โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แจ่วกับป่น” 2 น้ำพริกคู่สำรับชาวอีสาน ต่างกันอย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 10.48 น.
ซ้ายบน ภาพป่นเห็ด จาก กฤช เหลือลมัย และ ไก่จิ้มกับแจ่ว ภาพจาก unsplash

เมื่อพูดถึง“น้ำพริก” ของชาวอีสาน 2 สิ่งที่แว้บเข้ามาในหัวก็คือ“แจ่ว” กับ“ป่น” ซึ่งถ้าเป็นคนอีสาน หลายคนน่าจะร้องอ๋อทันทีว่าต่างกันอย่างไร ทว่า ก็มีคนจำนวนมากที่รู้เพียงเกียรติศักดิ์ความอร่อยของมัน แต่ก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วต่างกันอย่างไร หรือบางคนก็ไม่รู้เลยว่าทั้ง 2 สิ่งนี้คืออะไร

แจ่วกับป่น 2 น้ำพริกคู่สำรับชาวอีสาน คืออะไร ต่างกันอย่างไร?

หากพูดถึงความแตกต่างของสองความอร่อยนี้ เมื่อหาข้อมูลแบบเป็นลายลักษณ์อักษรดูแล้ว พบในหลากที่มา อย่างหนังสือ “น้ำพริกเครื่องจิ้ม”อธิบายไว้ว่า

“น้ำพริกครัวอีสานมีรสเผ็ดและเค็มนำเป็นหลัก ไม่หวาน ไม่เปรี้ยว จะใช้ปลาร้าเป็นตัวปรุงรสเค็มนัวและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์

แจ่ว เป็นน้ำพริกที่ใช้ปลาร้าเป็นหลักในการทำ และมีลักษณะแห้ง ที่นิยมกันมาก คือ แจ่วบอง แจ่วมะเขือเทศ แจ่วแมงดา แจ่วพริกสด

ส่วนป่นก็คือน้ำพริกที่มีน้ำขลุกขลิก และใช้เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ในการทำ ป่นที่นิยมคือ ป่นปลาทู ป่นปลาช่อน ป่นปลาดุก และป่นปลาหมอ”

นี่คือคำอธิบายความแตกต่างของ 2 น้ำพริกประจำภาคอีสานในหนังสือเล่มนี้

ด้านงานวิจัย “การศึกษาชื่อน้ำพริกใน 4 ภาค : ภาพสะท้อนความเป็นอยู่และวัฒนธรรมไทย”ของนันทนา วงษ์ไทย ก็พูดถึงเรื่องนี้สั้น ๆ ว่า “ชาวอีสานเรียกน้ำพริกของตนว่า ‘แจ่ว’ ‘ป่น’ และ ‘โหลน’ แตกต่างกันตามวิธีการปรุง โดยแจ่วเป็นน้ำพริกแบบแห้งจะมีปลาร้าเป็นหลัก”

ก็มีความคล้ายกันอยู่ไม่น้อย

ขณะเดียวกันในหนังสือ “สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน” ก็ให้ข้อมูลไว้ว่า

แจ่ว เป็นอาหารประเภทเดียวกันป่น จัดอยู่ในประเภทน้ำพริก แจ่วมี ๒ ประเภท คือ ประเภทใช้พริกสดและประเภทใช้พริกแห้ง…แจ่วใช้รับประทานกับผัก หรือใช้เป็นเครื่องจิ้มสำหรับปลานึ่ง เนื้อย่าง ลิ้นย่าง ซึ่งนิยมใส่เพี้ย (น้ำดีของวัว) ลงไป เพื่อจะได้มีรสขมนิดๆ”

ส่วน ป่น เป็นอาหารพื้นบ้านที่จำเป็นของชาวอีสาน และเป็นอาหารหลักที่สำคัญ รวมอยู่กับอาหารประจำวันแทบทุกมื้อเช่นเดียวกับน้ำพริกของภาคกลาง จัดเป็นประเภทน้ำพริก มีชื่อเรียกตามชนิดของสิ่งที่นำมาปรุง มีทั้งประเภทสัตว์ เนื้อสัตว์ แมลง พืช เช่น เห็ด ฯลฯ”

อย่างไรก็ดี แม้จะต่างกันที่การใส่เนื้อสัตว์ หรือความเปียกแห้งของน้ำพริกบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นเช่นเด่นชัดก็คือการใส่ “ปลาร้า” วัตถุดิบชูรสของคนอีสานที่แทบขาดไม่ได้เลยสักเมนู

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

อบเชย อิ่มสบาย. น้ำพริกเครื่องจิ้ม. กรุงเทพฯ: แสงแดด, 2554.

วงษ์ไทย นันทนา. “การศึกษาชื่อน้ำพริกใน 4 ภาค : ภาพสะท้อนความเป็นอยู่และวัฒนธรรมไทย THE STUDY OF THE CHILLI PASTE NAMES IN 4 REGIONS OF THAILAND:THE REFLECTION OF THAI LIVING AND CULTURE”. Srinakharinwirot Research and Development Journal of Humanities and Social Sciences 8, no. 16, July-December (January 10, 2017): 88–100. accessed March 6, 2026. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/swurd/article/view/74457.

สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน เล่ม 7. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพานิชย์, 2542.

สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน เล่ม 8. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพานิชย์, 2542.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 มีนาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “แจ่วกับป่น” 2 น้ำพริกคู่สำรับชาวอีสาน ต่างกันอย่างไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...