แดเนียล แรดคลิฟฟ์ เผยชีวิตพลิกผันครั้งใหญ่ จากเด็กชายแว่นสู่คุณพ่อสายฟิตที่ห่างไกลภาพจำ ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ โดยสิ้นเชิง
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 17.03 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 04.03 น. • HELLO! Magazine Thailandแดเนียลเปิดใจถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตสู่การเป็น “คนคลั่งฟิตเนส” (fitness freak) พร้อมเล่าถึงชีวิตก่อนที่จะพบรักกับเอริน ดาร์ก ผู้เป็นภรรยา และก่อนจะก้าวเข้าสู่บทบาทคุณพ่อของลูกชายคนเล็ก
“เมื่อก่อนผมใช้ชีวิตด้วยกาแฟกับบุหรี่ทั้งวัน แต่พอเลิกบุหรี่ได้ ตอนนี้ก็เลยใช้ชีวิตด้วยกาแฟอย่างเดียวเลย” เขาเล่าพลางหัวเราะ
ทุกวันนี้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แดเนียลเล่าถึงกิจวัตรยามเช้าที่น่ารักของคุณพ่อลูกอ่อน “ร่างกายผมถูกฝึกให้ตื่นประมาณตีห้าครึ่งแล้ว เพราะลูกชายมีไฟกลางคืนที่เราตั้งโปรแกรมให้เปลี่ยนสีได้ พอถึง 6 โมงครึ่งมันจะเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีเหลือง แล้วผมก็จะได้ยินเสียงเขาตะโกนว่า ‘มันเป็นสีเหลืองแล้ว มารับผมเร็ว!'”
วินัยในการเป็นพ่อคนนี้เองที่ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเขาด้วย “ผมเล่นเวท เทรนแบบเซอร์กิต และคาร์ดิโอ” นักแสดงจาก Merrily We Roll Along กล่าว “ผมอาจจะไม่ได้ดูเป็นคนที่คลั่งการออกกำลังกายเลย แต่ผมจริงจังกับมันมาก เหมือนกับคนที่เคยติดอะไรสักอย่าง แล้วเปลี่ยนสิ่งนั้นมาเป็นการติดการออกกำลังกายแทน”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าความทุ่มเทนี้เห็นผลชัดเจน 15 ปีหลังจากภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคสุดท้ายเข้าฉาย แดเนียลในวันนี้แข็งแรงขึ้นมาก และห่างไกลจากภาพเด็กชายพ่อมดที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
เขามีอายุเพียง 12 ปีเมื่อแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์เข้าฉาย และชื่อเสียงที่ตามมาก็เป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับดาราเด็กหลายคน แต่แดเนียลดูเหมือนจะรับมือกับมันได้ดี
“ผู้คนมักพูดถึงผม รูเพิร์ต และเอ็มมา ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า ‘เห็นมั้ย ทุกอย่างก็โอเคได้'” เขากล่าวกับ WSJ “และมันก็จริง แต่เราทุกคนก็ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้มันโอเค
ส่วนตัวแล้วผมไม่อยากให้ลูกชายของผมมาเป็นนักแสดงหรือมีชื่อเสียงหรอก สิ่งที่ทำให้ผมแตกต่างจากคนอื่นคือผมมีความสุขที่ได้อยู่บนกองถ่าย”
ปัจจุบันเขาแสดงร่วมกับตำนานตลก เทรซีย์ มอร์แกน ในโปรเจกต์ใหม่ The Fall and Rise of Reggie Dinkins
แม้เขาจะเก็บเรื่องชีวิตส่วนตัวของลูกชายไว้เป็นส่วนตัว แต่ในช่วงการประท้วงของนักแสดง เขาและภรรยาก็พาลูกน้อยไปร่วมเดินขบวนที่นิวยอร์กด้วย
“ตัวละครของผมในเรื่องนี้เป็นคนอังกฤษที่ไม่สนใจอเมริกันฟุตบอล ผมเลยต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง” เขากล่าวทิ้งท้าย “แต่ความจริงผมชอบแฟนตาซีฟุตบอล (เกมที่ผู้เข้าร่วมสร้างทีมจำลองของนัก ฟุตบอล ตัวจริงและทำคะแนนตามผล การแข่งขัน) ฉะนั้นทุกเช้าวันจันทร์ผมมักจะปลอบใจตัวเองว่า อาทิตย์ที่ผ่านมาแย่ขนาดไหน แต่ถ้าซีรีส์ดังและได้ฤดูกาลใหม่ ผมคงอยากให้มีนักฟุตบอลตัวจริงมาร่วมแสดงสักคนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”