โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 มีนาคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 มีนาคม 2569

>> จับ 9 คนไทย มุดรั้วหนีจากชายแดนกัมพูชา หลังหลงเชื่อประกาศรับสมัครงานแอดมินตอบแชท กลับถูกบังคับทำสแกมเมอร์

08.30 น. พ.ท.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทหาพราย 1202 เปิดเผยผลการจับกุมคนไทยลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยเมื่อช่วงสายวานนี้ เจ้าหน้าที่ทหารพรานประสานกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.คลองลึก และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ออกลาดตระเวนเข้มตามช่องทางธรรมชาติ พื้นที่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มคนไทย ชาย 4 คน หญิง 5 คน รวม 9 คน กำลังพยายามมุดรั้วลวดหนามชายแดนจากฝั่งกัมพูชาข้ามมายังประเทศไทย บริเวณบ้านดงงู ม.7 ต.ป่าไร่ ตรวจสอบทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทาง จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่กองร้อยทหารพราน
จากการสอบถามผู้ต้องหา เล่าว่า พวกตนหลงเชื่อประกาศรับสมัครงานแอดมินตอบแชทในเพจติ๊กต็อกและเฟซบุ๊ก อ้างเงินเดือนสูงถึง 25,000 บาท จึงตัดสินใจลักลอบข้ามแดนไปทำงานที่เมืองบาเวต ชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม แต่สุดท้ายกลับถูกบังคับให้ทำงานสแกมเมอร์

เหยื่อรายหนึ่งให้ข้อมูลอ้างว่า ขณะที่กัมพูชากวาดล้างหนัก ตนหนีจากเมืองบาเวตมาถึงปอยเปต กลับถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมได้ แต่แทนที่จะถูกส่งดำเนินคดีหรือช่วยเหลือกลับไทย ตำรวจกลุ่มนั้นกลับส่งตนไปขายต่อให้แก๊งสแกมเมอร์ในปอยเปต จนกระทั่งสบโอกาสหลบหนีมุดรั้วลวดหนามกลับเข้าไทยได้สำเร็จ ก่อนจะถูกทหารไทยจับกุมตัวได้ดังกล่าว
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลถึงขบวนการหลอกลวงคนไทยไปทำงานต่างแดนต่อไป

>> เช้านี้แรงงานไทย 34 คนจากอิหร่าน เดินทางกลับถึงประเทศไทย

11.15 น. นางวรพรรณี ดำรงมณี รองอธิบดีกรมการกงสุล ร่วมกับนายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับคนไทยจำนวน 34 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทย ที่อพยพออกจากอิหร่านและเดินทางผ่านตุรกี ก่อนกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

โดยมีนายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล ซึ่งเดินทางไปสนับสนุนสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ที่ศูนย์ปฏิบัติการอพยพคนไทยจากอิหร่าน ซึ่งจัดเป็นสถานที่พักพิงคนไทยและที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ที่เมืองวาน ตุรกี เดินทางกลับมาพร้อมกับคนไทยด้วย

รองอธิบดีกรมการกงสุลแสดงความยินดีที่คนไทยทุกคนเดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย และขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งฝ่ายตุรกีและสายการบิน Turkish Airlines ที่อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือคนไทยเป็นอย่างดี พร้อมแจ้งเพิ่มเติมว่า ในวันรุ่งขึ้น (13 มีนาคม 2569) จะมีคนไทยอีกประมาณ 30 คนอพยพออกจากอิหร่านในเส้นทางเดียวกันเดินทางกลับถึงประเทศไทย

กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่ออำนวยความสะดวกในการอพยพและดูแลคนไทยให้เดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย โดยรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของคนไทยในต่างประเทศ

>> อุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ กลางถนนหมายเลข 1 มีผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นพี่น้องกัน

11.19 น. ทีมกู้ภัยขุนปืม รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และมีผู้เสียชีวิต กลางถนนหมายเลข 1 บริเวณใกล้เคียงโรงเรียนบ้านห้วยบง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.พะเยา

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า สีเลือดหมู ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่สภาพกันชนหน้าพังเสียหาย กระจกหน้ารถและกระจกฝั่งขวา ได้รับความเสียหาย ห่างออกไป พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน พะเยา ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย 2 ราย อายุ 72 ปี และอายุ 80 ปี ทราบต่อมาว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พะเยา

