โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐ VS แพลตฟอร์ม การกำกับดูแลที่อาจไร้ข้อสรุป

Thairath Money

อัพเดต 27 ก.พ. เวลา 12.34 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. เวลา 12.33 น.
ภาพไฮไลต์

นอกจากเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวแล้ว ประเทศไทยยังเป็นสวรรค์ของเหล่าแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติ ที่เข้ามาประกอบธุรกิจได้โดยเสรี จากขนาดตลาดที่ใหญ่พอตัว ตลอดจนพฤติกรรมของคนไทย ซึ่งโดดเด่นทั้งการที่ใช้อินเทอร์เน็ตต่อวันในระดับสูงเฉลี่ย 9.20 ชั่วโมง (Thailand Digital Outlook 2024) ความนิยมในการช้อปปิ้งออนไลน์ ทำให้ปี 2568 มูลค่าอีคอมเมิร์ซเฉียด 1 ล้านล้านบาท (CUBE Insights) และการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคารได้อย่างคล่องแคล่ว จนติดอันดับประเทศที่นิยมใช้จ่ายผ่านโมบายแบงก์กิ้งเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (We are Social)

ระบบนิเวศดังกล่าว ทำให้ไทยเป็นสวรรค์ของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติ เข้ามาแตกกิ่งก้านสาขา สร้างรายได้มหาศาล แม้มีความพยายามในการจัดเก็บภาษีจากการเข้ามามีรายได้ รวมทั้งการกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรม ทั้งต่อผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภค แต่ยังเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เกรงว่าจะทำลายบรรยากาศการลงทุน จึงไม่เท่าทันการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในจำนวนผู้ใช้งานและรายได้ของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติเหล่านั้น

ความสะดวกสบาย ง่ายดายของบริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เหล่านี้ ยังกลายเป็นช่องทางสำคัญในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ปลอมแปลงตัวตนเพื่อหลอกลวงเหยื่อ ซึ่งมีทั้งคนสูงวัย เยาวชน โดยใช้ศักยภาพในการเข้าถึงคนจำนวนมาก บนกลไกกำกับดูแลที่อ่อนแอ

ความพยายามของหน่วยงานรัฐในการควบคุม จัดระเบียบแพลตฟอร์มจึงเริ่มขึ้น นอกเหนือจากการร่างกฎหมายใหม่หลายฉบับในหลายรัฐบาล เพิ่มโทษ-ล้อมคอก ดักทางกลเม็ดเด็ดพรายของโจรออนไลน์ที่ปรับเปลี่ยน เล็ดรอดตัวบทกฎหมายไปได้อย่างรวดเร็วเสมอ จนต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายใหม่ทุกปีเพื่อให้เท่าทัน

ยังเกิดความพยายามในการนำแพลตฟอร์มเข้าระบบ ซึ่งเป็นหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เจ้าของพ.ร.ฎ. การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือกฎหมาย DPS (Digital Platform Services) กำหนดให้แพลตฟอร์มขนาดตามเกณฑ์ ต้องมาจดแจ้ง เพื่อให้รู้ที่มาและตัวตน โดยมีการทยอยออกประกาศควบคุมต่างกรรมต่างวาระ ได้แก่ ประกาศกำหนดให้สินค้าที่ขายบนแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลซต้องมีมาตรฐานสินค้า หลังพบมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางแพลตฟอร์มขอให้เป็นการกำกับดูแลกันเอง แทนการคุมเข้มจากภาครัฐ

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยสถิติรับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ของศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ หรือ 1212 ETDA รอบปี 2568 พบปัญหาการซื้อขายออนไลน์ยังมีการร้องเรียนสูงสุด สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา เช่น การไม่ได้รับสินค้า สินค้าไม่ตรงตามข้อตกลง โดยกลุ่มวัยทำงาน (Gen Y และ X) ถูกหลอกแซงผู้สูงอายุ

ปัญหาจากบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่พบมากสุด ได้แก่ 1.การประกอบธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม เช่น การกำหนดเงื่อนไขทางการค้า ค่าธรรมเนียม นโยบาย ที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบธุรกิจมากกว่าผู้ใช้บริการ หรือปิดบัญชีผู้ใช้งานโดยไม่แจ้งเหตุผล การไม่ได้รับการเยียวยาความเสียหาย 2.ปัญหาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม การสร้างบัญชีปลอม และการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล 3.ปัญหาการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ทั้งกรณีเรียกเก็บค่าบริการไม่เป็นธรรม ราคาที่แสดงไม่ตรงกับยอดที่จ่ายจริง การยกเลิกรถโดยไม่แจ้งล่วงหน้าและการให้บริการที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข

