24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 มีนาคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 มีนาคม 2569
>> หนุ่มนิรนาม ขี่รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำชนกับเสาป้ายจราจร เสียชีวิตที่ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช
06.30 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยสว่างธรรมคีรี ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนป้ายสัญญาณจราจร และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนหมายเลข 4015 บริเวณ บ้านนอกหลา ในพื้นที่ ม.2 ต.ท่าดี อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง - ดำ ป้ายทะเบียน นครศรีธรรมราช ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบโคนเสาป้ายสัญญาณจราจรพังเสียหาย ติดกันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 20 - 25 ปี ไม่พบเอกสารติดตัว สภาพนอนเสียชีวิต แผ่นหลังมีรอยสัก สวมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อกันหนาวแขนยาวสีดำ
ทางเจ้าหน้าตำรวจ สภ.ลานสกา พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสาสมัครนำร่างส่งชันสูตรที่ รพ.ลานสกา
>> กทม. ร่วมธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา จัดพิธีทำบุญตักบาตรวันมาฆบูชา 2569 ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
07.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ พระอุโบสถ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร หน่วยงานในสังกัด และประชาชนร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
ในการนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระพรหมวัชรวิมลมุนี วิ. กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นประธานสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์และพระสงฆ์ รวมจำนวน 69 รูป เข้าร่วมประกอบพิธี
เมื่อเริ่มพิธี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล ผู้ร่วมพิธีรับศีล จากนั้น เจ้าหน้าที่นำกล่าวคำถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมและภัตตาหาร ประธานในพิธีพร้อมคณะผู้บริหารถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมและภัตตาหารแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์อนุโมทนา ประธานในพิธีกรวดน้ำ รับพร และกราบลาพระรัตนตรัย ก่อนที่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จะประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล
ต่อมา พระสงฆ์ จำนวน 69 รูป ออกรับบิณฑบาตบริเวณด้านหน้าวัด ถนนหน้าพระธาตุ โดยประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้ร่วมพิธีได้ร่วมตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
>> "อนุทิน" เรียกประชุมด่วน ติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ เร่งอพยพชาวอเมริกันออกนอกพื้นที่
11.16 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมของศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ประจำการในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับทราบพัฒนาการของสถานการณ์ดังกล่าว และความคืบหน้าเกี่ยวกับการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ด้าน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมติดตามสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยได้เชิญเอกอัครราชทูต ที่เกี่ยวข้องกับการอพยพร่วมประชุม โดยมอบหมายให้อธิบดีกรมเอเชียใต้รายงานสถานการณ์
จากนั้น นางอุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา รายงานว่า สถานการณ์สู้รบล่าสุดจากการหาข้อมูลในพื้นที่ และสื่อแต่ละประเทศรายงาน โดยประเมินสถานการณ์ว่าน่าจะยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อยกว่า 4 สัปดาห์ และมีแนวโน้มที่สหรัฐอเมริกาจะยกระดับความขัดแย้งขึ้นอีก มีรายงานข่าวว่า อิหร่าน ได้ประกาศปิด “ช่องแคปฮอร์มุซ” พร้อมจะโจมตีเรือทุกลำที่พยายามผ่านเข้ามา ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นสูงสุดต่อเนื่อง ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสั่งอพยพชาวอเมริกันในตะวันออกกลางออกจากพื้นที่สู้รบทันที จึงทำให้ต้องจับตามาตรการของไทย ซึ่งคาดว่าจะมีการแถลงข่าวภายหลังการประชุมอีกครั้ง
>> แผ่นดินไหวขนาด 6.4 แถวหมู่เกาะสุมาตรา รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ถึงจังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล
11.56 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 6.4 ความลึก 10 กม. บริเวณทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.สตูล ประมาณ 644 กม. ต่อมามีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ที อ.ละงู จ.สตูล และที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง
>> ปิดตำนาน 46 ปี “หมอผีเถื่อน” รวบสัปเหร่อวัย 81 ปี หนีซุกแพร่ คดีอนาจาร 7 หมายจับ
12.00 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง) โดยกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) เปิดปฏิบัติการจับกุมสัปเหร่อวัย 81 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 7 หมายจับ ในคดีกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล ใช้กำลังประทุษร้าย และความผิดตาม พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน หลังถูกกล่าวหาล่อลวงหญิงสาวทำพิธีอาบน้ำมนต์บังหน้า ก่อนล่วงละเมิดทางเพศภายในสถานที่ประกอบพิธีในวัดพื้นที่ จ.อ่างทอง และขยายผลพบซากทารกถูกฝังในลักษณะสุสานเถื่อนกว่า 170 ศพ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีขึ้นภาคเหนือ จึงเข้าปิดล้อมจับกุมได้ที่บ้านพักใน ต.หนุน อ.สอง จ.แพร่ พร้อมของกลางมีดหมอและลูกเหล็กที่ใช้ประกอบพิธี ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่มีผู้เสียหายรวม 7 รายเข้าแจ้งความ และยังมีผู้เสียหายรายอื่นทยอยร้องทุกข์เพิ่มเติม ตำรวจเตือนประชาชนระวังพิธีกรรมที่ต้องอยู่ในที่ลับตาหรือมีการสัมผัสร่างกายโดยลำพัง ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
>> รถกระบะตู้ทึบเสียหลักชนกับรถบรรทุกสิบล้อ เกิดไฟลุกท่วมทั้งคัน คนขับเปิดประตูหนีรอดหวุดหวิด
