โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

20 ข้อเจาะลึก “สงครามอิหร่าน” เมื่อฮอร์มุซ อาจกลายเป็นระเบิดเวลา โลกและไทยต้องเจออะไรบ้าง?

Thairath Money

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 03.29 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 02.59 น.
ภาพไฮไลต์

การจากไปของ "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดอิหร่าน จากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ไม่ใช่เพียงฉากทัศน์สงครามในหน้าจอโทรทัศน์อีกต่อไป แต่นักวิเคราะห์คาดกันว่า นี่คือ "โดมิโนยักษ์" ที่กำลังล้มฟาดใส่เศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึง “ประเทศไทย” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย

โดยหลังจาก 28 ก.พ.2026 โลกก้าวเข้าสู่ภาวะ "สงคราม" สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และความขัดแย้งถูกใช้เป็นหมากต่อรองที่เดิมพันด้วยชีวิตและความเป็นอยู่ของคนทั้งโลกนั้น

ล่าสุดประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าสื่อของอังกฤษว่า ปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน อาจใช้เวลานานถึง 4 สัปดาห์

ภายใต้ “ฝันร้าย" ที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกภาวนาไม่ให้เกิด คือความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะตัดสินใจ กดปุ่ม "Shockwave" ประกาศปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" เพื่อใช้เป็นเครื่องมือตอบโต้พันธมิตรตะวันตก ซึ่งอาจส่งผลให้เส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกหยุดชะงักลงทันที!

อย่างไรก็ตาม แม้ทางการอิหร่านจะยังกั๊กท่าทีเรื่องการปิดช่องแคบอย่างเป็นทางการ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมายืนยันแล้วว่า อิหร่านไม่มีความคิดที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สถานการณ์สงครามจะยังคงดุเดือดก็ตาม แต่สิ่งที่ปฎิเสธไม่ได้เลย คือ เตหะรานเคยขู่ว่าจะปิดกั้นเส้นทางเดินเรือที่แคบนี้มานานหลายปี หากถูกโจมตี ทำให้เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลกเส้นนี้กลายเป็น "พื้นที่สีแดง" ที่ไม่มีใครกล้าเสี่ยง

ทั้งหมดสะท้อนว่าข่าวสงคราม ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด และกำลังสะเทือนถึงโครงสร้างต้นทุนชีวิตของคนไทยด้วย โดยนี่คือ 20 ข้อสรุปจากเหตุการณ์ “สงครามอิหร่าน” ที่คนไทยต้องรู้และเตรียมรับมือ อ้างอิงจากการวิเคราะห์ของนักเศรษฐศาสตร์ และที่ปรึกษาการลงทุนในประเทศ ดังนี้

20 ข้อสรุปจากเหตุการณ์ “สงครามอิหร่าน”

สนามรบ-ภูมิรัฐศาสตร์ กับเดิมพันที่สูงมาก

1.การประกาศสงครามทางเศรษฐกิจ: การปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะไม่ใช่แค่มาตรการป้องกันตัว แต่คือการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อการสังหารผู้นำสูงสุด และเพื่อตัดกำลังเศรษฐกิจพันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาค

2."ปิดจริง" ไม่ใช่แค่ขู่: รายงานจากกองเรือพาณิชย์ระบุว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้กระจายเสียงเตือนห้ามเรือทุกชนิดผ่านพื้นที่โดยเด็ดขาด ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากต้องหยุดนิ่งหรือหันหลังกลับทันที

3.สุญญากาศอำนาจในอิหร่าน: แม้ผู้นำสูงสุดจะเสียชีวิต แต่นักวิชาการมองว่าสภาความมั่นคงอิหร่านยังคงทำงานอย่างเป็นเอกภาพในการรุกกลับผ่านยุทธวิธีปิดช่องแคบ เพื่อบีบให้สังคมโลกกดดันสหรัฐฯ

4.ความเสี่ยงสงครามลาม: การที่อิหร่านยิงมิสไซล์ตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศ (กาตาร์, ยูเออี, ซาอุฯ) ทำให้ความขัดแย้งไม่ได้อยู่แค่ในอิหร่าน แต่อาจกลายเป็น "สงครามภูมิภาค" เต็มรูปแบบ

5.บทบาทของจีนคือตัวแปร: จีนนำเข้าน้ำมันผ่านจุดนี้มหาศาล หากการปิดยืดเยื้อ จีนอาจต้องขยับตัวเข้าแทรกแซงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ตนเอง ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์

พลังงานไทยในวงล้อมวิกฤติ

6. พายุราคาน้ำมัน: นักวิเคราะห์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) อาจทะยานทดสอบ $100-$110 ต่อบาร์เรลในระยะสั้นจากภาวะตระหนก (Panic) ขณะราคาน้ำมันดิบ Brent ล่าสุด เพิ่มขึ้น 9% แตะ 79.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