>> สั่งหยุดกิจการ ห้ามเคลื่อนย้ายกากอุตฯ เหตุไฟไหม้โรงงานที่ปราจีนบุรี 2 แห่ง เสียหายกว่า 20 ล้านบาท

11.39 น. นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึง สถานการณ์เหตุเพลิงไหม้โรงงานคัดแยกของเสีย 2 แห่งซึ่งอยู่ติดกัน เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 69 ที่ผานมา ใน ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรีว่า ได้สั่งการให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งสนับสนุนข้อมูลเพื่อควบคุมเพลิง และประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้วในช่วงค่ำของวันที่ 11 มี.ค. โดยไม่มีผู้บาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต สันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ที่ตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าของโรงงานรีไซเคิล

ด้านนายธนกร ระบุว่า เนื่องจากโรงงานทั้งสองเป็นโรงงานลำดับที่ 105 คัดแยกของเสียที่ไม่อันตราย สอจ.ปราจีนบุรี จะประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เพื่อออกคำสั่งฯ ให้โรงงานหยุดประกอบกิจการชั่วคราว โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 พร้อมสั่งห้ามเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรม เพื่อกำจัดและบำบัดได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ รวมทั้งไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง

>> รวบหมดแก๊ง วัยหนุ่ม 3 ราย คึกคะนองทำร้ายคู่อริบาดเจ็บ

11.52 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาย 3 ราย แจ้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร”

หลังจากที่กลุ่มผู้ต้องหาไปเที่ยวสถานบันเทิง แล้วมีเรื่องกับกลุ่มผู้เสียหาย ในจ.นครราชสีมา สาเหตุจากเพื่อนในกลุ่มผู้เสียหายไปเต้นและแซวกลุ่มผู้หญิงที่มากับฝ่ายผู้ก่อเหตุ หลังผับปิดกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ไปดักรอบริเวณหน้าแล้วตีกัน จนกลุ่มผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกฟัน แล้วกลุ่มคนร้ายหลบหนี

จากนั้น ตำรวจ บก.ป. ติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา และ จ.สมุทรสาคร ซึ่งทั้ง 3ให้การรับสารภาพ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

>> ผู้ว่าฯ กระบี่ เอาจริง สั่งด่วน กวดขันตรวจยาเสพติดทุกวัด ในพื้นที่ ทีมปกครองลุย จับสึกพระ 4 รูปเสพยา

12.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ ว่าที่ร้อยตรี นครชัย แสงมณี อำเภอเขาพนม สั่งการให้นายอิทธิเชษฐ์ โภคินธนวัฒน์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง, เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พร้อมด้วย ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิกอส.ร้อย.อส.อ.พนม 4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาพนม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเขาพนม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกหาร กำนันตำบลโคกหาร ลงพื้นตรวจสอบเรื่องร้องเรียน

กรณี พบพระภิกษุ มีพฤติการณ์มั่วสุมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ตำบลโคกหาร จากการตรวจสอบด้วยชุดตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะเบื้องต้น จำนวน 6 รูป พบมีสารเสพติดในปัสสาวะ จำนวน 4 รูป จึงได้นำส่งโรงพยาบาลเขาพนม เพื่อตรวจยืนยันหาสารเสพติดฯ ปรากฏว่ามีสารเสพติดในร่างกายจริง จึงให้ปาราชิกและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

>> รองผบ.ตร. "ธัชชัย" ลงพื้นที่เร่งติดตามคดีชิงทอง ที่จังหวัดนครปฐม ย้ำต้องจับกุมคนร้ายให้ได้

14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนแบลงก์กันชิงทองคำเส้นละ 2 บาท จำนวน 20 เส้น ในร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. จากนั้นได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบติดตามคดี

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ สั่งการเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย และเร่งติดตามจับกุม รวมทั้งทบทวนแผนก้าวสกัดจับ ให้สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ ได้กำชับให้เน้นย้ำการป้องกันตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตต์รัฐ พันธ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดนเน้นย้ำการสร้างความร่วมมือในการป้องกันกับผู้ประกอบการร้านทอง รวมทั้งห้างสรรพสินค้า และนำระบบการประกันภัยมาใช้ในการ สร้างมาตรฐานความปลอดภัยในร้านทอง