15.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถกระบะ ชนกับรถบรรทุก แล้วเกิดเพลิงไหม้ ถนนบายพาสเลี่ยงเมืองปราจีนบุรี ในพื้นที่ ตำบลรอบเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะตู้ทึบ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว อยู่ในสภาพหน้ารถพังเสียหลาย และมีเพลิงกำลังลุกไหม้ เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งฉีดน้ำ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุม และเพลิงสงบลง ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และห่างออกไป พบรถบรรทุก 10 ล้อ ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรี จอดอยู่โดยที่บริเวณตัวถังน้ำมันด้านซ้ายมีรอยถูกชนยุบเสียหาย
จากการสอบถาม ชายไทย อายุ 59 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะตู้ทึบ กล่าวว่า เดินทางจากตัวเมืองปราจีนบุรี มุ่งหน้าไปอำเภอศรีมโหสถ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถเกิดเสียหลัก พุ่งชนบริเวณถังน้ำมัน ทำให้น้ำมันกระเด็นโดนใบหน้า ก่อนจะรีบออกจากรถได้ทันเวลา จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นก็เกิดไฟลุกพรึ่บ ก่อนจะไหม้รถเสียหายทั้งคัน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและกล้องหน้ารถ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> ปลัดฯ ท่องเที่ยว เตรียมแผนดูแลเยียวยานักท่องเที่ยว กรณีตกค้างตามโรงแรมสถานที่ต่างๆ จากการสู้รบตะวันออกกลาง
16.39 น. นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงกรณีเงินเยียวยา 2,000 บาทนั้น ว่าที่ผ่านมากระทรวงฯ มีกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและมีระเบียบการจ่ายเงิน และการช่วยเหลือที่ชัดเจน ซึ่งจ่ายให้กับผู้ประกอบการไทย ที่รับภาระดูแลนักท่องเที่ยวตกค้างตามโรงแรม และสถานที่ต่างๆ เช่น กรณีที่มีปิดสนามบิน แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงระเบียบ เนื่องจากมีข้อจำกัดงบประมาณ แต่อย่างไรก็ดีมาตรการช่วยเหลือ เยียวยานักท่องเที่ยว ยังมีอยู่มีระเบียบ และหลักเกณฑ์การจ่ายเงินดังกล่าว เช่น กรณีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ที่ถูกไฟเผา กระทรวงฯเยียวยาค่ารักษาพยาบาล ญาติที่มาดูแลเป็นต้น โดยกองทุนจะตั้งเรื่องของบกลาง ที่รัฐบาลจัดสรรให้ในแต่ละปี
สำหรับกรณีนักท่องเที่ยวตกค้าง จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ในขณะนี้ กระทรวง ฯ ไม่นิ่งนอนใจจึงได้ไปดูระเบียบการปฏิบัติที่ผ่านมาและหารือกับผู้ประกอบการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวซึ่งที่ผ่านมาหากสถานการณ์ยืดเยื้อกระทรวง ฯ จะใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจ่ายเยียวยาให้กับผู้ประกอบการเช่นโรงแรมร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวพำนัก จะใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจ่ายเยียวยาให้กับผู้ประกอบการเช่นโรงแรมร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวพำนักอยู่ ในอัตราเฉลี่ยวันละ 2000 บาทต่อรายโดยจ่ายให้กับผู้ประกอบการ คือเหมาจ่ายค่าที่พักและอาหาร ไม่ใช่จ่ายนักท่องเที่ยว จึงขอชี้แจงให้ชัดเจนว่าการจ่ายเงินเยียวยารายละ 2000 บาทนั้นจะจ่ายก็เมื่อสถานการณ์เกิดความรุนแรงยืดเยื้อและผู้ประกอบการโรงแรมหรือภาคส่วนต่างๆไม่สามารถรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดูแลนักท่องเที่ยวที่ติดค้างตามโรงแรมได้ แต่ทั้งนี้กระทรวงฯ ได้ประเมินสถานการณ์รายวันว่าเหตุการณ์จะมีมีแนวโน้มไปทิศทางใดเพื่อเตรียมการรองรับการช่วยเหลือในขั้นตอนต่อไป
>> สตช. หารือ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก วางแนวทางพัฒนาข้อมูลประวัติอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
16.49 น. พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้ประชุมร่วมกับ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก หารือแนวทางการเชื่อมโยงและประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของประวัติอาชญากรรม ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก เพื่อใช้สำหรับผู้ที่ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ โดยมีคณะทำงานประกอบด้วย พล.ต.ต.พานทอง สุวรรณจูฑะ รองผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ, พ.ต.อ.สมพล ใจดี รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2, พ.ต.อ.พิทยา พุทธานุ รองผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 อาคาร 1 กรมการขนส่งทางบก
สำหรับการประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว เป็นการยกระดับกระบวนการตรวจสอบข้อมูลให้มีความถูกต้อง รวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจประวัติอาชญากรรมของผู้ที่จะขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ช่วยคัดกรองผู้ที่จะมาขับรถสาธารณะและรถขนส่ง เป็นการสร้างความปลอดภัยแก่สังคม และขณะเดียวกันยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเดินทางมาติดต่อราชการ
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมหารือแนวทางการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือการเชื่อมโยงและประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในเรื่องดังกล่าว ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้การปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
>> ไฟไหม้ภายในอาคารพาณิชย์ ใกล้เคียงซอยเพชรบุรี 38 รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
17.03 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ถนนเพชรบุรี ใกล้เคียงซอยเพชรบุรี 38 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 5 ชั้น ประกอบกิจการจำหน่ายและนำเข้าวัตถุดิบ และอุปกรณ์เกี่ยวกับเบเกอรี่ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 4 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งชั้น พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 112 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่แผงควบคุมระบบไฟฟ้า ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางกะปิ
>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ กลางถนนวงแหวนสาย 3 ดอยสะเก็ด หญิงสาวขาขวาขาดกระเด็น บาดเจ็บอาการสาหัส จนท.เร่งนำส่ง รพ.
