โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กต.ประท้วงอิหร่านเหตุเรือสินค้าไทยในช่องแคบฮอร์มุซ เร่งช่วยลูกเรือ-ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง

สวพ.FM91

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 07.35 น.

ก.ต่างประเทศ แถลงภาพรวมตะวันออกกลาง สถานการณ์ยังรุนแรง ตึงเครียด เร่งประสานดูแลคนไทยในตะวันออกกลาง

วันนี้ (13 มี.ค.69) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยและสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าพบ เพื่อยื่นประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดกับเรือสินค้าสัญชาติไทยและลูกเรือไทยในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านแถลงขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริง รวมทั้งย้ำให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจและหันกลับสู่การเจรจาทางการทูต

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน เพื่อขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย และขอให้เร่งค้นหาลูกเรือไทยที่ยังสูญหายอีก 3 คน โดยฝ่ายโอมานยืนยันจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ยังคงติดตามปฏิบัติการค้นหาอย่างใกล้ชิด

สำหรับลูกเรือไทย 20 คนที่ปลอดภัย บริษัทเจ้าของเรือเตรียมนำตัวเดินทางจากเมืองคาซาบไปยังสนามบินมัสกัตเพื่อกลับประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัตได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้แล้ว และประสานงานกับสถานทูตไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางผ่านแดน

ส่วนสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยอิหร่านประกาศจะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาค หากไม่มีการปิดฐานทัพ พร้อมยืนยันปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่มีรายงานการวางทุ่นระเบิดและการโจมตีเรือบริเวณนอกชายฝั่งยูเออี ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันบางส่วนหยุดชะงัก

ทั้งนี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลาง เพื่อหารือผลกระทบและแนวทางรับมือของภูมิภาค

ด้านการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน ล่าสุดคนไทยชุดที่ 2 เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วรวม 64 คน โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ซึ่งย้ายศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวไปที่เมืองวาน ประเทศตุรกี ยังคงประสานงานกับคนไทยที่ยังอยู่ในพื้นที่ และพร้อมอำนวยความสะดวกหากประสงค์เดินทางกลับ

กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า รัฐบาลไทยจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อดูแลความปลอดภัยของคนไทยในภูมิภาค และช่วยเหลือให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด

ศบก. ยัน ไม่มีเรือชักธงไทย ตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ

ทางด้าน นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมด้วย พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ แถลงศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงการให้ความช่วยเหลือเรือมยุรี นารีว่า กระทรวงการต่างประเทศประสานประเทศโอมานในการเข้าช่วยเหลือกู้เรือ

นายกริชเพชร ยืนยันว่า ไม่มีเรือไทยที่ชักธง หรือถือสัญชาติไทยอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่มีเรือซึ่งเป็นเรือของบริษัทพรีเชียส ชิพปิ้ง จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์จอดเทียบท่าอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ลำ ลำแรกมีลูกเรือไทย 14 คน ลำที่ 2 เป็นลูกเรือคนไทยทั้งหมด 22 คน เป็นเรือบริษัทของคนไทย แต่จดทะเบียนเป็นสัญชาติสิงคโปร์ สถานะยังปลอดภัย

พล.ร.ต.จุมพล ระบุว่า กองทัพเรือสั่งการให้เสนาธิการทหารเรือประสานการปฏิบัติและเฝ้าระวังตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาได้แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง 4 ฉบับ ซึ่งวันที่ 6 มีนาคม ได้เชิญผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เดินทางผ่านในพื้นที่นี้มาประชุม เนื่องจากสถิติของการขนส่งลดลงจาก 183 ลำ เหลือเพียง 3 ลำ

พล.ร.ต.จุมพล ยืนยันว่า กองทัพเรือติดตามประเมินสถานการณ์เป็นรายชั่วโมงและจัดทำคำแนะนำตามที่กระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงสถานการณ์วางทุ่นระเบิด ปัจจุบันการตรวจสอบในพื้นที่ทำได้ยาก เรือผ่านเพียงแค่ 1 ลำ ที่เหลือจอดที่ท่าทั้งหมด และในพื้นที่มีสภาวะการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ฉะนั้น การเดินทางเข้าไปในพื้นที่ถือมีความเสี่ยง ซึ่งวานนี้ (12 มี.ค.) องค์การทางทะเลระหว่างประเทศออกมาตรการยกระดับเป็นพื้นที่ ที่งดเว้นการเข้าพื้นที่เสี่ยง 100% ซึ่งวันนี้ไม่มีเรือไทยเข้าไปในพื้นที่เพิ่มเติม เหลือเฉพาะเรือบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...