โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

บุกรวบ ‘หมอเถื่อน’ รักษาโรคสุดพิสดาร ‘เหล็กในผึ้ง’ สะกิดเปลือกตา

เดลินิวส์

อัพเดต 6 มีนาคม 2569 เวลา 19.47 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รวบคาคลินิก! หมอเถื่อน อดีต ผอ.ศูนย์ผึ้ง รักษาสุดพิสดารใช้

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.สุรสีห์ คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ. นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี, สภาการแพทย์แผนไทย และเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จับกุมนาย ป. (สงวนชื่อนามสกุล) อายุ 72 ปี หมอเถื่อน สถานพยาบาลในพื้นที่ตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังเปิดให้บริการรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตาให้ประชาชนโดยใช้เหล็กในผึ้งฝังผิวหนัง

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสสถานพยาบาลดังกล่าว โฆษณารักษาโรคตาโดยใช้เหล็กในผึ้งสะกิดที่บริเวณเปลือกตา จึงนำกำลังร่วมกันเข้าตรวจสอบ พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งรอคิวอยู่ด้านนอก ส่วนภายในห้องตรวจรักษามีนาย ป. กำลังใช้เหล็กในผึ้งสะกิดที่บริเวณเปลือกตาทั้งสองข้างของผู้มาใช้บริการ โดยอ้างว่าสามารถรักษาอาการตามัว ตาพร่า ตาฟาง วุ้นในตาเสื่อม ต้อลม ต้อหิน รวมถึงปัญหาสายตาอื่นๆ ได้ เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย แต่นาย ป. ไม่สามารถนำมาแสดงได้ จึงควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดแอลกอฮอล์ สำลี กระดาษทิชชู ที่คีบเหล็กใน ที่ใช้เป็นอุปกรณ์ในการรักษา และรายชื่อผู้รับบริการไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนาย ป. ให้การว่า เคยเป็น ผอ.ศูนย์ผึ้ง จ.ชุมพร มีความรู้จากการค้นคว้าเกี่ยวกับผึ้งว่าเหล็กในของผึ้งช่วยรักษาอาการตาพร่า ตามัวและอาการเกี่ยวกับตาอื่นๆ ได้ จึงมาเปิดสถานที่ให้บริการบำบัดด้วยวิธีดังกล่าวมานานหนึ่งปี มีประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะผู้สูงอายุมาเข้าบำบัดจำนวนมาก แต่ไม่ได้เปิดรับบำบัดรักษาทุกวัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต" ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพการแพทย์แผนไทย 2556 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดีต่อไป

นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ปัจจุบัน ทั่วประเทศมีสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (คลินิก) มากกว่า 40,000 แห่ง จึงอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ลักลอบเปิดคลินิกเถื่อน หรือแอบอ้างเป็นแพทย์ มาให้บริการ จนส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ก่อนรับบริการทางการแพทย์ทุกประเภท ขอให้ตรวจสอบหลักฐานสำคัญ 5 อย่าง ประกอบด้วย 1) ป้ายชื่อคลินิกต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก 2) มีการแสดงใบอนุญาตเปิดกิจการคลินิก เลขใบอนุญาตต้องตรงกับเลขที่ที่ติดที่ป้ายชื่อคลินิก 3) มีการแสดงใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลซึ่งต้องมีการระบุชื่อผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ประกอบโรคศิลปะและต้องมีความเป็นปัจจุบัน 4) มีการแสดงหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคลินิกที่เป็นปีปัจจุบัน และ 5) มีการแสดงหลักฐานของแพทย์ที่ให้บริการในคลินิก โดยมี ชื่อ-นามสกุล และภาพถ่ายติดที่หน้าห้องตรวจ โดยสามารถตรวจสอบชื่อคลินิกได้ที่เว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (www.mrd-hss.moph.go.th) และตรวจสอบชื่อแพทย์ได้ที่เว็บไซต์แพทยสภา (www.tmc.or.th) หากไม่พบหลักฐานข้างต้นหรือขาดหรือไม่ครบถ้วน ขอให้หลีกเลี่ยงการรับบริการและแจ้งมาที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทางหมายเลขโทรศัพท์ 0-2193-7000 เพื่อดำเนินการตรวจสอบ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า การแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกนั้น ถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่มีคุณค่าและเป็นทางเลือกที่สำคัญในการรักษา แต่หัวใจสำคัญคือต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานทางวิชาชีพที่ถูกต้อง โดยผู้ประกอบเวชกรรมที่มีใบอนุญาต และในสถานที่ที่ได้รับรองมาตรฐานจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเท่านั้น การนำวิธีการที่อยู่นอกเหนือตำราหรือขาดการรับรองทางวิทยาศาสตร์มาใช้กับอวัยวะที่บอบบางอย่างดวงตา ถือเป็นความเสี่ยงอย่างร้ายแรงที่ประชาชนไม่ควรต้องเผชิญ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...