ปตท. ปันผล 1.20 บาท/หุ้น และปันผลพิเศษ 0.20 บาท/หุ้น XD 5 มี.ค. รับเงิน 28 เม.ย.
ปตท. ปันผล 1.20 บาท/หุ้น และปันผลพิเศษ 0.20 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 5 มี.ค. เงินเข้ากระเป๋าวันที่ 28 เม.ย. ปี 68 กำไร 90,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1 %
วันที่ 19 ก.พ.2569 บมจ.ปตท. (PTT) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า คณะกรรมการบริษัทฯอนุมัติการจัดสรรกำไรสุทธิ และการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 2.30 บาท (เงินปันผลจ่ายสำหรับผลประกอบการประจำปี 2.10 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น) รวมเป็นจำนวนประมาณ 65,361 ล้านบาท
เมื่อหักเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.90 บาท จำนวน 28,562,996,250 หุ้น ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 25,707 ล้านบาท คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายสำหรับผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 1.40 บาท (เงินปันผลจ่ายสำหรับผลประกอบการครึ่งปีหลัง 1.20 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น) จำนวนหุ้นจดทะเบียนและหุ้นชำระแล้วรวม 28,562,996,250 หุ้น โดยมีหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง (หักหุ้นซื้อคืน 238,660,400 หุ้น) อยู่ที่ 28,324,335,850 หุ้น คิดเป็นเงินประมาณ 39,654 ล้านบาท
โดยเงินปันผลสำหรับผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2568 จะจ่ายจากกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรในส่วนของกำไรสุทธิที่ผ่านการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 20 ซึ่งผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาได้รับสิทธิเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตราหุ้นละ 0.88 บาท กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรในส่วนของกำไรจากกิจการ BOI ที่อยู่ระหว่างการใช้สิทธิยกเว้นภาษี ซึ่งผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาไม่ต้องนำมาคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีและไม่ได้รับสิทธิเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท และกำไรจากเงินปันผลจากบมจ. ปตท.สำรวจและผลิตปิ โตรเลียม(ปตท. สผ.) ที่ผ่านการเสียภาษีเงินได้ปิโตรเลียมในอัตราร้อยละ 50 ซึ่งผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาไม่ได้รับสิทธิเครดิตภาษีในการค านวณภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตราหุ้นละ 0.49 บาท
คณะกรรมการ ปตท. ได้มีมติกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 6 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลสำาหรัผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2568 ในวันที่ 28 เมษายน 2569
ปี 2568 ปตท. และบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิ 90,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1 %จากปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 90,072 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2568 มีการรับรู้ Non-recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นกำไรประมาณ 14,400 ล้านบาท โดยหลักจากกำไรจากการจำหน่ายและเปลี่ยนแปลงสถานะของเงินลงทุนใน Lotus ของ PTTGM และมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมจากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของการเข้าซื้อหุ้นและควบรวมโรงกลั่นน้ำมันของกลุ่มเชลล์ในสิงคโปร์ของ TOP
ขณะที่ในปี 2567 มีผลขาดทุนประมาณ 4,400 ล้านบาท โดยหลักจากขาดทุนจากบริษัท PTTAC จากการด้อยค่าสินทรัพย์สุทธิกับส่วนแบ่งกำไรจากการขายเงินลงทุนใน Alvogen Malta (Out-licensing) Holding Ltd. (AMOLH) และกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ให้บริษัท พีอี แอล เอ็นจี จำกัด (PE LNG) ของ PTTLNG
ณ 31 ธันวาคม 2568 ฐานะการเงินของ ปตท. และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวม 3,269,660 ล้านบาท ลดลงจำนวน 169,124 ล้านบาท ลดลง 4.9 %จาก ณ 31 ธันวาคม 2567 ที่มีสินทรัพย์รวมจำนวน 3,438,784 ล้านบาท