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ย้ำกับทาง ตำรวจพื้นที่ให้รีบเร่งจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพื่อ สร้างความเชื่อมั่น และลดความหวาดกลัวของประชาชน และต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้นอีก

>> เพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ ซอยประชาธิปก 10 เสียหายวอดทั้งชั้น

14.18 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยประชาธิปก 10 ถนนประชาธิปก แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ปลูกติดกันหลายคูหา ต้นเพลิงเกิดขึ้นชั้นที่ 2 เพลิงลุกไหม้ ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 36 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การจุดเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยธนบุรี

>> "อนุทิน" ระดมกำลังค้นหา 3 ลูกเรือ "มยุรี นารี" เผยอิหร่านโจมตีเรือไทยเป็นสิ่งที่ไม่ชอบ มอบ ’สีหศักดิ์’ คุยทูต

15.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เผยถึงความคืบหน้าในการติดตามช่วยชีวิต 3 ลูกเรือ "มยุรี นารี" ที่ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ว่า ต้องระดมทุกสรรพกำลังไปช่วยชีวิตลูกเรือ ซึ่งหวังว่าลูกเรือทั้งหมดจะมีความปลอดภัย

ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่า เหตุใดเรือสินค้าสัญชาติไทยจึงสัญจรผ่านช่องแคบ ทั้งที่มีการประกาศเตือนการโจมตีแล้ว นายอนุทิน ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวอาจจะเป็นน่านน้ำสากลหรือไม่ เนื่องจากเรืออยู่ในช่องที่เป็นอ่าวเข้าไป ซึ่งต้องรอความชัดเจน

ผู้สื่อข่าวมีการสอบถามว่า ทางการไทยจะทำหนังสือไปยังอิหร่าน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง โดยมอบหมายให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการ ส่วนจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทย - อิหร่านหรือไม่ ต้องดูที่เหตุผล

โดยในส่วนของบริษัทเอกชน "มยุรี นารี" ที่เป็นเจ้าของเรือสินค้า ได้ติดต่อชี้แจงเพิ่มเติมกับรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า คงมีการติดต่อกับกระทรวงคมนาคม หรือกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะต้องดำเนินการรับผิดชอบ

>> ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ห้วยทรายใต้ จังหวัดเพชรบุรี

17.12 น. พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ห้วยทรายใต้ จังหวัดเพชรบุรี และความคืบหน้าการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี ณ ห้องประชุมรังสิพราหมณกุล ค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี

นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกล่าวว่า การพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ดำเนินงานภายใต้โครงการศึกษาสำรวจและประเมินศักยภาพ ออกแบบและพัฒนาระบบประปาบาดาล ระบบกระจายน้ำระยะไกล และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ในพื้นที่ศักยภาพน้ำบาดาลสูงรองรับด้วยตะกอนกรวดหินขนาดใหญ่ พื้นที่ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซี่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายในการนำน้ำจากแหล่งน้ำบาดาลที่มีศักยภาพมาพัฒนาเป็นระบบแหล่งน้ำสำรอง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง และสนับสนุนโครงการพัฒนาภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2570

จากนั้นราชเลขานุการในพระองค์ฯ ได้เดินทางลงพื้นที่ก่อสร้างแก้มลิงลำห้วยใหญ่ และอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปการก่อสร้างระบบส่งน้ำจากแก้มลิงลำห้วยใหญ่ไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้

>> นายอำเภอยโสธร รุดตรวจสอบ เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง สั่งผู้เกี่ยวข้องเยียวยาผู้ประสบภัย

18.00 น. นายภัทรพล สารการ นายอำเภอเมืองยโสธร ได้รับรายงานจากกำนันตำบลค้อเหนือ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนของประชาชน ที่บ้านค้อเหนือ หมู่ที่ 1 ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านพักอาศัยจำนวน 1 หลัง เป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นบนได้รับความเสียหายทั้งหมด ชั้นล่างได้รับความเสียหายบางส่วน ในการระงับเหตุ มีรถควบคุมเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลค้อเหนือ องค์การบริหารส่วนตำบลดู่ทุ่ง เทศบาลตำบลสำราญ เทศบาลตำบลเดิด และหน่วยอาสากู้ภัยฮุก 31 เข้าร่วมดำเนินการควบคุมเพลิง จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ อยู่ระหว่างตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยโสธร

