ประธานสภาอุตฯชำแหละ 2 ฉากทัศน์สงครามตะวันออกกลาง ห่วงยืดเยื้อดันราคาน้ำมัน-เงินเฟ้อพุ่ง
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจากการที่สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ว่า หากจบลงภายใน 1 สัปดาห์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่างก็คงเป็นแค่ช่วงสั้น และคลี่คลายลงไป
แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อกว่า 1 สัปดาห์ก็ต้องมาดูว่านานแค่ไหน และเหตุการณ์จะบานปลายมากน้อยอย่างไร จะกระจายตัวเป็นระดับภูมิภาคหรือไม่
“หากบานปลายถึงระดับภูมิภาค ราคาน้ำมันคงทะลุ 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลอย่างแน่นอน โดยจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก สินค้าพลังงานจะเกิดการขาดแคลน ค่าเดินเรือจะขึ้นราคา”
ทั้งนี้ ประเด็นที่สำคัญก็คือการขาดพลังงาน ซึ่งจะส่งผลทำให้ราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เพราะฉะนั้นก็จะต้องหาพลังงานจากแหล่งอื่น แต่ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาประเทศไทยใช้พลังงานหลักจากตะวันออกกลาง แม้ว่าจะไม่ใช่จากอิหร่านโดยตรง
อย่างไรก็ดี เข้าใจว่านายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้มีการเรียกประชุม เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมากขึ้น
รวมถึงประเมินสถานการณ์สต็อกน้ำมันในประเทศ ซึ่งจะมีเพียงพอใช้ประมาณ 60 วัน โดยต้องรีบบริหารจัดการ และหาแหล่งอื่นมาทดแทน อีกทั้งยังมีการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาชดเชยราคา เพื่อรับมือราคาผันผวน และมีมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน
นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า ภาคอุตสาหกรรมจะมีการเรียกประชุมด่วนภายใน 1-2 วันเพื่อประเมินความเสี่ยงและหาแหล่งวัตถุดิบหรือพลังงานทดแทนกรณีเกิดการชะงักงันจากผลกระทบเหตุการณ์สหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน
“ภาคอุตสาหกรรมต้องมีการหารือโดยด่วน เพื่อประเมินความเสี่ยง และหามาตรการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกรณีที่เกิดการขาดแคลนพลังงาน หรือชะงักงันจะสามารถหาแหล่งใดมาทดแทนได้บ้าง ราคาจะเป็นอย่างไร และสถานการณ์จะบานปลายแค่ไหน”