โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวโจนส์ปิดบวก 238 จุด รับรายงานอิหร่านส่งสัญญาณเจรจา-หุ้นเทคฯ รีบาวด์

efinanceThai

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดาวโจนส์ปิดบวก 238 จุด รับรายงานอิหร่านส่งสัญญาณเจรจา-หุ้นเทคฯ รีบาวด์

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มี.ค. 69 6:44: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดเพิ่มขึ้นในวันพุธ (4 มี.ค.) หลังมีรายงานข่าวว่าอิหร่านส่งสัญญาณเปิดกว้างต่อการเจรจา ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้คำมั่นว่าจะรักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมัน ซึ่งช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 48,739.41 จุด เพิ่มขึ้น 238.14 จุด (+0.49%) ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,869.50 จุด ปรับขึ้น 52.87 จุด (+0.78%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,807.48 จุด เพิ่มขึ้น 290.79 จุด (+1.29%)

ดัชนีแนสแดคได้แรงหนุนจากการกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวกตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ขณะที่ดัชนี S&P 500 เคลื่อนไหวใกล้ระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนม.ค. โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาในเชิงบวก

รายงานของ The New York Times ระบุว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองอิหร่านได้ติดต่อสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) หลังการโจมตีหนึ่งวัน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังไม่เชื่อว่า รัฐบาลทรัมป์หรืออิหร่านจะพร้อมลดระดับความตึงเครียดในระยะเวลาอันใกล้ นอกจากนี้ การที่ทรัมป์ประกาศจัดให้กองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเสนอประกันความเสี่ยงทางการเมือง ยังช่วยบรรเทาความกังวลของตลาด

จิม อวาด กรรมการผู้จัดการอาวุโสของ Clearstead Advisors LLC กล่าวว่า การประกาศของทำเนียบขาวช่วยลดความกังวลเรื่องการชะงักงันของอุปทานน้ำมันในตลาด ซึ่งอาจดันราคาพลังงานและเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเคยร่วงหนักในเดือนก.พ. และมีมูลค่าถูกลงเมื่อเทียบกับช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้า

อาวาดกล่าวว่า ปัจจัยเหล่านี้กำลังสร้างความหวังให้ตลาด แต่จะถูกทดสอบในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ถึงเวลาต้องมองอย่างเป็นจริง ไม่ควรตื่นเต้นเกินไป ไม่ว่าจะในทางบวกหรือทางลบ

ริชาร์ด เบิร์นสไตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Richard Bernstein Advisors กล่าวว่า ความเป็นไปได้ที่สงครามจะกระตุ้นให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดมีแนวโน้มผันผวนในระยะข้างหน้า และเพิ่มเติว่า หากนักลงทุนเชื่อว่า สงครามจะยุติในเวลาไม่นาน หรือไม่กระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตลาดหุ้นก็น่าจะปรับตัวขึ้น แต่หากความขัดแย้งยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ก็อาจเห็นความผันผวนมากขึ้น

ดัชนี VIX ซึ่งเป็นมาตรวัดความกังวลของวอลล์สตรีท และคาดการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้น ปรับลดลงมาอยู่ราวระดับ 21 ลดลงประมาณ 10% ในวันเดียว สะท้อนว่านักลงทุนประเมินความปั่นป่วนระยะสั้นลดลง แม้ความขัดแย้งยังดำเนินอยู่ก็ตาม

นับตั้งแต่เกิดการโจมตีทางอากาศเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี Nasdaq ปรับขึ้นแล้ว 0.61% ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 บวก 0.42% ส่วน S&P 500 ลดลง 0.14% และดาวโจนส์ปรับตัวลง 0.49% ในสัปดาห์นี้

หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงนำในดัชนี S&P 500 นำโดยหุ้น Exxon Mobil ซึ่งปิดลบ 1.3% ขณะที่ ConocoPhillips ร่วง 2.42% หลังจากเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้า จากความกังวลว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูง

หลายประเทศในตะวันออกกลางได้ระงับการผลิตน้ำมันและก๊าซชั่วคราว ขณะที่สหรัฐฯ กำลังพิจารณาขยายปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน

ราคาน้ำมันปิดทรงตัวในวันพุธ หลังการซื้อขายผันผวน โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 81.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันอังคาร และอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2025

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยในรายงาน Beige Book ฉบับล่าสุดว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ขยายตัวเล็กน้อยในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ระดับราคายังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนการจ้างงานทรงตัว โดยรายงานดังกล่าวยังสะท้อนถึงความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับภาคธุรกิจและแรงงานในรัฐมินนิโซตา อันเป็นผลจากมาตรการปราบปรามผู้อพยพของรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจภาคเอกชนระบุว่า การจ้างงานภาคเอกชนในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดการณ์ ขณะที่รายงานอีกฉบับชี้ว่า กิจกรรมภาคบริการยังแข็งแกร่ง

หุ้น Moderna ผู้ผลิตยา ปรับขึ้น 16% หลังตกลงจ่ายเงิน 2,250 ล้านดอลลาร์ เพื่อยุติข้อพิพาททางกฎหมายสืบเนื่องจากสิทธิบัตรวัคซีนโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ

ที่มา Reuters

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...