ขณะที่ผู้ประกอบไทยอย่าง ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ออกมาโวยหลายรอบ กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแข่งขันในตลาดขนส่งสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลซ โดยไปรษณีย์ไทยได้รับการจัดสรรสัดส่วนการส่งสินค้าบนแพลตฟอร์มเหล่านั้นในจำนวนเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณขนส่งแต่ละวัน

“เราขอแค่ 10% ของการขนส่งต่อวันก็พอแล้ว เพราะตอนนี้เราแทบไม่ได้ออร์เดอร์เลย มีพ่อค้าแม่ค้าบนแพลตฟอร์มขอเลือกส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์ไทย แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณา เรายังอยากให้ภาครัฐออกกำหนดให้แพลตฟอร์มมีทางเลือกในการใช้ผู้ให้บริการขนส่งไม่ต่ำกว่า 3 รายด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขัน”

ต่อเรื่องนี้มีความพยายามของภาครัฐในการแก้ปัญหา เข้าขอบข่ายหน้าที่ของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ซึ่งได้ยกร่างประกาศ แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ประเภทธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce)

เพื่อแก้ไขปัญหา อาทิ บังคับให้ตั้งราคาสินค้าหรือบริการต่ำกว่าต้นทุน, ห้ามตั้งราคาจำหน่ายสินค้าหรือบริการบนแพลตฟอร์มอื่นต่ำกว่าแพลตฟอร์มของตน, กำหนดราคาขายต่อโดยให้ตั้งราคาขายตามที่กำหนด หากไม่ทำตามจะปฏิเสธการให้จำหน่าย, เก็บค่าธรรมเนียมสูงขึ้นจากที่เคยเก็บ, ขึ้นค่าธรรมเนียมตามคู่แข่ง, เก็บค่าธรรมเนียมใหม่ที่ไม่เคยเก็บมาก่อน หรือไม่แจ้งล่วงหน้า, ให้สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ขายที่ตนได้รับประโยชน์มากกว่า เช่น จัดวางสินค้าของตนในตำแหน่งที่เป็นจุดเด่นบนหน้าแรก และบังคับเลือกบริการรับและขนส่งสินค้า

แต่จนป่านนี้ประกาศดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า หลังมีการยกร่างและรับฟังความคิดเห็นสาธารณะไปเมื่อเดือนก.ย. 2568

ด้านแพลตฟอร์ม ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก 4 แพลตฟอร์มยักษ์ ได้แก่ แกร็บ ลาซาด้า ไลน์แมนวงใน และช้อปปี้ ผนึกกำลังตั้งสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (Thai Digital Platform Trade Association: TDPA) เพื่อให้การเจรจากับภาครัฐเป็นปึกแผ่น แน่นหนา และอยู่ในทิศทางเดียวกัน

ขณะที่ ยอด ชินสุภัคกุล ซีอีโอไลน์แมนวงใน เรียกร้องให้การกำกับดูแลแพลตฟอร์ม อยู่ภายใต้เงื่อนไขการส่งเสริมมากกว่าควบคุม และควรใช้ประโยชน์จากเอกชน แทนที่จะควบคุมจนขยับตัวไม่ได้

ในฐานะสวรรค์ของแพลตฟอร์มต่างชาติ การเริ่มต้นกำกับดูแลอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อแพลตฟอร์มเติบโต มีขนาดใหญ่ มีฐานลูกค้าและผู้ประกอบการรายน้อย-ใหญ่ มีส่วนได้-ส่วนเสียอยู่ในระบบนิเวศของแพลตฟอร์มเป็นจำนวนมาก

ขณะที่การสนับสนุนแพลตฟอร์มในประเทศ ให้เติบโตเข้ามาเป็นตัวเลือกในการแข่งขัน ไม่เคยเป็นนโยบายที่จะถูกขับเคลื่อนอย่างจริงจังจากรัฐบาลใด แค่แตะไว้เพียงผิวเผิน ให้ได้ชื่อว่ามีความพยายามทำ

การหาจุดกึ่งกลางในการกำกับดูแลที่เหมาะสม พอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับได้ จึงยังไปไม่ถึงบทสรุปเสียที

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐ VS แพลตฟอร์ม การกำกับดูแลที่อาจไร้ข้อสรุป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...