โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

Intergenerational Trauma แผลในใจพ่อแม่อาจส่งต่อถึงลูกหลานได้ถึง 5 รุ่น!

Mood of the Motherhood

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 01.39 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 01.38 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่ที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความรุนแรงในครอบครัว การถูกละเลย หรือการเลี้ยงดูที่เข้มงวด มักมีบาดแผลทางใจฝังลึกตั้งแต่วัยเด็ก วันหนึ่งที่ได้ทำหน้าที่พ่อแม่ จึงตั้งใจมอบความรัก ความอบอุ่น และความปลอดภัยแก่ลูกอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องลูกไม่ให้เผชิญสิ่งเดียวกัน แต่ความตั้งใจเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะบาดแผลที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาอาจแฝงอยู่ในพฤติกรรมที่แสดงออกต่อลูกโดยไม่รู้ตัวงานวิจัยของ Rachel Yehuda จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านบาดแผลทางใจและการฟื้นฟูจิต พบว่าบาดแผลทางใจของรุ่นพ่อแม่สามารถส่งต่อถึงลูกหลานต่อไปได้ถึง 5 รุ่น ไม่ใช่แค่ผ่านจากการซึมซับพฤติกรรมหรือการเลี้ยงดูเท่านั้น แต่ความเครียดเรื้อรังหรือเหตุการณ์สะเทือนใจรุนแรงสามารถส่งผลการทำงานของยีนและถูกถ่ายทอดผ่านสายเลือดได้ ทำให้ลูกหลานรุ่นต่อๆ มามีความไวต่อความเครียดหรือภาวะวิตกกังวลได้ง่าย แม้จะไม่เคยเผชิญเหตุการณ์เลวร้ายด้วยตัวเองก็ตาม ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Intergenerational Trauma หรือบาดแผลทางใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นการทำความเข้าใจ Intergenerational Trauma จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ตระหนักว่าบาดแผลในวัยเด็กไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่มันคือพันธุกรรมทางอารมณ์ที่ต้องได้รับการเยียวยา เรามี 5 แนวทางที่จะช่วยป้องกันไม่ให้บาดแผลในใจของคุณพ่อคุณแม่ถูดส่งต่อไปถึงลูก เพื่อให้วงจรความเจ็บปวดสิ้นสุดลงที่รุ่นเรา1. ยอมรับและทำความเข้าใจบาดแผลของตัวเอง

ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่ต้องสำรวจตนเองว่าในวัยเด็กเคยเผชิญกับเหตุการณ์อะไรที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ และเหตุการณ์นั้นส่งผลต่อวิธีคิดหรือการตอบสนองทางอารมณ์ในปัจจุบันอย่างไร เช่น เมื่อลูกทำน้ำหกแล้วรู้สึกหงุดหงิดหรือเผลอตวาดลูกรุนแรงเกินกว่าเหตุ อาจสะท้อนได้ว่าคุณพ่อคุณแม่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่กดดันและคาดหวังความสมบูรณ์แบบการยอมรับความรู้สึกจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้เท่าทันตัวเอง รับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น และลดการส่งต่อบาดแผลเดิมไปสู่ลูกโดยไม่ตั้งใจ2. เลี่ยงการระเบิดอารมณ์ใส่ลูก

เมื่อมีสถานการณ์สะกิดบาดแผลในใจ สมองส่วนควบคุมอารมณ์มักจะตอบสนองกลับทันที เช่น เวลาที่ลูกร้องไห้เสียงดัง คุณพ่อคุณแม่ที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่สอนให้เก็บงำอารมณ์จะรู้สึกโกรธและหงุดหงิดลูกมากกว่าปกติ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรถอยออกมาจากสถานการณ์นั้นสักครู่ หรือสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จะช่วยระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน และตอบสนองลูกด้วยความเข้าใจมากกว่าการระเบิดอารมณ์3. สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสารความรู้สึก

หนี่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กมีบาดแผลทางใจ คือการไม่สามารถสื่อสารความรู้สึกได้อย่างตรงไปตรงมา หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการหยุดวงจรนี้ ควรเริ่มต้นจากการเปิดโอกาสให้ลูกได้พูดความรู้สึกของตัวเอง และรับฟังอย่างตั้งใจโดยไม่ตัดสิน เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าบ้านคือพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความรู้สึก และกล้าสื่อสารเมื่อรู้สึกไม่สบายใจ4. เยียวยาเด็กน้อยในใจตัวเอง

หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่เผลอทำร้ายจิตใจลูก เมื่อลูกแสดงพฤติกรรมที่กระตุ้นบาดแผลในใจ นั่นเป็นเพราะความเจ็บปวดในใจตัวเองยังไม่ได้รับการเยียวยา คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลจิตใจตัวเองบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย การเขียนบันทึกเพื่อระบายความรู้สึก หรือแม้แต่การปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการบำบัดอย่างถูกวิธี เมื่อจิตใจสงบและมั่นคงขึ้น คุณพ่อคุณแม่จะมีพลังใจพร้อมส่งต่อความรักให้กับลูกอย่างเต็มเปี่ยม5. สอนทักษะจัดการอารมณ์ให้ลูก

ทักษะการจัดการอารมณ์เปรียบเสมือนเกราะป้องกัน คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากการสอนให้ลูกรู้จักชื่ออารมณ์ต่างๆ และยอมรับว่าความรู้สึกเศร้า โกรธ หรือกลัวเป็นเรื่องธรรมดาที่จัดการได้ รวมถึงสอนให้ลูกรู้จักให้อภัยตัวเองเมื่อทำผิดพลาด เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันทางใจลูกให้แข็งแกร่ง เมื่อเผชิญอุปสรรคในอนาคต ลูกจะสามารถรับมือและไม่เก็บงำสิ่งเหล่านั้นมาสะสมเป็นบาดแผลในใจอ่านบทความบนเว็บไซต์ 5 เหตุผลที่บอกว่า พ่อแม่ควร เลี้ยงลูกเหมือนตัวเองในวัยเด็ก หรือไม่?อ้างอิงVerywellmindPsychologytoday

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...