โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ผมโง่ภาษาอังกฤษ..ชอบชินโซ อาเบะและสมัคร” ดร.สุชัชวีร์ ไทยก้าวใหม่ในฤดูเลือกตั้ง 69

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 04.06 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 08.55 น.

โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 2569 ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ชวนนักข่าวสายเศรษฐกิจไปกินกาแฟ-สนทนาปัญหาบ้านเมือง

บนตึกที่ทำการพรรค มองเห็นวิว กทม.-ทางด่วน-ทางถนน วนรวมกันเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว ดร.เอ้เปิดบทสนทนาว่า “จุดตายประเทศไทยคือ กทม.จมทะเลล้านเปอร์เซ็นต์…ถ้าไม่ลงทุนอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันภัยพิบัติ”

พื้นที่เดียวกันนี้เป็นพื้นที่การเมืองที่เขาบอกว่า “ประเมินเสียงยากที่สุด”

นโยบายการศึกษา คือเรือธงที่สุดของพรรคไทยก้าวใหม่ แต่เสียดายถ้าไม่ได้ทำนโยบายภัยพิบัติ เขาจึงอยากขาย 2 นโยบายสุดท้าย หากได้เสียงร่วมเป็นคนบริหาร

เขาอยากจะบอกว่า ในทรรศนะเขาที่เคยเป็นอาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษามาแล้ว “การศึกษาคือยาแก้จน”

หลายพรรคประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับใคร-ไม่รวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคไหน แต่ ดร.เอ้เขาไม่ชัด-ไม่ขัด อยู่ขั้วไหน แต่ขอบอกแต่เพียงว่า “เกลียดอะไร”

“ผมเกลียด ไม่อยากทำงานกับคนไม่บริสุทธ์ ไม่มีความเป็นมืออาชีพ”

ถ้าจะให้กำลังใจ ดร.เอ้เรื่องคะแนนเสียง ใคร ๆ ก็คิดว่าเสียงชาว กทม. ที่เคยโหวต ดร.เอ้ ที่ลงสมัครเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. จะมาต่อยอดเป็นคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ได้ไม่มาก-ก็น้อย ซึ่ง ดร.เอ้ก็วาดหวังไว้เช่นนั้น

ถามเขาว่านาทีที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หมายเลข 1 ได้รู้จักอะไร-รู้สึกอย่างไร เขาบอกว่า “ตอนสมัครสนาม ผู้ว่าฯ กทม. อยู่สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้รู้จัก “การเมือง”

ตอนตั้งพรรคเอง ไทยก้าวใหม่ ได้รู้จัก “คน” และรู้จัก “ความสุข” เป็นตัวของตัวเอง นอนหลับลึกอิ่มในทุกวัน

สนทนากันถึงนโยบายเรือธงที่ตั้งใจหาเสียง-หาทำ ดร.เอ้ ไฮไลต์ไว้ 2 เรื่อง พร้อมยกตัวอย่างชีวิตของตัวเอง

เขาบอกว่า “ผมโง่ภาษาอังกฤษนะ” ต้องผ่านการทดสอบ TOEFL ถึง 14 ครั้ง กว่าจะได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ “อ่านออก เขียนได้ แต่ฟังไม่ออกเลย” อดทนจนกว่าจะได้เรียนจบปริญญาเอก

ผู้นำทางการเมืองที่ ดร.เอ้ชื่นชอบและประทับใจ คือนายกรัฐมนตรีในตำนานของประเทศญี่ปุ่นอย่าง “ชินโซ อาเบะ”

“นักการเมืองขวัญใจของผมเลย ชินโซะ อาเบะ เขาประกาศใช้นโยบายธนู 3 ดอก” ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ กระตุ้นการใช้จ่าย ธนูดอกที่ 1 นโยบายการเงิน เพิ่มปริมาณเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ธนูดอกที่ 2 มาตรการการคลัง กระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มความเชื่อมั่นด้วยการใช้จ่ายภาครัฐ การลดหย่อนภาษี ธนูดอกที่ 3 ปฏิรูปโครงสร้าง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

“นักการเมืองไทยที่ผมชอบ คือท่านสมัคร สุนทรเวช ที่มีม็อตโต้ว่า ให้เลือกผมไปทำงาน” อันนี้ผมนำมาใช้ในการหาเสียงในชีวิตจริงได้

ดร.เอ้เล่าความฝันของเขาในพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมโชว์นโยบาย โดยเฉพาะเรื่องนโยบายยกเครื่องระบบการศึกษาไทย ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของพรรคที่มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญมากที่สุด ด้วยคีย์เวิร์ด 3 เลิก 3 ให้ เปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาไทย

1.เลิกการใช้งบประมาณต่อหัวเด็ก เพราะโรงเรียนเล็กที่มีเด็ก 10 คนได้งบฯไม่พอจ้างครู จะเปลี่ยนเป็นการจัดสรรตามความจำเป็น

2.เลิกงานธุรการที่ฝากครู โดยจะนำระบบบัญชีออนไลน์เข้ามาช่วยและเพิ่มพนักงานธุรการ เพื่อให้ครูมีหน้าที่สอนหนังสืออย่างเดียว

