ออริจิ้น สลัดภาพอสังหาฯ ขายขาด รุกกระจายพอร์ต 5 ธุรกิจหลัก-ปั้นรายได้ประจำรับวัฏจักรใหม่
บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ปรับโครงสร้างธุรกิจมุ่งสู่ความหลากหลาย (Diversification) กระจายรายได้สู่กลุ่มโรงแรม คลังสินค้า และอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเพียงยอดขายที่อยู่อาศัย ชูไทยเป็น "Global Safe Zone" ดึงเม็ดเงินต่างชาติสะสมกว่า 6,300 ล้านบาท พร้อมรับอานิสงส์ย้ายฐานการผลิตหนุนดีมานด์กลุ่ม B2B และ Expat ในทำเลยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนโมเดล Build-Operate-Exit-Reinvest เตรียม Divestment โรงแรม 4 แห่ง และส่งสินทรัพย์คลังสินค้าเข้ากอง REIT เสริมสภาพคล่องเพื่อหมุนเวียนการลงทุนต่อเนื่อง
20 กุมภาพันธ์ 2569 - นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยทิศทางธุรกิจปี 2026 โดยประเมินว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยยังอยู่ในสภาวะ "เติบโตในระดับต่ำ" เนื่องจากต้องเผชิญปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคและความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก
อย่างไรก็ตาม ภายใต้แนวคิด Global Safe Zone ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายสำคัญในการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติ ส่งผลให้กลุ่มบริษัทสามารถสร้างยอดขายจากตลาดต่างประเทศได้กว่า 6,300 ล้านบาท ครอบคลุมลูกค้ากว่า 30 ประเทศ เช่น รัสเซีย ไต้หวัน เมียนมา และจีน
ในส่วนของปัจจัยเกื้อหนุนภายในประเทศ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านการรวมหนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) และเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้าในประเทศ ท่ามกลางบริบทการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นจุดหมายสำคัญของการย้ายฐานการผลิตและการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติ ในฐานะ Global Safe Zone และ Second Home… นี่คือโอกาสสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง”
Portfolio Evolution 2026: ยุทธศาสตร์กระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ประจำ
เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ ออริจิ้นได้ปรับโมเดลธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution 2026 โดยลดสัดส่วนการพึ่งพาธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขายเพียงอย่างเดียว และรุกคืบสู่กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) อย่างเต็มรูปแบบ ผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก :
- ธุรกิจคอนโดมิเนียม (ORIGIN VERTICAL) : มุ่งเน้นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เช่น คอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly) และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (IP Program) ซึ่งปัจจุบันมี Backlog รอรับรู้รายได้ในปีนี้กว่า 10,000 ล้านบาท
- ธุรกิจบ้านจัดสรร (BRITANIA) : รุกโมเดลอสังหาฯ เชิงพาณิชย์รูปแบบใหม่ "Brilliant Business Park" พื้นที่ธุรกิจมัลติฟังก์ชั่นในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้แหล่งงาน
- ธุรกิจบริการ (PRIMO) : ทรานส์ฟอร์มงานบริการสู่ระดับพรีเมียมและนำเทคโนโลยี Data Integration มาใช้เพื่อสร้าง Lifestyle & Community Ecosystem
- ธุรกิจโรงแรมและออฟฟิศ (ORIGIN HOTEL) : ขยายพอร์ตโรงแรมและอาคารสำนักงานเพื่อสร้างฐานรายได้ประจำที่มั่นคง
- ธุรกิจคลังสินค้า (ALPHA) : เร่งขยายพื้นที่เช่าเพิ่มอีก 150,000 ตารางเมตร รองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม
โมเมนตัมการบริหารสินทรัพย์ Build-Operate-Exit-Reinvest
หัวใจสำคัญของแผนธุรกิจปี 2026 คือการเก็บเกี่ยวผลกำไรจากการบริหารสินทรัพย์ (Asset Management) ออริจิ้นดำเนินกลยุทธ์ Asset Monetization ด้วยการขายสินทรัพย์ที่บริหารจนสร้างมูลค่าเพิ่มแล้ว (Divestment) โดยในปีนี้มีแผนขายโรงแรม 4 แห่ง รวมกว่า 1,000 ห้อง มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดพิเศษกลับเข้าสู่กลุ่มบริษัทกว่า 1,300 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในกลุ่มธุรกิจอินดัสเทรียลภายใต้ ALPHA ได้เตรียมนำคลังสินค้า 4 โครงการ พื้นที่กว่า 2.1 แสนตารางเมตร เข้ากองทรัสต์ ALPHA REIT เพื่อดึงเม็ดเงินกลับมาหมุนเวียนลงทุนในโครงการใหม่ที่มีศักยภาพสูงกว่าเดิม ถือเป็นวงจรการสร้างการเติบโตแบบคู่ขนานที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว
“หัวใจสำคัญคือการบริหารสินทรัพย์ตามโมเดล Build–Operate–Exit–Reinvest… เพื่อสร้างกระแสเงินสดพิเศษรองรับการเติบโตของพอร์ตโรงแรมในระยะยาวเป็น Cycle เพื่อมุ่งมั่นสร้างโอกาสเติบโตแบบคู่ขนาน”
สู่ทศวรรษใหม่ ‘Multi-platform Developer’: เกราะป้องกันทางการเงินในยุคเศรษฐกิจไร้พรมแดน
การประกาศเป้ายอดขาย 25,000 ล้านบาท และรายได้รวม 10,000 ล้านบาทในปี 2026 สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของออริจิ้นสู่การเป็น "Multi-platform Developer" การกระจายพอร์ตไปยังธุรกิจที่หลากหลายและการบริหารจัดการกอง REIT อย่างเป็นระบบ จะเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้บริษัทรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งสามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอให้กับนักลงทุนได้ในระยะยาว