ศาลเกาหลีใต้ เตรียมชี้ชะตา “ยุน ซอกยอล” คดีข้อหากบฏ อาจถึงขั้นโทษประหาร
ศาลเกาหลีใต้ เตรียมอ่านคำพิพากษาคดีข้อหาก่อกบฏต่ออดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล จากกรณีประกาศกฎอัยการศึกปี 2567 ซึ่งอาจนำไปสู่โทษสูงสุดถึงประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ศาลแขวงกลางกรุงโซลของเกาหลีใต้ เตรียมอ่านคำพิพากษาในคดีอาญาข้อหาก่อกบฏต่อ อดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล จากกรณีประกาศกฎอัยการศึกอย่างกะทันหันเมื่อปี 2567 ซึ่งเป็นคดีที่ได้รับความสนใจอย่างสูง และอาจนำไปสู่โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
การพิจารณาโทษในวันพฤหัสบดีนี้ ถือเป็นบทสรุปของกระบวนการพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อมานานกว่า 1 ปี หลังจากยุนพยายามนำประเทศเข้าสู่การปกครองโดยทหารช่วงสั้น ๆ อัยการระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยและระเบียบรัฐธรรมนูญ พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลลงโทษประหารชีวิต
ยุนถูกตั้งข้อหาก่อกบฏเมื่อปีที่ผ่านมา จากการตัดสินใจระงับการปกครองแบบพลเรือน ซึ่งจุดชนวนวิกฤตรัฐธรรมนูญรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และนำไปสู่การถอดถอนออกจากตำแหน่ง รวมถึงการจับกุมและตั้งข้อหาอดีตประธานาธิบดีระหว่างดำรงตำแหน่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้
แม้เกาหลีใต้ไม่ได้บังคับใช้โทษประหารชีวิตจริงมาตั้งแต่ปี 1997 แต่ยุนถือเป็นอดีตผู้นำคนแรกในรอบหลายทศวรรษที่เผชิญความเสี่ยงถูกตัดสินประหารชีวิตในเชิงสัญลักษณ์
ยุน วัย 65 ปี ยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาได้ ซึ่งกระบวนการในศาลชั้นสูงอาจใช้เวลาหลายเดือน
อดีตอัยการสูงสุดผู้นี้ เคยชนะเลือกตั้งด้วยนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และท่าทีแข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือและจีน แต่การตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึกกลับกลายเป็นจุดจบทางการเมือง เปิดทางให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งประธานาธิบดี อี แจ-มยอง จากฝ่ายก้าวหน้า คว้าชัยชนะและขึ้นสู่อำนาจ
นักวิเคราะห์มองว่า หากศาลลงโทษยุนอย่างรุนแรง อาจช่วยลดแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลของอี แจมยอง ขณะเดียวกันพรรคฝ่ายค้านหลักอย่างพรรคพลังประชาชนยังต้องเผชิญผลกระทบจากวิกฤตกฎอัยการศึก อย่างไรก็ตาม อี แจมยองยังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนข้ามพรรค เพื่อสมานรอยร้าวในสังคม และรับมือแรงกดดันด้านการค้าจากนโยบายภาษีของสหรัฐ
คดีนี้เป็นหนึ่งในหลายคดีที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ประกาศกฎอัยการศึก โดยเมื่อเดือนที่แล้ว ศาลตัดสินจำคุกอดีตนายกรัฐมนตรี ฮัน ด็อกซู เป็นเวลา 23 ปี จากบทบาทในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งยาวนานกว่าที่อัยการร้องขอไว้
ยุนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าการประกาศกฎอัยการศึกเป็นความพยายามหยุดยั้งกลุ่มที่เขาเชื่อว่าเป็นผู้ฝักใฝ่เกาหลีเหนือและพยายามบ่อนทำลายรัฐบาล
นอกจากนี้ ยุนยังถูกศาลตัดสินจำคุก 5 ปีไปแล้วในคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อหาขัดขวางการจับกุม และภรรยาของเขา คิม กอนฮี ถูกตัดสินจำคุก 20 เดือนในคดีรับสินบนเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นอดีตผู้นำและอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคู่แรกในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ที่ต้องรับโทษจำคุกพร้อมกัน
อ้างอิง : bloomberg.com