พยาบาลชุมพรถูกรุมทำร้ายใน รพ. สต. หลังแฉทุจริต! ผู้บริหารตั้ง กก. สอบ เร่งคลี่คลายปมขัดแย้ง
เหตุการณ์สะเทือนใจกลางสถานพยาบาล กลุ่มบุคคล 4 ราย บุกโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพแห่งหนึ่งใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 13.20 น. ทำร้ายพยาบาลสาวด้วยการข่มขู่ ด่าทอ และใช้กำลัง โดยพยาบาลวิชาชีพ น.ส.นฤมล วงษ์จิตร อายุ 32 ปี แจ้งความกับ สภ.หลังสวน ว่าถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย สร้างความหวาดกลัว ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเหวี่ยงประตูฟาดใส่แขนขวาจนบาดเจ็บ มีใบรับรองแพทย์ยืนยัน นอกจากนี้ยังมีการขัดขวางไม่ให้พยาบาลคนอื่นเข้าไปช่วยเหลือ น.ส.พัชรี ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ และพยายามใช้ขวดน้ำฟาดทำร้าย ทั้งยังกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ออกจากห้องนานเกือบ 40 นาที ครอบครัวผู้เสียหายแสดงความกังวลเรื่องความเป็นธรรมของคดี และเรียกร้องให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพราะเกรงว่าหลักฐานอาจสูญหาย โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมาย
ปมขัดแย้งสะสมเป็นสาเหตุหนึ่งของเหตุการณ์ดังกล่าว โดย น.ส.พัชรี เล่าว่า ความขัดแย้งมีมาก่อนหน้านี้หลายครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการภายในและงบประมาณ ซึ่งเกิดความเข้าใจผิดว่ามีการร้องเรียนไปที่ อบจ. ทั้งที่ยังไม่มีการร้องเรียนจริง เหตุทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นต่อหน้าผู้มารับบริการได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของสถานพยาบาลอย่างมาก ขณะที่ น.ส.นฤมล ยืนยันว่าเหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่เธอลงเวลาปฏิบัติงานตามจริง แต่ถูกตำหนิให้แก้เวลาเป็นช้าลง เมื่อเธออัดคลิปไว้เป็นหลักฐาน กลับถูกผลักเข้าห้องและถูกทำร้าย ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ก็สะท้อนปัญหาการดูแลผู้ป่วยติดเตียง โดยเฉพาะเรื่องผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่ไม่เพียงพอ ต้องซื้อเอง และบางครั้งเจ้าหน้าที่ก็อ้างว่าต้องมีคำสั่งโดยตรงเท่านั้นจึงจะเข้าดูแล นายกเทศมนตรีตำบลท่ามะพลา ระบุว่าได้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางกว่า 60-70 ราย และต้องควักเงินส่วนตัวช่วยบางครัวเรือนถึงเดือนละ 1,000 บาท พร้อมเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการที่เป็นธรรมและเป็นมืออาชีพมากขึ้น
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร รับทราบเหตุการณ์แล้ว และได้สั่งตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง พร้อมมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่มีประเด็นออกไปช่วยราชการนอกพื้นที่ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยและความเป็นธรรมของทุกฝ่าย เหตุการณ์ครั้งนี้ได้จุดคำถามสำคัญต่อสังคมว่า เหตุใดสถานพยาบาลซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของประชาชน จึงกลายเป็นเวทีความรุนแรงได้กลางวันแสกๆ ประชาชนจึงเรียกร้องให้เร่งรัดคดีอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกมุม และคุ้มครองผู้เสียหายโดยด่วน ก่อนที่ความเชื่อมั่นต่อระบบสาธารณสุขในพื้นที่จะพังทลายยิ่งกว่านี้
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news