โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เมียร้องผัวโดนจับเพราะ ตร.นึกว่าเมา ที่แท้เส้นเลือกในสมองแตก

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(4 มี.ค. 69) ภรรยาของนายธีระมิตร อายุ 42 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังสามีเกิดอาการสโตรก เส้นเลือดในสมองแตก บังคับรถไม่ได้ จนพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ขอดอยู่ในปั๊มน้ำมัน พยายามทำสัญญาณมือขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่แล้วแต่ไม่มีใครเข้าใจ ก่อนถูกจับใส่กุญแจมือ หิ้วขึ้นกระบะตำรวจไปเพราะนึกว่าเมาแล้วขับ

.

น.ส.ชรินทร์รัตน์ อายุ 39 ปี ภรรยาของนายธีระมิตรระบุว่า เหตุการณ์เกิดช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 มีนาคม โดย นายธีระมิตรซึ่งมีอาชีพขับรถรับจ้าง ขับรถออกจากบ้านตามปกติ แต่ระหว่างทางเริ่มมีอาการแขนขาอ่อนแรงและพูดไม่ชัด เจ้าตัวพยายามประคองรถเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่ารถเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย

.

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ แต่เข้าใจว่าผู้ขับขี่อยู่ในอาการมึนเมา จึงวิทยุเรียกกำลังเสริม ก่อนควบคุมตัวใส่กุญแจมือและนำตัวขึ้นรถกระบะไปยังสถานีตำรวจ โดยไม่มีการประเมินอาการทางการแพทย์ในเบื้องต้น

.

ต่อมาภายหลังจึงทราบว่า ผู้ป่วยมีภาวะเส้นเลือดในสมองแตก อาการวิกฤต หมดสติ และต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ระบุว่ามีเนื้อสมองบางส่วนเสียหาย ไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ทั้งหมด และต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

.

จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอของพลเมืองดี พบว่าในช่วงที่เจ้าหน้าที่มาถึง ตัวนายธีระมิตรพยายามยกมือทำสัญญาณ “SOS” เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากไม่สามารถพูดได้ แต่ไม่มีผู้ใดเข้าใจความหมาย ทำให้การช่วยเหลือล่าช้า

.

ล่าสุดแพทย์แจ้งว่าอาการผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะช็อก ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ก่อนส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา

.

ทั้งนี้ยืนยันว่า ผู้ป่วยไม่มีประวัติดื่มสุราหรือใช้สารเสพติด และก่อนออกจากบ้านยังพูดคุยเป็นปกติ

.

กรณีนี้ครอบครัวของนายธีระมิตรตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ว่า เหตุใดจึงไม่เรียกรถพยาบาลหรือประเมินอาการทางการแพทย์ก่อนควบคุมตัว พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉินควรให้ความสำคัญกับชีวิตคนเป็นอันดับแรก

.

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เผยว่า ตนไม่ได้มีเจตนากล่าวโทษเจ้าหน้าที่แต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะเข้าใจดีว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ขณะเกิดเหตุมีการตัดสินใจและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่

.

ทั้งนี้ เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีก่อน โดยผู้ป่วยเกิดอาการสโตรกระหว่างขับรถและถูกเข้าใจผิดว่าเมาสุรา ก่อนถูกนำตัวไปสถานีตำรวจ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงยังไม่มีการถอดบทเรียนอย่างจริงจัง จนเกิดเหตุซ้ำ

.

นายเอกภพ ย้ำว่า เจ้าหน้าที่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “คนเมา” กับ “คนป่วย” เพราะแม้อาการบางอย่างอาจคล้ายกัน เช่น พูดไม่ชัด หรือควบคุมร่างกายไม่ได้ แต่หากยังไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ หรือตรวจเลือดยืนยัน ก็ไม่ควรสันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิด การสันนิษฐานเช่นนั้นอาจขัดต่อหลักกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรค 2 และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากพบว่าไม่ได้ดำเนินการตามยุทธวิธีหรือมาตรฐานที่กำหนด

.

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความสำคัญของการรับรู้สัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น การชูมือในลักษณะสัญญาณ “SOS” ซึ่งในหลายประเทศถือเป็นสัญญาณสากลสำหรับผู้ที่ไม่สามารถพูดได้ หากเจ้าหน้าที่และประชาชนมีความรู้ความเข้าใจมากพอ อาจช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุได้ทันท่วงที

.

ทั้งนี้เบื้องต้นได้ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจภูธรภาค 1 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยในเวลา 14.00 น. วันนี้ จะพาครอบครัวผู้เสียหายเข้าพบผู้บังคับการจังหวัด เพื่อขอความเป็นธรรมและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...