โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นักเรียนขาสั้นห้าวจัด! ยกพวกตีกันหน้าโรงพยาบาล จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปมเขม่นเรื่องสาว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 08.18 น.

นักเรียนขาสั้นห้าวจัด! ยกพวกตีกันหน้าโรงพยาบาล จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปมเขม่นเรื่องสาว ตำรวจแจ้งข้อหาทั้งสองฝ่าย ย้ำพื้นที่สาธารณะไม่ยอมให้ใครอาละวาด

จากกรณีเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่นบริเวณหน้าอาคารโรงพยาบาลกุยบุรี เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ล่าสุดวันที่ 29 มกราคม 2569 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและตัวแทนโรงพยาบาลได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นางวาสนา จังพานิช ที่ปรึกษาโรงพยาบาลกุยบุรี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าอาคาร ซึ่งเป็นพื้นที่ภายนอกโรงพยาบาล โดยกลุ่มคู่กรณีได้ขับรถเข้ามาปะทะกันก่อนจะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณตัวอาคารบริการ ทั้งนี้ โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรเป็นอันดับแรก โดยในขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและบุคลากรได้เข้าระงับเหตุในเบื้องต้น พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที พร้อมยืนยันว่าภายในอาคารและจุดให้บริการผู้ป่วยไม่ได้รับผลกระทบ และยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ

ด้าน พ.ต.อ.วรวัชร แค้มวงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกุยบุรี เปิดเผยว่า สาเหตุของเหตุทะเลาะวิวาทเกิดจากความเขม่นกันเรื่องผู้หญิง ระหว่างกลุ่มวัยรุ่นรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้ว กับกลุ่มวัยรุ่นรุ่นน้องในพื้นที่ โดยมีการปะทะกันครั้งแรกบริเวณวัดแห่งหนึ่ง เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ก่อนจะตามมาพบกันอีกครั้งบริเวณหน้าโรงพยาบาลกุยบุรีในเวลาประมาณ 16.55 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสามารถเข้าระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที

ในส่วนของคดีความ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มของนายจักรพันธ์ และกลุ่มของนายชาญชัย (ขอสงวนนามสกุล) ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย” โดยตำรวจยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นการก่อเหตุในพื้นที่สาธารณะ

ทั้งนี้ โรงพยาบาลกุยบุรีและสถานีตำรวจภูธรกุยบุรี ได้ขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...