หมอเปรม จี้ผู้ตรวจฯ เร่งส่งคดีเลือกตั้ง 8 ก.พ. ให้ศาลรธน. ซัดทำไมเงียบไม่คืบ
หมอเปรม จี้ผู้ตรวจฯ เร่งส่งคดีเลือกตั้ง 8 ก.พ. ให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซัดทำไมเงียบไม่คืบ ไม่ออกมาชี้แจงสังคม หวั่นเอื้อประโยชน์ "สีน้ำเงิน"
วันที่ 6 มี.ค. 2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวถึงการตรวจสอบการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งมีหลายภาคส่วนร้องเรียนให้ตรวจสอบความโปร่งใสว่า ขณะนี้มีคำร้องรวมทั้งสิ้น 29 สำนวน ที่ถูกยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อพิจารณา
กระบวนการตามขั้นตอน ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงประกอบการพิจารณา ก่อนที่จะส่งคำร้องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่จนถึงขณะนี้กลับยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ให้สาธารณชนได้รับทราบ
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า กกต.ได้ขอขยายเวลาชี้แจงมาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งล่าสุดกำหนดภายในวันที่ 27 ก.พ. แต่ขณะนี้เข้าสู่วันที่ 6 มี.ค.แล้ว กกต.ก็ยังไม่ได้ส่งคำชี้แจงให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตนจึงตั้งคำถามว่าทำไมผู้ตรวจการแผ่นดินจึงไม่ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่าเรื่องนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์ที่มีคำร้องจำนวนมากและเป็นประเด็นที่ประชาชนทั้งประเทศให้ความสนใจ ผู้ตรวจการแผ่นดินควรมีความกระตือรือร้นในการดำเนินการและสื่อสารกับสาธารณชน แต่กลับปรากฏว่าเรื่องดังกล่าวยังเงียบงัน ไม่มีความคืบหน้า
"เมื่อ กกต.ไม่ส่งคำชี้แจง ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ควรพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญไปก่อน เพื่อรักษาสิทธิของผู้ร้องเรียน แต่กลับยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จึงอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าทำไมเรื่องจึงยังไม่เดินหน้า"
"ขอตั้งคำถามไปถึงศาลรัฐธรรมนูญว่า เหตุใดจึงไม่ติดตามหรือทวงถามความคืบหน้าจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญต่างก็เป็นองค์กรอิสระ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า กรรมการส่วนใหญ่ขององค์กรอิสระเหล่านี้มาจากกระบวนการคัดเลือกโดยวุฒิสภา ซึ่งเป็น สว.สีน้ำเงิน"
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวอีกว่า บังเอิญว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้สมัครสีน้ำเงินก็เป็นฝ่ายชนะเลือกตั้ง จึงทำให้สังคมอดคิดไม่ได้ว่า การที่เรื่องยังไม่เดินหน้า เป็นการช่วยหรือเอื้อประโยชน์ต่อพวกเดียวกันหรือไม่
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงเหตุผลสำคัญที่ประชาชนจำนวนมากต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้สามารถตรวจสอบและถอดถอนองค์กรอิสระได้ หากองค์กรเหล่านั้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ตอบสนองความยุติธรรมของประชาชน
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวอีกว่า หากองค์กรอิสระไม่ทำหน้าที่ให้ประชาชนเห็นว่ามีความยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ประชาชนก็ย่อมตั้งคำถาม และต้องการกลไกถ่วงดุลมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สามารถถอดถอนองค์กรอิสระได้
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า จากผลการลงประชามติของประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่า มีผู้เห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 19,940,447 เสียง ขณะที่ไม่เห็นชอบ 10,531,647 เสียง และไม่แสดงความคิดเห็น 2,886,351 เสียง จากผู้มาใช้สิทธิประมาณ 34 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 60% ที่เห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่มีเพียงประมาณ 32% เท่านั้นที่ไม่เห็นชอบ
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเสียงข้างมากของประชาชนแสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐสภาก็ควรเดินหน้าแก้ไข เพื่อสร้างกลไกตรวจสอบองค์กรอิสระให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อไม่ให้ความไม่พอใจของประชาชนบานปลายจนกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองบนท้องถนนในอนาคต
"องค์กรอิสระต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน หากประชาชนรู้สึกว่าไม่สามารถพึ่งพาได้ ก็ย่อมเรียกร้องให้มีการปรับโครงสร้างกติกาใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย" นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอเปรม จี้ผู้ตรวจฯ เร่งส่งคดีเลือกตั้ง 8 ก.พ. ให้ศาลรธน. ซัดทำไมเงียบไม่คืบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th