs แทนการใช้อำนาจฉุกเฉิน
8.2 สหรัฐกำลังเปลี่ยนระบบการค้าโลก แนวโน้มใหม่ของนโยบายการค้าสหรัฐคือ การค้าเสรีแบบเดิมลดบทบาทลง ประเทศคู่ค้าต้องเจรจา bilateral มากขึ้น และภาษีถูกใช้เป็นเครื่องมือ geopolitics
8.3 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะถูกกดดันมากขึ้น รายชื่อประเทศที่ถูกสอบสวนแสดงว่า สหรัฐกำลังจับตา ฐานการผลิตที่แทนจีน เช่น เวียดนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เพราะสหรัฐกังวลว่า China supply chain relocation → ASEAN exports to US
9. Implication สำหรับประเทศไทย
สำหรับไทย การถูกระบุชื่อในรายการสอบสวนมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงหลักคือ สหรัฐอาจขึ้นภาษีสินค้าอุตสาหกรรมไทย, supply chain ที่ย้ายจากจีนมาไทยอาจถูก scrutiny และการค้าระหว่างประเทศอาจเข้าสู่ยุค managed trade
โดยสรุป การเปิดสอบสวนทางการค้ารอบใหม่นี้สะท้อนว่านโยบายการค้าของรัฐบาลทรัมป์ไม่ได้เปลี่ยน แต่กำลังเปลี่ยนเครื่องมือจากการใช้กฎหมายฉุกเฉิน มาเป็นการใช้ trade investigations เป็นฐานทางกฎหมายในการขึ้นภาษี ผลลัพธ์คือ โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการค้าที่ภาษีศุลกากรกลายเป็น เครื่องมือทางยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจ
อ้างอิง : Facebook : Vorapak Tanyawong