18.15 น. ทีมกู้ภัยเฉพาะกิจเชียงใหม่ รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนวงแหวนรอบที่ 3 บริเวณใกล้เคียงหมู่บ้านกาญกนก 2 ในเขตพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ สภาพหน้ารถพังเสียหาย และใกล้กับพบรถจักรยานยนต์ สีแดง สภาพพังยับเยิน ทั้งคู่ตกลงไปในร่องข้างทาง
ตรวจสอบ พบว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นผู้หญิง กระเด็นตกไหล่ทางในพงหญ้า ได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดสติ ปลุกไม่ตื่น มีบาดแผลรุนแรงขาขวาขาด กระเด็นตกอยู่บนผิวถนน สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่กู้ชีพ – กู้ภัยจากหลายหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือ ทำการปฐมพยาบาลและควบคุมการเสียเลือดอย่างเร่งด่วน ก่อนประสานทีมแพทย์ฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไป
เบื้องต้น สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุยังไม่แน่ชัด โดยผู้ขับขี่รถยนต์กระบะให้การว่า ไม่สามารถจดจำเหตุการณ์ช่วงก่อนชนได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ด
>> ไฟไหม้บ้านเรือน ซอยรามอินทรา 2 เสียหายวอดทั้งห้อง
19.56 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนอุทิศอนุสรน์ ซอยรามอินทรา 2 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายพัดลมระบายอากาศ ลุกลามเครื่องซักผ้า เสื้อผ้า และอุปกรณ์เครื่องใช้ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 12 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่พัดลมระบายอากาศ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน
>> ไฟไหม้ห้องพระ ภายในบ้านเรือนประชาชน ซอยโยธินพัฒนา 9 ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
20.07 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยโยธินพัฒนา 9 ถนนโยธินพัฒนา แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องพระ เพลิงลุกไหม้เสียหายเครื่องปรับอากาศ โต๊ะหมู่บูชา และลุกลามฝาผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก
>> ไฟไหม้บ้านเรือน บริเวณชุมชนซอยวัดโยธินประดิษฐ์ เจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัด เสียหายหลายหลัง จ.สมุทรปราการ
20.10 น. กอ.รมน.จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณซอยวัดโยธินประดิษฐ์ ในพื้นที่ ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านเรือนที่ปลูกอยู่ติดกัน ทางเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วย งานป้องกันเทศบาลเมืองปู่เจ้าฯ ได้นำรถน้ำดับเพลิง ร่วมด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้างเคียง มูลนิธิฯ กองทัพเรือ และหน่วยงานข้างเคียง ร่วมดำเนินการฉีดน้ำเพื่อระงับเหตุ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ตรวจสอบเบื้องต้น พบบ้านเรือนได้รับความเสียหาย จำนวน 5 หลัง ขณะเกิดเหตุยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้
>> หนุ่มไรเดอร์ขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก เสียชีวิตที่ท้ายรถ ริมถนนสายเอเชีย จ.พระนครศรีอยุธยา
21.00 น. สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมทางหลวงหมายเลข 32 (เอเชีย) ฝั่งขาขึ้นนครสวรรค์ ช่วง กม.ที่ 28 ช่องทางซ้าย ใกล้เคียง ปั้ม PT อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนเข้าท้าย รถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ระยอง ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 31 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน
>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิต
00.25 น. รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ พลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนเพชรเกษม ช่วงแยกตัด ถนนพุทธมณฑล สาย 1 ในพื้นที่เขต ภาษีเจริญ กทม.
โดยที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว-ดำ ป้ายทะเบียน นครพนม เสียหลักพลิกคว่ำ ผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 25 - 30 ปี มีอาการสาหัส ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งให้การช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ภาษีเจริญ