โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วางแผนซื้อบ้านอย่างมั่นใจ สไตล์คนโสดยุค Solo Economy

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 ก.พ. เวลา 03.17 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 03.17 น. • The Bangkok Insight

ปัจจุบันคนไทยจำนวนไม่น้อยเลือกครองตัวเป็นโสดมากขึ้นและนิยมอาศัยอยู่เพียงลำพัง จนเกิดเป็นเทรนด์ Solo Economy หรือเศรษฐกิจคนโสด

ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน (SES) ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2566 พบว่า 1 ใน 5 ของคนไทยอยู่ในสถานะโสด หรือมีสัดส่วน 23.9% เมื่อพิจารณาเฉพาะช่วงวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 15-49 ปี) พบว่า มีคนโสดอยู่ที่ 40.5% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมประเทศเกือบเท่าตัว ส่งผลให้คนโสดกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่น่าจับตามอง นอกจากจะมีกำลังซื้อสูงแล้วยังมีอิสระในการตัดสินใจใช้จ่ายเพื่อตอบโจทย์ความสุขส่วนตัว ซึ่งรวมไปถึงด้านที่อยู่อาศัยด้วยเช่นกัน

คนโสด

ข้อมูลจากแบบสำรวจพฤติกรรมการซื้อ-เช่าอสังหาฯ และการวางแผนอนาคตของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย พบว่า เกือบ 2 ใน 3 (61%) ของผู้ตอบแบบสำรวจฯ ที่มีสถานะโสดวางแผนย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ภายใน 1 ปีข้างหน้า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของผู้บริโภคทั่วไปที่มีสัดส่วน 42% ขณะที่ 39% ไม่มีแผนที่จะย้ายออก โดยเกือบ 3 ใน 4 (74%) ของคนโสดสนใจซื้อบ้าน/คอนโดมิเนียมเป็นของตัวเอง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนอีก 26% เลือกที่จะเช่าแทน

นอกจากนี้ ยังพบว่า มากกว่า 3 ใน 4 (76%) ของคนโสดสนใจโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนโสดที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง จึงนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงคลายเหงาตามเทรนด์ Pet Humanization ที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว

เมื่อพิจารณาการวางแผนทางการเงิน 38% ของคนโสดเผยว่าออมเงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้ครึ่งทางแล้ว ส่วน 31% มีเงินออมเพียงพอที่จะซื้อที่อยู่อาศัยแล้ว และมีผู้ที่ยังไม่ได้เริ่มออมเงินเลย ในสัดส่วนเท่ากันที่ 31%

สำหรับแผนการใช้จ่ายใน 1 ปีข้างหน้านี้ คนโสดส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเก็บเงินเพื่อซื้อบ้าน/คอนโดฯ มาเป็นอันดับแรกด้วยสัดส่วน 22% สะท้อนให้เห็นว่าการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยยังคงเป็นเป้าหมายหลักของผู้บริโภคกลุ่มนี้ รองลงมาคือใช้จ่ายเพื่อครอบครัว และใช้ท่องเที่ยวพักผ่อน ในสัดส่วนเท่ากันที่ 14% ขณะที่ 13% ให้ความสำคัญกับการออมเงินเพื่อสร้างกองทุนฉุกเฉิน และ 8% ต้องการเก็บเงินเพื่อซื้อรถยนต์

เจาะเทคนิคกู้บ้านฉบับคนโสด

อย่างไรก็ดี การซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่มคนโสดถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ เนื่องจากต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพียงลำพัง แม้จะมีรายได้ที่มั่นคง แต่ธนาคารก็มีเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดเช่นกัน ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) ขอแนะนำเทคนิควางแผนกู้ซื้อที่อยู่อาศัยฉบับคนโสด เพื่อช่วยให้คุณก้าวเข้าสู่การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจ พร้อมวางแผนการเงินให้มั่นคงในระยะยาว

  • เลือก ขนาด-ราคา ที่ตอบโจทย์

คนโสดควรกำหนดเป้าหมายในการซื้อที่อยู่อาศัยให้ชัดเจนว่าซื้อเพื่ออยู่อาศัยเพียงลำพังหรือมีครอบครัวมาอยู่ด้วย จากนั้นจึงวางสเปกที่อยู่อาศัยที่ต้องการคร่าว ๆ ว่ามองหาบ้านหรือคอนโดฯ ในทำเลใด มีงบประมาณเท่าไร และต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง เช่น อยู่ใกล้รถไฟฟ้า มีฟิตเนส หรือเลี้ยงสัตว์ได้ และนำข้อมูลเหล่านี้มาค้นหาโครงการต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียก่อนตัดสินใจอีกครั้ง

หัวใจสำคัญในการพิจารณาคือต้องเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยจริง โดยมีขนาดที่เหมาะสม ไม่มีห้องนอนหรือพื้นที่ใช้สอยมากเกินความจำเป็น รวมทั้งตอบโจทย์ด้านราคา เนื่องจากคนโสดจะต้องรับภาระผ่อนระยะยาวเพียงลำพัง จึงไม่ควรเลือกบ้าน/คอนโดฯ ที่มีราคาสูงจนเกินกำลัง เพราะอาจทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ในอนาคต

  • สร้างเครดิตการเงินให้ดีตั้งแต่เนิ่น ๆ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ธนาคารใช้ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อคือการมีประวัติทางการเงินที่ดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวินัยในการใช้จ่ายของผู้กู้ โดยธนาคารจะตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ย้อนหลังจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร ที่มีการเก็บประวัติการชำระหนี้ของผู้กู้ย้อนหลัง 3 ปี

