โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทส.ขับเคลื่อน “จัดระเบียบการใช้ที่ดินป่าชายเลน” เดินหน้ารถไฟขบวนที่ 5 สู่การอนุรักษ์ควบคู่คุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน

สวพ.FM91

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผลักดันการบังคับใช้ “ประกาศกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่อง ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ มาตรการการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน ในเขตป่า และในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2569” ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ป่าชายเลนให้เป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม ควบคู่การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนชายฝั่งในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ป่าไม้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้กำหนดแนวทางดำเนินการ 5 แนวทาง หรือที่เรียกว่า “รถไฟ 5 ขบวน” ถือเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ โดยไม่ได้มุ่งเพียงการควบคุมพื้นที่เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการกำหนดแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างเหมาะสม พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสนับสนุนเป้าหมายการจัดการธรรมชาติเชิงบวก รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ของประเทศในระยะยาว

ปลัด ทส. กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายรถไฟ 5 ขบวน ประกอบด้วย ขบวนที่ 1 ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้น 3, 4 และ 5 ที่อยู่อาศัยก่อนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3.9 ล้านไร่ ขบวนที่ 2 ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้น 3, 4 และ 5 ที่อยู่อาศัยหลังมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โดยอาศัยคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3.7 ล้านไร่ ซึ่งผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการปลูกป่าตามมาตรา 16 และมาตรา 20 ภายใต้โครงการชุมชนปลูกป่าเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้จากการปลูกป่า ขบวนที่ 3 ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้น 1 และ 2 ทั้งก่อนและหลังมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 มีพื้นที่รวมประมาณ 4.9 ล้านไร่ โดยผู้ได้รับอนุญาตต้องร่วมกันจัดระเบียบการใช้ที่ดิน ออกแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ และดำเนินการปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” เพื่อสร้างป่าและสร้างรายได้ควบคู่กัน ขบวนที่ 4 ชุมชนที่อยู่อาศัยในเขตป่าอนุรักษ์ ทั้งก่อนและหลังมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 และขบวนที่ 5 ชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลน ครอบคลุมพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงพื้นที่เมืองและสิ่งก่อสร้างถาวร ซึ่งนโยบายดังกล่าวนับเป็นกลไกสำคัญของรัฐในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนในระยะยาว

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวถึงในส่วนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินงานภายใต้รถไฟขบวนที่ 5 ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนทั่วประเทศ ซึ่งมีลักษณะการใช้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนเมือง โดยยึดหลักการ “อนุรักษ์ควบคู่การอยู่ร่วมอย่างสมดุล” ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างเหมาะสมตามศักยภาพพื้นที่ พร้อมทั้งฟื้นฟูป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง การอนุบาลสัตว์น้ำ และการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนชายฝั่ง ตลอดจนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน การกำหนดแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกันระหว่างรัฐและประชาชน และการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนเป็นไปอย่างเป็นธรรม ลดความขัดแย้ง และสามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

นางดาวรุ่ง ใจจริง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลสถานภาพป่าชายเลน ปี พ.ศ. 2563 พบว่า พื้นที่ป่าชายเลนในความรับผิดชอบของกรมฯ มีประมาณ 2.64 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพประมาณ 1.45 ล้านไร่ และพื้นที่ป่าชายเลนเปลี่ยนสภาพประมาณ 1.19 ล้านไร่ ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มเกิดความขัดแย้งด้านการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการบุกรุกขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กรมฯ จึงได้จัดทำแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซน โดยเฉพาะพื้นที่ป่าชายเลนเปลี่ยนสภาพ ซึ่งมีการตั้งชุมชนเพื่ออยู่อาศัยและทำกิน รวมถึงการพัฒนาเป็นแหล่งย่านการค้า จึงจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม แก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดิน และจัดระเบียบการอยู่อาศัยและทำกินให้เป็นประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมกำหนดมาตรการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม ควบคู่การฟื้นฟูป่าชายเลนเสื่อมโทรม เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งประกาศนี้ มุ่งให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าชายเลนได้อย่างยั่งยืนควบคู่กับการอนุรักษ์และพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการตอบแทนคุณระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services : PES) มาใช้เป็นกลไกสำคัญ เพื่อให้ผู้ใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศป่าชายเลน มีส่วนร่วมในการดูแล ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...