ในการนี้ นายอำเภอเมืองยโสธรมอบหมายให้ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง สมาชิก อส. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลค้อเหนือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมได้ ประสานให้ อบต.ค้อเหนือ เข้าสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่และตามระเบียบ ฯลฯ ต่อไป

>> ศาลอาญา ให้ประกัน "ชนนพัฒฐ์" 1 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไข รายงานตัวต่อศาลทุก 2 เดือน ห้ามออกนอกประเทศ

18.03 น. พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน "ชนนพัฒฐ์ " ผู้ต้องหาคดี พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามกาตฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยศาลอาญา พิจารณาแล้ว อนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง

ด้านผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังนี้ โดยศาลอาญามีคำสั่งว่า พิเคราะห์ตามคำร้องฝากขังและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าในชั้นนี้ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงเห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน โดยให้ทำสัญญาประกัน กำหนดราคาประกันในวงเงิน 1 ล้านบาท และให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลทุก 2 เดือน และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล โดยให้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองด้วย และห้ามมิให้ผู้ต้องหากระทำการใดๆ อันจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล มิฉะนั้นศาลจะพิจารณาเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว

>> ก.ต่างประเทศ เรียก "ทูตอิหร่าน" เข้าพบ ปมโจมตี "เรือมยุรี นารี" บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

18.54 น. นางศิริลักษณ์ นิยม รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนาย Nassereddin Heidari เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย โดยรองปลัดฯ ได้หยิบยกกรณีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย “มยุรีนารี” ถูกโจมตีและได้รับความเสียหายบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังออกเดินทางจากท่าเรือเมืองคาลิฟา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งส่งผลให้ลูกเรือชาวไทย 23 คนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ไทยจึงขอประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทยและลูกเรือไทย และขอให้ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรับจะรายงานการประท้วงของไทยให้เมืองหลวงทราบต่อไป

รองปลัดฯ แจ้งว่า ไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อการลุกลามบานปลายของสถานการณ์ในภูมิภาค และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งใช้ความยับยั้งชั่งใจ กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูต รวมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุดต่อชีวิตของพลเรือนในภูมิภาคด้วย รวมทั้งได้ใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณรัฐบาลอิหร่านที่ได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 และ 10 มีนาคม 2569 ซึ่งสำเร็จลงเรียบร้อยด้วยดี และขอให้ทางการอิหร่านดูแลความปลอดภัยของนักศึกษาไทยอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในอิหร่านด้วย

>> กระบะบรรทุกหัวหอม ยางแตกเสียหลักข้ามเกาะกลางพลิกคว่ำ กลางถนนสายเมืองกาญจน์ - ไทรโยค คนขับเสียชีวิตในซากรถ จ.กาญจนบุรี

19.10 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์สำนักงานใหญ่ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุ รถกระบะพลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนเส้นทางเมืองกาญจนบุรี - ไทรโยค ฝั่งขาเข้าเมือง อำเภอเมือง บริเวณใกล้เคียงสะพานลอยบ้านพุเลียบ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีเทา ลักษณะยางล้อหลังซ้ายแตก เสียหลักชนเกาะกลางแล้วพลิกคว่ำ ใกล้กันพบหัวหอมที่บรรทุกมาตกเกลื่อนกระจักกระจาย ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการงัดรถและช่วยเหลือ นำออกมาได้ 1 ราย เป็นผู้หญิง ได้มีบาดแผลถลอกตามร่างกายมีสติถามตอบได้ เจ้าหน้าที่และอาสาฯช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่ง ร.พ.พหลฯ

ส่วนอีก 1 รายนั้น เป็นผู้ชาย ได้เสียชีวิตแล้ว ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หนุ่มไทยเสียชีวิต จ.ปทุมธานี

22.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต ถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก ช่วงใกล้เคียงทางเข้าปั๊มบางจาก ก่อนถึงทางเข้านวนคร ประมาณ 500 เมตร ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้า เวฟ สีแดง - ดำ ไม่พบป้ายทะเบียน ผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาย อายุ 49 ปี และ ผู้หญิง อายุ 44 ปี บุคคลสัญชาติลาว เป็นผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถ จยย.พ่วงข้าง อาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชายไทย อายุประมาณ 20 - 30 ปี เป็นผู้ขับขี่รถ จยย. ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศลาว

01.42 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของเประเทศลาว ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 100 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...