3.เลิกวิทยฐานะที่ไร้ประโยชน์ จะพิสูจน์จากผลลัพธ์การสอนจริง

ส่วน 3 ให้ ประกอบด้วย

1.ให้เรียนฟรีจริงถึงปริญญาเอก โดยจะบรรจุในรัฐธรรมนูญให้ฟรีทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง

2.ให้เด็กไทยมีสุขภาพแข็งแรง ด้วยอาหารเช้า อาหารกลางวัน และนมเพิ่ม 3 เท่า

3.ให้เงินอุดหนุนตรง 5,000 บาทต่อคนต่อปีการศึกษา เพื่อให้ผู้ปกครองบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้เอง

“ทั้งหมดทำได้จริง เพราะจำนวนเด็กลดลงอย่างมาก ปัจจุบันเกิดเพียง 300,000 กว่าคนต่อปี งบประมาณต่อหัวเด็กเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าโดยธรรมชาติ ปัญหาการศึกษาไทยไม่ได้อยู่ที่ครูหรือโรงเรียน แต่อยู่ที่การบริหารจัดการของผู้บริหาร”

เขาเชื่อมั่นว่าการศึกษาเป็นยาแก้จน และเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ไม่ใช่แค่สวัสดิการหรือภาระของรัฐบาล และเป็นพื้นฐานเดียวที่จะช่วยให้ประเทศไทยพ้นจากวงจรความเหลื่อมล้ำ โดยเสนอนโยบายการศึกษาด้วยหลักการ “เรียนฟรีถึงปริญญาเอก” ในสาขาที่ตลาดแรงงานและประเทศต้องการ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี AI และพลังงานใหม่

“ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 3.5 หมื่นบาท หากมีเด็กหนึ่งล้านคนจะใช้เงินงบประมาณ 4 หมื่นล้านบาท งบประมาณเพื่อการสร้างคนนี้ถือว่าน้อยกว่างบฯของกรมทางหลวงที่มีถึง 1.3 แสนล้านบาท หรือต่างกันถึงสี่เท่า นโยบายนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การให้เรียนฟรี แต่ยังรวมถึงระบบจ้างเรียนเพื่อจูงใจให้คนเข้าสู่การศึกษาระดับสูงมากขึ้น โดยรัฐจะมีการสนับสนุนเงินเดือนให้ผู้เรียนเพื่อให้สามารถแข่งขันกับรายได้ในตลาดแรงงานด้วย”

ภาพลักษณ์ของ ดร.เอ้ กับภัยพิบัติเป็นเรื่องคู่เคียงกันเสมอ ทั้งน้ำท่วม ตึกถล่ม เครนถล่มคารถไฟ และวิกฤตกรุงเทพฯ เขาพูดเสมอว่า “กรุงเทพฯจะจมทะเล เป็นภัยคุกคามที่ต้องแก้ด่วน”

หนึ่งในวาระสำคัญที่พรรคจะผลักดันคือ การป้องกันกรุงเทพฯและภาคกลางจมทะเล ซึ่งเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่า กรุงเทพฯจะจมแน่นอน 100% หากไม่มีการแก้ไข

“ตามผลการศึกษา ภายในปี 2580 กรุงเทพฯ จะจมทะเล ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัว แค่เมื่อเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนที่ผ่านมา น้ำก็ทะลักแล้ว ซึ่งปัญหาที่ตามมาไม่ใช่แค่กรุงเทพฯจม แต่จังหวัดรอบข้างอย่างอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี จะประสบปัญหาน้ำท่วมครึ่งปี เพราะน้ำระบายลงทะเลไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น น้ำทะเลจะหนุนขึ้นมาถึงอ่างทอง ทำให้น้ำประปาที่สูบจากแม่น้ำเค็มจนกินไม่ได้”

ดร.เอ้จึงเสนอแก้ไขโดยสร้างแนวป้องกันน้ำทะเลหนุน เช่นเดียวกับที่จาการ์ตา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ที่ทำสำเร็จมาแล้ว โดยจะออกพันธบัตรโครงสร้างพื้นฐานให้ประชาชนลงทุน ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าการฝากธนาคาร พร้อมกับสร้างงานและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปพร้อมกัน

“เราไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง อยากเห็นประเทศนี้มันดีจริง ๆ”

ธงความตั้งใจทางการเมือง สำหรับฤดูเลือกตั้ง 2569 ของ ดร.เอ้ ที่ต้องการบอกเป็นญัตติสาธารณะ คือ “พรรคไทยก้าวใหม่จะไม่ทำการเมืองแบบเดิมที่สร้างความขัดแย้งและความเกลียดชัง เราเห็นการเมืองแบบนี้มา 20 ปี เราไม่ชอบ พรรคไทยก้าวใหม่จะไม่จุดกระแสด้วยความเกลียดชัง แต่จะจุดกระแสด้วยอันตรายจริง ๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ผมโง่ภาษาอังกฤษ..ชอบชินโซ อาเบะและสมัคร” ดร.สุชัชวีร์ ไทยก้าวใหม่ในฤดูเลือกตั้ง 69

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...