โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไรเดอร์สาวเข้าพบตำรวจ แจงปมคลิปทะเลาะผู้โดยสาร เหตุขอชาร์จแบตฯ ไม่ได้

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไรเดอร์สาวคู่กรณีในคลิปวิดีโอที่มีการโต้เถียงกับผู้โดยสารจนบานปลายเป็นเหตุทำร้ายร่างกาย

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไรเดอร์สาวคู่กรณีในคลิปวิดีโอที่มีการโต้เถียงกับผู้โดยสารจนบานปลายเป็นเหตุทำร้ายร่างกาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อให้ปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวลงในแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ไรเดอร์สาว เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนได้จอดรถรอรับผู้โดยสารรายนี้เป็นเวลานาน เมื่อเห็นผู้โดยสารเดินลากกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่มาและอ้างว่าเจ็บขา ตนจึงลงไปช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถเพื่อความรวดเร็วในการเดินทาง แต่ระหว่างทางผู้โดยสารพยายามขอสายชาร์จโทรศัพท์แบบ Type-C ด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด เมื่อตนยืนยันว่าไม่มีสายชาร์จรุ่นดังกล่าว ผู้โดยสารยังคงรบเร้าไม่เลิกจนทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจ จึงตัดสินใจจอดรถและเชิญให้ผู้โดยสารลง

เหตุการณ์เริ่มบานปลายเมื่อผู้โดยสารปฏิเสธที่จะลงจากรถ นำไปสู่การโต้เถียงและการลงไม้ลงมือตามที่ปรากฏในคลิป โดยไรเดอร์สาวระบุว่าตนเองได้รับบาดเจ็บจากการถูกเล็บจิกที่ใบหน้าเช่นกัน

ส่วนกรณีที่ผู้โดยสาร อ้างว่า ลืมกระเป๋าสัมภาระไว้บนรถนั้น ไรเดอร์สาวยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากหลังเกิดเหตุตนได้ตรวจสอบความเรียบร้อยภายในรถทันทีแต่ไม่พบกระเป๋าใบดังกล่าว จึงตั้งข้อสังเกตว่าทรัพย์สินอาจตกหล่นสูญหายตั้งแต่ก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นรถ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และเตรียมเรียกตัวคู่กรณีอีกฝ่ายมาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...