วาเลนไทน์ 69 หวาน คาดเงินสะพัดทุบสถิติ 2.9 พันล้าน สูงสุดในรอบ 6 ปี
หอการค้าไทยเผยดัชนีใช้จ่ายต่อหัวพุ่งแตะ 2,401 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับอานิสงส์สินค้าแพงและกำลังซื้อฟื้นตัว ระบุปัจจัยการเลือกตั้งและการท่องเที่ยวหนุนบรรยากาศคึกคัก ดันยอดรับประทานอาหารนอกบ้าน-ซื้อของขวัญ นักเศรษฐศาสตร์คาดโมเมนตัมเศรษฐกิจช่วงต้นปีช่วยพยุง GDP ไทยปี 69 ข้ามผ่านระดับ 2%
5 กุมภาพันธ์ 2569 - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยรายงานวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ปี 2569 โดยระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลความรักในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางบรรยากาศการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวมและการก้าวเข้าสู่ฤดูกาลเลือกตั้ง
ทุบสถิติการใช้จ่ายสะพัดรอบ 6 ปี
จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศพบว่า เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงวาเลนไทน์ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2,899 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ถือเป็นระดับมูลค่าการใช้จ่ายที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา
ที่น่าสนใจ คือ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนพุ่งสูงถึง 2,401 บาท ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดเก็บสถิติในปี 2550 +โดยศูนย์พยากรณ์ฯ วิเคราะห์ว่าสาเหตุหลักมาจากสองปัจจัยขนานกัน คือ +
- พฤติกรรมการบริโภคที่ประชาชนกล้าตัดสินใจใช้จ่ายมากขึ้นจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว
- ผลกระทบจากต้นทุนราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะเงินเฟ้อและราคาวัตถุดิบ
คู่รักเปย์หนักเน้นตะลุยกิน
พฤติกรรมหลักของคู่รักในปีนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ร่วมกัน (Experience Economy) โดยกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่:
- การรับประทานอาหารนอกบ้าน: 47.8%
- การเลือกซื้อของขวัญ: 41.9%
- การเดินห้างสรรพสินค้า: 32.7%
- การพักผ่อนอยู่บ้าน: 24.7%
- การซื้อดอกไม้: 23.5%
สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มธุรกิจร้านอาหารและห้างสรรพสินค้าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการขยายตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจในรอบนี้ ขณะที่ธุรกิจสินค้าของที่ระลึกและดอกไม้ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ตามฤดูกาล
แรงหนุนจากการเมืองและการท่องเที่ยว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า บรรยากาศในปีนี้มีความพิเศษเนื่องจากมีปัจจัยบวกจากสถานการณ์การเมืองและการท่องเที่ยวเข้ามาช่วยหนุนเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
"บรรยากาศทางเศรษฐกิจไม่บอบช้ำ คนยังกล้าใช้จ่าย เป็นบรรยากาศช่วงเลือกตั้งมาเสริม ซึ่งถ้ามีโมเมนตัมรัฐบาลใหม่มาสร้างความเชื่อมั่นได้ เศรษฐกิจน่าจะขยายตัวเกิน 2% ได้"
นายธนวรรธน์ขยายความเพิ่มเติมว่า การหาเสียงเลือกตั้งในช่วงเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระดับฐานราก ประกอบกับวันวาเลนไทน์ปีนี้ตรงกับวันหยุด ทำให้โอกาสในการจัดกิจกรรมร่วมกันของคู่รักมีมากขึ้น นอกจากนี้ การกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่แตะระดับ 1 แสนคนต่อสัปดาห์ รวมถึงอานิสงส์ต่อเนื่องจากเทศกาลตรุษจีน ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไม่ทรุดตัวลง
ความกังวลด้านค่าครองชีพยังอยู่
แม้ในภาพรวมจะดูคึกคัก แต่ผลสำรวจอีกด้านหนึ่งสะท้อนว่ามีประชากรประมาณ 15.2% ที่มองว่าบรรยากาศปีนี้จะซบเซาลง โดยให้เหตุผลหลักคือ ราคาสินค้าที่แพงขึ้น ภาระหนี้ครัวเรือน และค่าครองชีพที่สูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้คนบางกลุ่มต้องลดทอนงบประมาณในการฉลองลง
"ในกลุ่มที่ตอบว่าไม่คึกคัก มองว่าเศรษฐกิจแย่ลง เพราะบรรยากาศเศรษฐกิจไทยไม่โดดเด่น ทำให้หลายฝ่ายประเมินว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่า 2%"
บทสรุปเชิงเศรษฐกิจของเทศกาลวาเลนไทน์ปี 2569 จึงเปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นในระยะสั้นที่แสดงให้เห็นว่า แม้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะยังมีความเสี่ยงจากการเติบโตในระดับต่ำ แต่แรงกระตุ้นจากการเมืองและการท่องเที่ยวเป็น "ออกซิเจน" สำคัญที่ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบ และอาจเป็นฐานรากสำคัญในการขับเคลื่อนจีดีพีในช่วงไตรมาสที่ 1 ต่อไป