7. เข็มไมล์น้ำมันสำรองไทย: กระทรวงพลังงานยืนยันไทยมีน้ำมันสำรองรวม 7,795 ล้านลิตร (ใช้ได้ 61 วัน) แต่ปัญหาคือ "ราคา" ที่จะปรับตัวขึ้นตามตลาดโลกตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคมนี้เป็นต้นไปหรือไม่

8. LNG ขาดช่วง: กาตาร์ส่งออกก๊าซธรรมชาติ (LNG) ผ่านที่นี่เกือบ 20% ถ้าปิด วิกฤติพลังงานลามถึงไฟฟ้าแน่นอน

9. ค่าไฟ Ft จ่อพุ่ง: ไทยนำเข้า LNG สูง และราว1ใน 5 มาจากกาตาร์ ใช้ผลิตไฟฟ้า เมื่อต้นทุน LNG นำเข้าแพงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภาระค่าไฟของคนไทยในงวดถัดไปจะหลีกเลี่ยงไม่ได้

10. การปรับตัวของ ปตท.: ต้องจับตาแผนการหาแหล่งพลังงานทดแทนจากภูมิภาคอื่น เช่น แอฟริกา หรือ อเมริกา ซึ่งจะมีค่าขนส่งที่สูงกว่าเดิมมาก

ภาคเศรษฐกิจและคนไทยผลกระทบต่อเงินในกระเป๋า

11. เงินเฟ้อพุ่งพรวด: ราคาน้ำมันคือ "ต้นทุนตั้งต้น" ของทุกสิ่ง ตั้งแต่ค่าขนส่งผักสดไปจนถึงค่าตั๋วเครื่องบิน เตรียมใจพบกับราคาสินค้าปรับตัวขึ้นยกแผง และอาจทำให้ ธปท. ลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น

12. ส่งออกไทยติดหล่ม: ตลาดตะวันออกกลางคือตลาดสำคัญของไทย สินค้าไทยที่ต้องไปลงท่าเรือ Jebel Ali (ยูเออี) จะหยุดชะงัก กระทบรายได้เข้าประเทศ

13. ค่าเงินบาทอ่อนค่า: การนำเข้าน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้ไทยเสียดุลการค้า ส่งผลให้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงไปแตะ 36.50 - 37.00 บาท/ดอลลาร์

14. การประชุม สมช. ด่วน: รัฐบาลไทยเรียกประชุมความมั่นคงและเศรษฐกิจเพื่อวางแผน "รับแรงกระแทก" ซึ่งอาจรวมถึงการใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนราคาอีกครั้ง

15. จิตวิทยา "ตุนสินค้า": ความกังวลเรื่องสงครามยืดเยื้ออาจนำไปสู่ภาวะกักตุนสินค้าจำเป็นในไทย (Panic Buying) ซึ่งจะยิ่งดันให้ราคาแพงขึ้นไปอีก

การลงทุน และกลยุทธ์เมื่อโลกไร้ทางออก

16. Sell on Fact ในกลุ่มน้ำมัน: แม้หุ้นน้ำมันจะพุ่งรับข่าวเช้านี้ แต่นักวิเคราะห์แนะนำให้ "ขายทำกำไร" เมื่อราคาขึ้นแรง เพราะอุปทานน้ำมันโลกในปี 2026 ยังอยู่ในภาวะส่วนเกิน (Surplus) หากความตึงเครียดลดลง ราคาจะร่วงเร็วมาก

17. ทองคำคือ "เกราะป้องกัน": ทองคำมีโอกาสทำ All-time high ใหม่อีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์แนะนำถือ 10% ของพอร์ตเพื่อ Hedging (ป้องกันความเสี่ยง) แต่ไม่ควรไล่ซื้อที่จุดสูงสุด (ราคาทองคำโลกล่าสุด ณ 10.00 น. อยู่ที่ 5,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

18. เลี่ยงหุ้นการบินและขนส่ง: ในระยะสั้น หุ้นกลุ่มที่ใช้พลังงานสูงจะถูกเทขายหนัก ควรชะลอการเข้าซื้อจนกว่าราคาน้ำมันจะนิ่ง

19. จับตา Dollar Index: เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นในฐานะ Safe Haven ซึ่งจะกดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงหุ้นไทย (SET Index)

20. คำแนะนำจากโบรเกอร์: แนะนำให้ใช้จังหวะราคาดีดตัวแรง "ลดน้ำหนักการลงทุน" ในสินค้าโภคภัณฑ์ และเน้นถือเงินสดหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อรอประเมินสถานการณ์

ที่มา : Finnomena , KAsset ,บทวิเคราะห์ ดร.อมรเทพ จาวะลา ,กระทรวงพลังงาน

อ่านข่าวหุ้น ข่าวทองคำ และ ข่าวการลงทุน และ การเงิน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 20 ข้อเจาะลึก “สงครามอิหร่าน” เมื่อฮอร์มุซ อาจกลายเป็นระเบิดเวลา โลกและไทยต้องเจออะไรบ้าง?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...