ดังนั้น หากผู้บริโภคมีแผนจะกู้ซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคตก็ควรเริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงินให้ดีตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่มีหนี้ค้างชำระ ไม่ใช้บัตรกดเงินสดอย่างต่อเนื่อง และไม่ผ่อนสินค้าจำนวนมากในช่วงที่จะยื่นกู้ ในกรณีที่มีประวัติการผิดนัดชำระ ผู้บริโภคควรรีบชำระหนี้ให้หมดและรอให้ข้อมูลในระบบเครดิตบูโรอัปเดตก่อนยื่นกู้ซื้ออีกครั้ง

อย่างไรก็ดี หากผู้บริโภคเลือกใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี โดยชำระเงินเต็มจำนวนตรงเวลาทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการชำระเงินขั้นต่ำเป็นเวลานาน ๆ หรือผิดนัดชำระหนี้ จะสะท้อนให้เห็นถึงวินัยทางการเงินที่ดี และช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อได้เช่นกัน

  • เตรียมเงินดาวน์ให้พร้อม

ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายมาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-Value: LTV) ทำให้ผู้กู้ซื้อสามารถกู้ซื้อบ้าน/คอนโดฯ ทุกราคาและทุกสัญญาได้เต็มจำนวน 100% โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ สำหรับการทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2568 - 30 มิ.ย. 2569 อย่างไรก็ดี วงเงินกู้ที่จะได้รับนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละธนาคารและความสามารถในการผ่อนชำระของแต่ละบุคคลเป็นหลัก

ดังนั้น คนโสดควรวางแผนทางการเงินให้พร้อมก่อนยื่นกู้ โดยเตรียมเงินดาวน์ไว้ประมาณ 10-20% ของราคาที่อยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารมั่นใจในความสามารถทางการเงินของผู้กู้และเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระผ่อนชำระรายเดือนลงด้วย

  • เร่งลดภาระหนี้ให้เหลือน้อย

การกู้ซื้อที่อยู่อาศัยถือเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูงและมีระยะเวลาผ่อนชำระนาน หากคนโสดมีภาระหนี้สินเดิมอยู่แล้วก็อาจจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการอนุมัติสินเชื่อบ้านได้เช่นกัน เนื่องจากธนาคารจะพิจารณาจากอัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (Debt Service Ratio: DSR) ซึ่งต้องไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน และจะนำภาระหนี้ทั้งหมดมารวมกับค่าผ่อนบ้านที่จะเกิดขึ้น เพื่อประเมินความเสี่ยงทางการเงินก่อนพิจารณาอนุมัติสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ของธนาคารต่อไป

ดังนั้น ก่อนยื่นกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ผู้บริโภคควรจัดการชำระหนี้ที่มีอยู่เดิมให้เรียบร้อย หากมีการผ่อนชำระรายเดือนอยู่ก็ควรชำระให้ตรงตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มียอดหนี้เหลือน้อยที่สุด รวมทั้งงดการสร้างหนี้ใหม่จากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่จำเป็นเพิ่ม

  • มาพร้อมความมั่นคงทางการเงิน

อีกหนึ่งปัจจัยที่ธนาคารให้ความสำคัญเมื่อพิจารณาสินเชื่อคือความมั่นคงทางการเงินของผู้ยื่นกู้ ทั้งความมั่นคงของรายได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ทำงานประจำที่ได้รับเงินเดือน หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีรายได้สม่ำเสมอก็ตาม ผู้ยื่นกู้ควรเตรียมเอกสารแสดงรายได้หลักและรายได้เสริมประกอบการยื่นกู้ให้ครบถ้วน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการชำระหนี้

นอกจากนี้ การมีวินัยในการออมของผู้กู้โดยมีเงินเก็บหรือทรัพย์สินต่าง ๆ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ธนาคารเห็นศักยภาพในการผ่อนชำระของผู้กู้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถใช้เป็นหลักประกันด้านความมั่นคงทางการเงินได้ในกรณีที่รายได้ของผู้กู้เกิดความผันผวนในอนาคต

  • เพิ่มวงเงินด้วยการกู้ร่วม

หากคนโสดมองว่ารายได้ของตนไม่เพียงพอที่จะกู้ซื้อที่อยู่อาศัยในฝันได้ตามต้องการ สามารถเลือกยื่นกู้ร่วมกับพ่อแม่ พี่น้อง หรือญาติที่มีรายได้มั่นคงได้ ซึ่งการกู้ร่วมจะช่วยให้ได้รับวงเงินกู้ที่เพิ่มสูงขึ้นและเพิ่มโอกาสในการอนุมัติด้วยเช่นกัน โดยธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ร่วมทั้งหมดมาพิจารณา จึงทำให้เห็นถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่มีมากขึ้นตามไปด้วย คนโสดจึงสามารถซื้อบ้าน/คอนโดฯ ที่ตอบโจทย์ได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม คนโสดควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนจะตัดสินใจกู้ร่วม เนื่องจากผู้กู้ร่วมต้องรับผิดชอบหนี้ร่วมกันตลอดระยะเวลาผ่อนชำระ หากมีปัญหาในการชำระหนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อประวัติเครดิตของทั้งสองฝ่ายเช่นกัน นอกจากนี้ ผู้กู้ร่วมต้องไม่ลืมที่จะตกลงรายละเอียดการผ่อนชำระรายเดือนและกรรมสิทธิ์ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาขัดแย้งกันในอนาคต

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...