โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ” ย้ำพันธกรณีป้องกันเกาหลีใต้ หลังข่าวโยกกำลังรับมือสงครามอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 03.41 น.

"สหรัฐ" ยืนยันยังคงมุ่งมั่นปกป้องเกาหลีใต้จากภัยคุกคามนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ หลังมีรายงานว่าสหรัฐอาจพิจารณาย้ายยุทโธปกรณ์บางส่วนจากกองกำลังสหรัฐในคาบสมุทรเกาหลีไปยังตะวันออกกลาง

วันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 10.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กองทัพสหรัฐยืนยันยังคงมุ่งมั่นปกป้องเกาหลีใต้จากภัยคุกคามของเกาหลีเหนือที่มีอาวุธนิวเคลียร์ หลังมีรายงานว่าสหรัฐอาจพิจารณาย้ายกำลังทหารบางส่วนจากคาบสมุทรเกาหลีไปยังตะวันออกกลาง ท่ามกลางความขัดแย้งกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น

หนังสือพิมพ์ภาษาเกาหลี DongA Ilbo รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า แหล่งข่าวระบุว่าเกาหลีใต้และสหรัฐกำลังหารือกันเกี่ยวกับความต้องการด้านกระสุนและยุทโธปกรณ์ของสหรัฐ รวมถึงความเป็นไปได้ในการโยกย้ายทรัพยากรทางทหารของกองกำลังสหรัฐในเกาหลีใต้ (US Forces Korea: USFK) ไปยังตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม USFK ซึ่งดูแลกำลังทหารสหรัฐบนคาบสมุทรเกาหลี ระบุว่า ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยทางปฏิบัติการ จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนย้าย การปรับกำลัง หรือการวางกำลังยุทโธปกรณ์ทางทหารเฉพาะใด ๆ ได้

เจ้าหน้าที่ USFK ย้ำว่ากองกำลังสหรัฐยังคงมุ่งเน้นการรักษากำลังรบที่พร้อมปฏิบัติการและมีความน่าเชื่อถือ พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการปกป้องเกาหลีใต้

ปัจจุบันสหรัฐมีกำลังทหารประมาณ 27,000 นายประจำการในเกาหลีใต้ และติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศหลายระบบบนคาบสมุทร รวมถึงระบบ Patriot และระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense)

เกาหลีใต้ยังคงอยู่ในภาวะสงครามกับเกาหลีเหนือในทางเทคนิค เนื่องจากสงครามเกาหลีระหว่างปี 1950–1953 สิ้นสุดลงด้วยข้อตกลงหยุดยิง (armistice) ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐขยายปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยการสู้รบยังไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลาย ขณะที่อิหร่านยังคงตอบโต้ด้วยการโจมตีหลายจุดในตะวันออกกลาง รวมถึงเป้าหมายในอิสราเอลและประเทศพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย

ก่อนหน้านี้กองทัพสหรัฐได้จมเรือรบของอิหร่านในน่านน้ำสากล ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ที่เรือดำน้ำของสหรัฐโจมตีเรือผิวน้ำของฝ่ายตรงข้าม

รายงานของ DongA Ilbo ระบุว่า หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ สหรัฐอาจพิจารณาส่งยุทโธปกรณ์สำคัญจากกองกำลัง USFK เช่น ขีปนาวุธยุทธวิธี ATACMS ไปสนับสนุนปฏิบัติการในตะวันออกกลาง เพื่อชดเชยปัญหาการขาดแคลนกระสุนและอาวุธของสหรัฐ

ทั้งนี้ในปี 2568 ระบบป้องกันขีปนาวุธ Patriot ที่ประจำการในเกาหลีใต้เคยถูกส่งไปประจำการในตะวันออกกลางชั่วคราวภายใต้แนวคิดความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์ ก่อนจะถูกนำกลับมายังคาบสมุทรเกาหลีในภายหลัง

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กล่าวกับ Bloomberg ว่าไม่เหมาะสมที่รัฐบาลเกาหลีใต้จะให้ความเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนกำลังของกองกำลังสหรัฐในเกาหลีใต้

Leif-Eric Easley ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัย Ewha ในกรุงโซล ระบุว่า จากขนาดของการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านต่อพันธมิตรและฐานทัพของสหรัฐในตะวันออกกลาง การพิจารณาโยกย้ายระบบป้องกันภัยทางอากาศชั่วคราวถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

อย่างไรก็ตามเขาเตือนว่าการเคลื่อนย้ายดังกล่าวควรประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเกาหลีใต้ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของพันธมิตรและศักยภาพในการยับยั้งเกาหลีเหนือ

แม้เกาหลีใต้และสหรัฐจะเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกัน แต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เคยเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรลดการพึ่งพาความมั่นคงจากสหรัฐ ขณะที่รายงานยุทธศาสตร์กลาโหมที่เผยแพร่เมื่อต้นปีนี้ยังส่งสัญญาณถึงการลดบทบาททางทหารของสหรัฐในภารกิจยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

ในวันเดียวกัน สื่อของเกาหลีเหนือรายงานว่า คิม จองอึน ได้ควบคุมการทดสอบยิง ขีปนาวุธร่อนจากเรือรบลำใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ติดตามการฝึกซ้อมยิงของหน่วยพลซุ่มยิง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากเกาหลีเหนือประณามการโจมตีอิหร่านของอิสราเอลที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐว่าเป็นการรุกรานที่น่าละอายและผิดกฎหมาย

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...