ตอ.กลางตึงเครียด น้ำมัน-ก๊าซ-ทองพุ่ง ดอลลาร์แข็งค่า สวนทางหุ้นโลกร่วง
ตอ.กลางตึงเครียด น้ำมัน-ก๊าซ-ทองพุ่ง ดอลลาร์แข็งค่า สวนทางหุ้นโลกร่วง
ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ขณะที่เงินดอลลาร์และทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยก็พากันปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกัน หลังสงครามทางอากาศระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านขยายวงกว้าง และมีแนวโน้มยืดเยื้อหลายสัปดาห์ ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าจะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และอาจดันให้เงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
ขณะเดียวกันดัชนีหุ้นทั่วโลกให้ผลตอบแทนต่ำกว่าหุ้นสหรัฐ ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐก็ปรับตัวสูงขึ้นจากความวิตกเรื่องเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อเพียงใด
สัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าปิดตลาดพุ่งแรง หลังการโจมตีอิหร่านและการตอบโต้กลับอย่างต่อเนื่องของเตหะราน ส่งผลให้ต้องปิดโรงงานน้ำมันและก๊าซหลายแห่งทั่วตะวันออกกลาง ล่าสุดอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญอย่างมากของโลก ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์ต่างๆ เลวร้ายลงไปอีก
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสกของสหรัฐปรับขึ้น 6.28% หรือ 4.21 ดอลลาร์ ปิดที่ 71.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบบเบรนท์ทะเลเหนือปิดที่ 77.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 6.68% หรือ 4.87 ดอลลาร์
ตลาดน้ำมันจับตาความตึงเครียดระหว่างเตหะรานกับศัตรูเก่าอย่างสหรัฐและอิสราเอลอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งเต็มรูปแบบจะทำให้การส่งมอบน้ำมันสะดุดและทำให้ภูมิภาคไร้เสถียรภาพ และยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไปถึงผลกระทบของการที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุส พร้อมขู่จะโจมตีเรือทุกลำที่แล่นผ่าน
ดัชนีหุ้นโลกของ MSCI ติดลบลดลง แต่ก็ยังปิดลดลง 6.77 จุด หรือ 0.64% ที่ระดับ 1,049.99 เมื่อสิ้นสุดการซื้อขายในสหรัฐ ด้านดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดลดลง 1.35% ขณะที่ดัชนี S&P 500 พลิกกลับมาปิดบวกเล็กน้อย หลังจากเคยร่วงมากกว่า 1% โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และกลุ่มเทคโนโลยี
ลินด์ซีย์ เบล หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ 248 Ventures กล่าวว่า ความกังวลหลักของตลาดในวันนี้คือเงินเฟ้อและราคาน้ำมันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้นักลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับหุ้นสหรัฐที่พวกเขามองว่ามีความแน่นอนด้านผลประกอบการและการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าพื้นที่อื่นของโลก
ในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของ S&P 500 กลุ่มเทคโนโลยีปรับขึ้น 0.9% ถือเป็นกลุ่มที่ทำผลงานดีเป็นอันดับสาม รองจากกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งรวมหุ้นกลาโหมที่เพิ่มขึ้นราว 1% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งเกือบ 2% จากการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน
เบลกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน หุ้นเทคโนโลยีกลายเป็นลักษณะเชิงป้องกัน เพราะมีการเติบโตของกำไร การขยายอัตรากำไร และกระแสเงินสดเชิงบวกที่เหนือกว่ากลุ่มอื่น
ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 73.14 จุด หรือ 0.15% ปิดที่ 48,904.78 ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.74 จุด หรือ 0.04% ปิดที่ 6,881.62 และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 80.65 จุด หรือ 0.36% ปิดที่ 22,748.86
คริส แซ็กคาเรลลี ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Northlight Asset Management ระบุว่า ตลาดโลกอยู่ในภาวะตึงเครียด แต่ยังไม่เห็นสัญญาณว่านักลงทุนตื่นตระหนกหรือคาดการณ์การล่มสลายของเศรษฐกิจโลก
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นทุกตัว จากเดิมที่มีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงแรกจากความเสี่ยงของความขัดแย้งยืดเยื้อ ก่อนที่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อโลกจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจะเข้ามาแทนที่
ในตลาดเงิน ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินที่แข็งค่ามากที่สุด แข็งค่าขึ้นแม้เทียบกับสกุลเงินปลอดภัยอย่างฟรังก์สวิสและเยนญี่ปุ่น การเคลื่อนไหวของตลาดน้ำมันส่งผลต่อค่าเงิน เนื่องจากสหรัฐเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ ขณะที่ยุโรปและญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก เพิ่มขึ้นราว 0.9% เงินยูโรอ่อนค่าลง 1.01% มาอยู่ที่ 1.1694 ดอลลาร์ต่อยูโร ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า 0.86% เทียบเยนที่ระดับ 157.37 เยน และแข็งค่า 1.34% เทียบฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.779 ด้านตลาดคริปโทเคอร์เรนซี บิตคอยน์ปรับขึ้น 5.58% มาอยู่ที่ 69,364.30 ดอลลาร์
ในส่วนของโลหะมีค่า ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ โดยราคาทองคำตลาดสปอตเพิ่มขึ้น 1.09% มาอยู่ที่ 5,335.04 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.97% มาอยู่ที่ 5,333.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตอ.กลางตึงเครียด น้ำมัน-ก๊าซ-ทองพุ่ง ดอลลาร์แข็งค่า สวนทางหุ้นโลกร่วง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th