โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ออริจิ้น สลัดภาพอสังหาฯ ขายขาด รุกกระจายพอร์ต 5 ธุรกิจหลัก-ปั้นรายได้ประจำรับวัฏจักรใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 03.50 น.

บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ปรับโครงสร้างธุรกิจมุ่งสู่ความหลากหลาย (Diversification) กระจายรายได้สู่กลุ่มโรงแรม คลังสินค้า และอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเพียงยอดขายที่อยู่อาศัย ชูไทยเป็น "Global Safe Zone" ดึงเม็ดเงินต่างชาติสะสมกว่า 6,300 ล้านบาท พร้อมรับอานิสงส์ย้ายฐานการผลิตหนุนดีมานด์กลุ่ม B2B และ Expat ในทำเลยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนโมเดล Build-Operate-Exit-Reinvest เตรียม Divestment โรงแรม 4 แห่ง และส่งสินทรัพย์คลังสินค้าเข้ากอง REIT เสริมสภาพคล่องเพื่อหมุนเวียนการลงทุนต่อเนื่อง

20 กุมภาพันธ์ 2569 - นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยทิศทางธุรกิจปี 2026 โดยประเมินว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยยังอยู่ในสภาวะ "เติบโตในระดับต่ำ" เนื่องจากต้องเผชิญปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคและความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก

อย่างไรก็ตาม ภายใต้แนวคิด Global Safe Zone ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายสำคัญในการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติ ส่งผลให้กลุ่มบริษัทสามารถสร้างยอดขายจากตลาดต่างประเทศได้กว่า 6,300 ล้านบาท ครอบคลุมลูกค้ากว่า 30 ประเทศ เช่น รัสเซีย ไต้หวัน เมียนมา และจีน

ในส่วนของปัจจัยเกื้อหนุนภายในประเทศ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านการรวมหนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) และเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้าในประเทศ ท่ามกลางบริบทการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“ไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นจุดหมายสำคัญของการย้ายฐานการผลิตและการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติ ในฐานะ Global Safe Zone และ Second Home… นี่คือโอกาสสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง”

Portfolio Evolution 2026: ยุทธศาสตร์กระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ประจำ

เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ ออริจิ้นได้ปรับโมเดลธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution 2026 โดยลดสัดส่วนการพึ่งพาธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขายเพียงอย่างเดียว และรุกคืบสู่กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) อย่างเต็มรูปแบบ ผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก :

  • ธุรกิจคอนโดมิเนียม (ORIGIN VERTICAL) : มุ่งเน้นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เช่น คอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly) และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (IP Program) ซึ่งปัจจุบันมี Backlog รอรับรู้รายได้ในปีนี้กว่า 10,000 ล้านบาท
  • ธุรกิจบ้านจัดสรร (BRITANIA) : รุกโมเดลอสังหาฯ เชิงพาณิชย์รูปแบบใหม่ "Brilliant Business Park" พื้นที่ธุรกิจมัลติฟังก์ชั่นในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้แหล่งงาน
  • ธุรกิจบริการ (PRIMO) : ทรานส์ฟอร์มงานบริการสู่ระดับพรีเมียมและนำเทคโนโลยี Data Integration มาใช้เพื่อสร้าง Lifestyle & Community Ecosystem
  • ธุรกิจโรงแรมและออฟฟิศ (ORIGIN HOTEL) : ขยายพอร์ตโรงแรมและอาคารสำนักงานเพื่อสร้างฐานรายได้ประจำที่มั่นคง
  • ธุรกิจคลังสินค้า (ALPHA) : เร่งขยายพื้นที่เช่าเพิ่มอีก 150,000 ตารางเมตร รองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม

โมเมนตัมการบริหารสินทรัพย์ Build-Operate-Exit-Reinvest

หัวใจสำคัญของแผนธุรกิจปี 2026 คือการเก็บเกี่ยวผลกำไรจากการบริหารสินทรัพย์ (Asset Management) ออริจิ้นดำเนินกลยุทธ์ Asset Monetization ด้วยการขายสินทรัพย์ที่บริหารจนสร้างมูลค่าเพิ่มแล้ว (Divestment) โดยในปีนี้มีแผนขายโรงแรม 4 แห่ง รวมกว่า 1,000 ห้อง มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดพิเศษกลับเข้าสู่กลุ่มบริษัทกว่า 1,300 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในกลุ่มธุรกิจอินดัสเทรียลภายใต้ ALPHA ได้เตรียมนำคลังสินค้า 4 โครงการ พื้นที่กว่า 2.1 แสนตารางเมตร เข้ากองทรัสต์ ALPHA REIT เพื่อดึงเม็ดเงินกลับมาหมุนเวียนลงทุนในโครงการใหม่ที่มีศักยภาพสูงกว่าเดิม ถือเป็นวงจรการสร้างการเติบโตแบบคู่ขนานที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว

“หัวใจสำคัญคือการบริหารสินทรัพย์ตามโมเดล Build–Operate–Exit–Reinvest… เพื่อสร้างกระแสเงินสดพิเศษรองรับการเติบโตของพอร์ตโรงแรมในระยะยาวเป็น Cycle เพื่อมุ่งมั่นสร้างโอกาสเติบโตแบบคู่ขนาน”

สู่ทศวรรษใหม่ ‘Multi-platform Developer’: เกราะป้องกันทางการเงินในยุคเศรษฐกิจไร้พรมแดน

การประกาศเป้ายอดขาย 25,000 ล้านบาท และรายได้รวม 10,000 ล้านบาทในปี 2026 สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของออริจิ้นสู่การเป็น "Multi-platform Developer" การกระจายพอร์ตไปยังธุรกิจที่หลากหลายและการบริหารจัดการกอง REIT อย่างเป็นระบบ จะเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้บริษัทรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งสามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอให้กับนักลงทุนได้ในระยะยาว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...