โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วาเลนไทน์ 69 หวาน คาดเงินสะพัดทุบสถิติ 2.9 พันล้าน สูงสุดในรอบ 6 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 16.09 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 09.09 น.

หอการค้าไทยเผยดัชนีใช้จ่ายต่อหัวพุ่งแตะ 2,401 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับอานิสงส์สินค้าแพงและกำลังซื้อฟื้นตัว ระบุปัจจัยการเลือกตั้งและการท่องเที่ยวหนุนบรรยากาศคึกคัก ดันยอดรับประทานอาหารนอกบ้าน-ซื้อของขวัญ นักเศรษฐศาสตร์คาดโมเมนตัมเศรษฐกิจช่วงต้นปีช่วยพยุง GDP ไทยปี 69 ข้ามผ่านระดับ 2%

5 กุมภาพันธ์ 2569 - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยรายงานวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ปี 2569 โดยระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลความรักในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางบรรยากาศการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวมและการก้าวเข้าสู่ฤดูกาลเลือกตั้ง

ทุบสถิติการใช้จ่ายสะพัดรอบ 6 ปี

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศพบว่า เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงวาเลนไทน์ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2,899 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ถือเป็นระดับมูลค่าการใช้จ่ายที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา

ที่น่าสนใจ คือ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนพุ่งสูงถึง 2,401 บาท ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดเก็บสถิติในปี 2550 +โดยศูนย์พยากรณ์ฯ วิเคราะห์ว่าสาเหตุหลักมาจากสองปัจจัยขนานกัน คือ +

  • พฤติกรรมการบริโภคที่ประชาชนกล้าตัดสินใจใช้จ่ายมากขึ้นจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว
  • ผลกระทบจากต้นทุนราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะเงินเฟ้อและราคาวัตถุดิบ

คู่รักเปย์หนักเน้นตะลุยกิน

พฤติกรรมหลักของคู่รักในปีนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ร่วมกัน (Experience Economy) โดยกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่:

  • การรับประทานอาหารนอกบ้าน: 47.8%
  • การเลือกซื้อของขวัญ: 41.9%
  • การเดินห้างสรรพสินค้า: 32.7%
  • การพักผ่อนอยู่บ้าน: 24.7%
  • การซื้อดอกไม้: 23.5%

สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มธุรกิจร้านอาหารและห้างสรรพสินค้าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการขยายตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจในรอบนี้ ขณะที่ธุรกิจสินค้าของที่ระลึกและดอกไม้ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ตามฤดูกาล

แรงหนุนจากการเมืองและการท่องเที่ยว

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า บรรยากาศในปีนี้มีความพิเศษเนื่องจากมีปัจจัยบวกจากสถานการณ์การเมืองและการท่องเที่ยวเข้ามาช่วยหนุนเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

"บรรยากาศทางเศรษฐกิจไม่บอบช้ำ คนยังกล้าใช้จ่าย เป็นบรรยากาศช่วงเลือกตั้งมาเสริม ซึ่งถ้ามีโมเมนตัมรัฐบาลใหม่มาสร้างความเชื่อมั่นได้ เศรษฐกิจน่าจะขยายตัวเกิน 2% ได้"

นายธนวรรธน์ขยายความเพิ่มเติมว่า การหาเสียงเลือกตั้งในช่วงเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระดับฐานราก ประกอบกับวันวาเลนไทน์ปีนี้ตรงกับวันหยุด ทำให้โอกาสในการจัดกิจกรรมร่วมกันของคู่รักมีมากขึ้น นอกจากนี้ การกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่แตะระดับ 1 แสนคนต่อสัปดาห์ รวมถึงอานิสงส์ต่อเนื่องจากเทศกาลตรุษจีน ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไม่ทรุดตัวลง

ความกังวลด้านค่าครองชีพยังอยู่

แม้ในภาพรวมจะดูคึกคัก แต่ผลสำรวจอีกด้านหนึ่งสะท้อนว่ามีประชากรประมาณ 15.2% ที่มองว่าบรรยากาศปีนี้จะซบเซาลง โดยให้เหตุผลหลักคือ ราคาสินค้าที่แพงขึ้น ภาระหนี้ครัวเรือน และค่าครองชีพที่สูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้คนบางกลุ่มต้องลดทอนงบประมาณในการฉลองลง

"ในกลุ่มที่ตอบว่าไม่คึกคัก มองว่าเศรษฐกิจแย่ลง เพราะบรรยากาศเศรษฐกิจไทยไม่โดดเด่น ทำให้หลายฝ่ายประเมินว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่า 2%"

บทสรุปเชิงเศรษฐกิจของเทศกาลวาเลนไทน์ปี 2569 จึงเปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นในระยะสั้นที่แสดงให้เห็นว่า แม้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะยังมีความเสี่ยงจากการเติบโตในระดับต่ำ แต่แรงกระตุ้นจากการเมืองและการท่องเที่ยวเป็น "ออกซิเจน" สำคัญที่ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบ และอาจเป็นฐานรากสำคัญในการขับเคลื่อนจีดีพีในช่วงไตรมาสที่ 1 ต่อไป

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...