“นายกเบี้ยว” หน้าตาสดใส รับหนังสือรับรองจาก กกต.คนสุดท้าย บอกไม่ถือฤกษ์ ขณะที่ “กังฟู” ชี้เป็นพรรคเล็กแต่มีมารยาท
“นายกเบี้ยว” หน้าตาสดใส รับหนังสือรับรองจาก กกต.คนสุดท้าย บอกไม่ถือฤกษ์ ขณะที่ “กังฟู” โยนนายกฯเชิญร่วมรัฐบาล ชี้เป็นพรรคเล็กแต่มีมารยาท
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้ารับหนังสือรับรองจาก กกต.เป็นคนสุดท้าย โดยเปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ตนเองติดภารกิจอยุ่ต่างประเทศ จึงไม่ได้เดินทางมารับหนังสือ เมื่อเดินทางมาถึงก็มารับรับหนังสือรับรองทันที พร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่าไม่ได้ถือฤกษ์อะไร เพราฤกษ์ดีทุกฤกษ์ โดยจากนี้ก็จะเข้ารายตัวที่สภาผู้แทนราษฎร
“กังฟู” เข้ารับหนังสือรับรองกกต. โยนนายกฯเชิญร่วมรัฐบาล ชี้เป็นพรรคเล็กแต่มีมารยาท
นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เข้ารับหนังสือรับรองสส.ต่อ กกต. โดยระหว่างการรับหนังสือได้มีการชูหนังสือรับรองเหนือหัวขณะถ่ายรูป พร้อมกล่าวว่าตำแหน่งสส.เป็นอำนาจสูงสุด ที่ประชาชนและวีรบุรุษทหารกล้าให้มา ซึ่งตนมาจากพื้นที่ชายแดน จ.อุบลราชธานี เราจะไม่มีวันลืมวีรบุรุษที่ปกป้องแผ่นดินไทย ตนได้คะแนนเสียงจากระบบบัญชีรายชื่อถึงแม้จะไม่มากเท่าพรรคการเมืองใหญ่ แต่ก็ทำให้เสียงของคนในพื้นที่ชายแดนได้หนักแน่นมากขึ้นในสภา ตนในฐานะหัวหน้าพรรค อะไรที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าเรื่องปัญหาชายแดนหรือพืชผลทางการเกษตรตนจะไม่มีวันลืม
เมื่อถามถึงความชัดเจนการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายวสวรรธน์ กล่าวว่า พรรคไทรวมพลัง มีสส.6 คนถึงแม้จะน้อยด้วยจำนวนแต่เราอยากให้เป็นกระบวนการที่ประชาชนได้มีส่วนร่วม เพราะเราเป็นผู้แทนที่มีศักดิ์ศรี มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ส่วนที่มีคนถามว่าทำไมถึงตั้งพรรคไทรวมพลังนั้น ตนอยากเห็นวัฒนธรรมการเมืองแบบใหม่ที่ไม่รีบร้อน ตามมารยาททางการเมืองที่ถูกต้องในการร่วมรัฐบาลคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องมาเชิญเราอย่างเป็นทางการ และเราต้องให้เกียรติพรรคภูมิใจไทยในฐานะที่เป็นพรรคอันดับหนึ่งในการให้เราเข้าร่วมรัฐบาล ในฐานะที่เป็นพรรคเล็กการที่เราไปรีบร้อน คำครรหาของพรรคเล็กมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไปเพื่ออยากไปต่อรองผลประโยชน์ ต่อรองเก้าอี้ หรือตำแหน่งเหมือนเป็นการไปแย่งชิง ซึ่งพรรคไทรวมพลัง อยากสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองใหม่
“การพูดคุยก่อนหน้านี้เป็นการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ ทุกพรรคการเมืองมีโอกาสทำงานในสภาเหมือนกันหมด ซึ่งตนมีความคาดหวังในการแก้ไขปัญหาเรื่องชายแดนหรือสงครามตะวันออกกลาง อะไรก็ตามที่ฝั่งรัฐบาลทำ แล้วเกิดประโยชน์เรายินดีสนับสนุน ส่วนฝ่ายค้านเราสามารถทำงานร่วมด้วยหมด อยากเห็นพรรคการเมืองแรกที่เราไม่วิ่งเข้าหาอำนาจ เพื่อไปต่อรองผลประโยชน์ ถึงแม้จะเป้นพรรคเล็กแต่ขอยืนหยัดในศักดิ์ศรี ที่มาจากประชาชน ซึ่งตนเป็นพรรคสุดท้าย ที่ต้องมีความชัดเจนในการร่วมรัฐบาล” นายวสวรรธน์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาสร้างสถานการณ์บริเวณชายแดนมากขึ้น มีความกังวลว่าจะเกิดการปะทะในรอบ 3 หรือไม่ นายวสวรรธน์ กล่าวว่า รอบนี้คนในพื้นที่ชายแดนหนักสุดในตลอดชีวิต รวมถึงเรื่องทหาร ตนมองว่าอย่าลืมทหาร เพราะไม่ใช่ว่าพอกระแสชายแดนหายไปแล้วจะไปลืม ไม่ว่าจะเป็นเงินเยียวยาที่บางคนยังไม่ได้รับ ซึ่งเราก็ต้องติดตามปัญหาในเรื่องนี้ ทั้งนี้งบประมาณประเทศมี อย่าไปรอแต่การบริจาคหลังจากนี้จะต้องรองบกลางในการช่วยเหลือทหารตัวเล็ก และตั้งให้เป็นงบประมาณประจำตามร่างพรบ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 70-71 จนกว่าจะแก้ไขปัญหาได้และทำให้กัมพูชาไม่เข้ามารุกล้ำ