SNNP รุกหนักเวียดนาม มุ่งรายได้โต
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 16.47 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 09.47 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - SNNP ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตระดับ Mid–High Single Digit โดยจะมุ่งขยายตลาดเวียดนาม ผ่านการพัฒนาสินค้าใหม่และช่องทางขายใหม่ เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เติบโตไม่น้อยกว่า 20% พร้อมเดินหน้าขยายตลาดอื่นที่ยังมีโอกาสเติบโตสูง ส่วนในประเทศ เน้นเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์หลัก ลุยออกรสชาติใหม่ ดึงดูดผู้บริโภค
นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับกลางถึงสูง (Mid to High Single digit) โดยจะมุ่งเน้นไปในประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยเฉพาะเวียดนาม ผ่านการยกระดับการดำเนินงานและความร่วมมือ กับตัวแทนการจัดจำหน่าย เพื่อสร้างการเติบโตผ่านแบรนด์หลัก พร้อมพัฒนาสินค้าใหม่ (NPDs) ที่ตอบโจทย์ตลาดท้องถิ่น และทำคอนเทนต์สื่อสารกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาช่องทางการขายใหม่ โดยโฟกัสไปในกลุ่มของนักท่องเที่ยว รวมถึงการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้นในทุกช่องทาง โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขาย (Sell Out) ที่เกิดจากการกระจายสินค้าของพาร์ทเนอร์น่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 20%
นอกจากนี้ยังคงเดินหน้าพัฒนาประเทศใกล้เคียงให้เติบโตมากขึ้น ทั้งในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไต้หวัน รวมถึงจีน เนื่องจากมองว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกค่อนข้างมาก และไม่มีผลกระทบจากภาวะสงคราม ทั้งในยุโรป และตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันตลาดในยุโรป และสหรัฐฯ บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามปกติ แต่จะไม่ทุ่มเททรัพยากรลงไปมากนัก เพียงแต่จะเน้นรักษาระดับการเติบโต โดยเฉพาะการสร้างผลกำไร อย่างสม่ำเสมอ
สำหรับตลาดในประเทศ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้น เสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์หลักอย่างต่อเนื่อง จากการกำหนดทิศทางของแบรนด์ให้ชัดเจน และสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มการรับรู้และการจดจำแบรนด์ของผู้บริโภค
กระตุ้นความถี่ในการบริโภคผ่านกิจกรรมใหม่ๆ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับกิจกรรมหรือแคมเปญต่างๆ ที่สร้างโอกาสการบริโภคใหม่ เช่น คอนเสิร์ต หรือมาราธอน เพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำและขยายฐานผู้บริโภค
เร่งการเติบโตด้วยการออก “รสชาติใหม่” อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่าสนใจและดึงดูดผู้บริโภค , บริหารงบลงทุนและพอร์ตสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ (เน้นผลตอบแทนจากการลงทุน – ROI) หรือจัดสรรงบประมาณให้กับสินค้าและกิจกรรมที่ให้ผลตอบแทนสูง ลดกิจกรรมที่ให้มูลค่าต่ำ และนำทรัพยากรไปใช้กับโครงการที่สร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่า
ยกระดับคุณภาพการดำเนินงานและการติดตามยอดขาย จากการพัฒนาประสิทธิภาพการกระจายสินค้า การมีสินค้าพร้อมขาย และการมองเห็นสินค้าในร้านค้า พร้อมติดตามผลการขายอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว
นายวิโรจน์ กล่าวว่า แนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 โดยตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะขยายตัวได้เล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไม่รวมตลาดกัมพูชา) จากได้แรงสนับสนุนมาจากประเทศเวียดนามเป็นหลัก แต่ก็มีแรงกดดันจากประเทศในตะวันออกกลาง เนื่องด้วยปัจจุบันออเดอร์ปรับตัวลดลง จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อจำนวนเรือขนส่งมีจำกัด จึงกระทบต่อเป้าหมายยอดขายในต่างประเทศที่เดิมคาดว่าจะเติบโตได้ในระดับหนึ่ง ปรับตัวลดลงมา แต่ยืนยันว่ายังคงเห็นการเติบโตอยู่
ด้านในประเทศ ด้วยการบริโภคยังคงชะลอตัว และยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนของเศรษฐกิจ ทำให้มองแนวโน้มยอดขายน่าจะยังไม่เห็นถึงการเจริญเติบโตมากนัก
พร้อมกันนี้ด้วยสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น บริษัทฯ ได้มีเตรียมการรับมือเอาไว้ล่วงหน้า ทั้งการจัดหาแหล่งวัตถุดิบที่ใกล้เคียงกัน และพลังงานอื่นเข้ามาทดแทน
อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการบริหารจัดการด้านพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงงาน ซึ่งทำให้ประหยัดต้นทุนพลังงานลง ส่วนการบริหารจัดการพลังงานอื่นๆ ทั้งก๊าซ และน้ำมันเตา บริษัทฯ จะเน้นการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น